คนแก่เตรียมเฮ!! กมธ.สวัสดิการสังคม ดันแก้พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ เพิ่มเงินเดือนละ 3 พัน

การเมือง16 ธ.ค. 2563 • 04:23 น.
คนแก่เตรียมเฮ!! กมธ.สวัสดิการสังคม ดันแก้พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ เพิ่มเงินเดือนละ 3 พัน
คนแก่เตรียมเฮ!! กมธ.สวัสดิการสังคม ดันแก้พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ เพิ่มเงิน 3 พันบาทต่อเดือนให้พอดำรงชีพ ชี้ช่องหาแหล่งเงินเพิ่มไม่เป็นภาระรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. เวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า กมธ.เห็นถึงความสำคัญของการวางรากฐานระบบบำนาญของประเทศให้มีความยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต ซึ่งการมีหลักประกันทางสังคมด้านบำนาญที่เหมาะสมจะทำให้ประชาชนมีรายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพเมื่อเข้าสู่วัยชรา ปัจจุบันผู้สูงอายุจะได้รับเบี้ยยังชีพในอัตรา 600-1,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และอยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน ทำให้ไม่มีความมั่นคงทางการเงิน เพราะมีแหล่งรายรับเพียงแหล่งเดียวหลังเกษียณคือเบี้ยยังชีพ ทางกมธ.จึงนำเรื่องนี้มาพิจารณาโดยตั้งคณะอนุกมธ. มีตัวแทนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการคลัง กฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย และเห็นว่าควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 ให้สอดคล้องเจตนารมณ์ของประชาชน โดยมุ่งหมายให้มีการจัดบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานแบบถ้วนหน้า โดยที่ประชากรไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสิทธิได้รับทุกคน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพหลังเกษียณ ช่วยลดภาระการพึ่งพิงวัยแรงงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อมอีกด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันรัฐบาลจ่ายเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได 12 ล้านคน ใช้งบประมาณปีละ 77,000 ล้านบาท แต่หากรัฐบาลเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท ต่อเดือน จะใช้งบประมาณปีละ 144,000 ล้านบาท หากเดือนละ 3,000 จะใช้งบประมาณปีละ 432,000 ล้านบาท จึงเห็นควรให้บริหารงานรูปแบบกองทุนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณ และสามารถนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่างๆได้ น.ส.รังสิมา กล่าวอีกว่า การแก้ไขพ.ร.บ.ดังกล่าว จึงจะมีการเปลี่ยนชื่อเป็นพ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญแห่งชาติแทน พร้อมทั้งแก้ไขให้เบี้ยผู้สูงอายุเป็นบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ และแก้ไขที่มาของเงินในกองทุนผู้สูงอายุ เพื่อให้รับเงินได้มากขึ้น โดยเพิ่มเติมที่มาของเงินเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านงบประมาณ นอกจากนี้ต้องพิจารณาแนวทางความเป็นไปได้ในการจัดสรรงบประมาณจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น รายได้จากการจัดเก็บภาษีทางอ้อม การจัดสรรงบประมาณบางส่วนจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตหรือภาษีบาป การจัดสรรงบประมาณจากรายได้ในการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล และรายได้จากการบริจาคเป็นต้น อย่างไรก็ตามจากนี้ทางกมธ.จะจัดทำเป็นเล่มรายงานผลการพิจารณาศึกษา เพื่อเสนอต่อสภฯาเพื่อดำเนินการต่อไป