แกนนำเสื้อเหลืองชี้รัฐธรรมนญยืนข้างทุนผูกขาด เอื้อ"ระบอบทักษิณ"คืนชีพ
นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า...ครป.ในยุคการเมืองแยกขั้ว คืนสุดท้ายของสมัชชา ครป.ตื่นนอนตีห้า เดินไปตามสะพานยาวถึงที่พักใหม่ที่อยู่ริมแควน้อย ที่คุณ”อาปั้ง-อนันต์ เดชอนันต์ชาติ” ได้สร้างบ้านต้นไม้เรียบไปตามแนวฝั่งแควน้อย เป็นที่พักใหม่ของ Yoko Resort ซึ่งเที่ยวนี้ คุณอนันต์คงใจดีเหมือนเดิม ลดราคาให้เป็นพิเศษ คิดแต่แค่อาหาร
ค่ำนี้พระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ผมนั่งที่บ้านชมจันทร์ อดหวนคิดถึงกระต๊อบบนหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำสายนี้ของหมู่บ้านเด็กเมื่อ ๔๐ ปีก่อนไม่ได้ ยิ่งคืนพระจันทร์เต็มดวง จะมองเห็นทิวเขาตะนาวศรีที่ทอดยาวไปกับแควน้อย จากระนอง (ยาว ๘๓๔ กิโลเมตร) มาถึงกาญจนบุรี เส้นทางบนทุ่งราบช่วงกาญจนบุรี เคยเป็นเส้นทางเดินทัพของพม่า และเป็นเส้นทางอยู่อาศัยของมนุษย์ยุคหินเก่าด้วย
บนเวทีของสมัชชา ครป.-คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ช่วงเช้าเสวนาเรื่อง “แนวโน้มการเมือง เศรษฐกิจและสังคมไทย” เราหลายคน(มี ดร.สุริยะใส กตะศิลา เดช พุ่มคชา ปรีดา เตียสุวรรณ ดร.ศักดิ์ณรงค์ มงคล ร่วมเสนอ)ได้เสนอสภาพของสังคมไทย ณ วันนี้
ในส่วนของผมเองได้ยกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เปรียบเทียบกับฝรั่งเศสสมัยวิกเตอร์ อูโก ช่วงปี ๒๓๔๕ - ๒๔๒๘ กับยุคสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยาม ช่วงปี ๒๔๗๕ - ๒๕๖๒ ซึ่งมีระยะเวลา ๘๐ กว่าปีใกล้เคียงกัน แต่ห่างเวลาถึง ๑๓๐ ปี
ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสสมัยนั้นเกิดกระแสทางเลือกระหว่างสถาบันกษัตริย์กับระบบสาธาณรัฐ เช่นเดียวกับเราในตอนนี้ เพียงแต่ของเรามีความคุมเครือ ไม่กล้าแสดงตัวตนชัดเจนเท่ายุคสมัยของอูโก ซึ่งก็มีอาการกลับไปกลับมาในช่วงชีวิตของเขา
ความไม่ชัดเจนของขบวนการฝ่ายขวากับขบวนการฝ่ายซ้ายในบ้านเรา อาจทำให้เกิดภาวะสุดโต่ง(extreme)ได้ เหตุเพราะการคิดไม่ชัด หรือคิดชัด แต่ไม่กล้าบอกว่าตัวเองคิดอะไร เพราะเกรงว่าจะนำไปสู่ความรุนแรงเหมือนในอดีต และทำให้มีปัญหาทางกฎหมายในคดีอาญาที่กำลังถูกดำเนินการอยู่กับคนที่คิดตรงข้ามกับ”รัฐไทย”
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ พยายามคงสถานะของชนชั้นนำฝ่ายกลางและฝ่ายขวาไว้ นั่นคือให้อำนาจกองทัพกับอำนาจของราชการคงอยู่ ซึ่งแสดงนัยว่าเป็นการสนับสนุนทุนผูกขาด ที่เป็นทุน”ปีศาจ” เกาะกินประเทศไทยมายาวนาน ให้ดำรงอยู่ได้ต่อไป ทั้งการตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นโดยภาคประชาชนก็ทำได้ยากขึ้น
“ระบอบทักษิณ” จะยังคงดำรงความเป็นปีศาจ หลอกหลอนสังคมชนชั้นกลางและชนชั้นนำไปอีกระยะหนึ่ง แต่ขณะที่ชนชั้นรากหญ้าเขาคิดอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเกือบจะส่งผลแพ้ชนะทางการเมืองเหมือนยุคก่อนรัฐประหาร เพียงแต่ทำการเมืองแบบ”แตกแบงค์พันเป็นแบงค์ร้อย” ผิดพลาด จนทำให้เกิดความก้ำกึ่งทางอำนาจการเมืองในสภาฯ อันอาจนำไปสู่สภาวะถดถอยทางการเมืองอีกครั้งหนึ่ง
ผมตั้งคำถามกับ ครป.ว่า แล้ว”พื้นที่อำนาจของประชาชนอยู่ตรงไหน” ครป.ในฐานะเป็นองค์กรภาคประชาชน เคยเป็นองค์กรนำก่อนเกิด พธม.-พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย วันนี้จะรื้อฟื้นบทบาทนั้นกลับมาได้อีกไหม หรือทำให้ทั้งฝ่ายขวา ฝ่ายกลาง ฝ่ายซ้าย แสดงจุดยืนทางการเมืองออกมาให้ชัดเจน มิฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อกำหนดพื้นที่ทางการเมืองให้ทุกฝ่ายไม่ได้แล้ว ก็อาจนำไปสู่ความคลุมเครือทางการเมืองได้อีกครั้งหนึ่ง
ประวัติศาสตร์ทางการเมืองก็จะวนเวียนเแบบนี้ ซึ่งในทางทฤษฏีแล้ว ความวนเวียนจะนำไปสู่สิ่งใหม่ ซึ่งน่าจะเห็นชัดเจนได้ภายใน ๑๐ ปีนี้