ประวิตรอุ้มชาวสวนปาล์มดันรายได้ทะลุ1.5แสนล้าน
"บิ๊กป้อม"ลงพื้นที่ติดตามแก้ปัญหาด้านน้ำภาคใต้ ประชาชนและชาวสวนปาล์มกระบี่แห่ต้อนรับอบอุ่น ลั่นพร้อมช่วยชาวสวนปาล์ม เพิ่มรายได้ทะลุ1.5แสนล้าน ดันแปรรูปสู่พืชเศรษฐกิจยั่งยืน
ที่ลานหน้าศาลากลาง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.65 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ด้านน้ำ และพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนและชาวสวนปาล์มน้ำมัน โดยมีตัวแทนชาวสวนปาล์มจากจังหวัดกระบี่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา และนครศรีธรรมราช อาทิ กลุ่มคนปลูกปาล์มกระบี่ สมาคมปาล์มพังงา สมาคมปาล์มสุราษฎร์ธานี เดินทางมาต้อนรับอย่างอบอุ่น ที่ลานหน้าศาลากลาง จ.กระบี่
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ในวันนี้ เพื่อต้องการมาเยี่ยมพี่น้องชาวสวนปาล์ม มารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง ในฐานะประธานกรรมการ กนป. มาถึง 8 ปี เมื่อเม.ย.ที่ผ่านมา ชาวสวนปาล์มขึ้นไปขอบคุณที่ทำเนียบฯ เพราะรัฐบาลมีผลงาน 4 ปีต่อเนื่อง แม้ในช่วงโควิด-19 เศรษฐกิจในพื้นที่ปลูกปาล์มยังสะพัดหมุนเวียนดีตลอดห้วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะมาตรการ กนป. วางไว้อย่างเป็นระบบ โดยมีการนำน้ำมันปาล์มดิบไปใช้เป็นไบโอดีเซล นำไปผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อดูดซับสต๊อกส่วนเกินที่ล้นตลาด ดันการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ มาตรการประกันรายได้ ส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ทำให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา ซึ่งสูงกว่าราคารับประกันที่กก.ละ 4 บาท ประหยัดงบประมาณที่ตั้งไว้เป็นจำนวนมาก
จากสถิติข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เห็นว่าปี 2562 ราคาปาล์มทะลายเฉลี่ยทั้งปี 3.11 บาท/กก. ปี 2563 เพิ่มเป็น 4.80 บาท/กก. ปี 2564 เพิ่มเป็น 6.66 บาท/กก. และ ในปี 2565 นี้ คาดว่าจะเพิ่มถึง 7.50 บาท/กก. โดยเมื่อประมาณการตัวเลขทางเศรษฐกิจแล้วพบว่ามูลค่าผลปาล์มน้ำมันทะลายที่ออกจากสวนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและต่อเนื่อง กล่าวคือจากปี 2562 มีมูลค่าเพียง 5 หมื่นล้านบาท ต่อมาปี 2563 เพิ่มเป็น 7 หมื่นล้านบาท และปี 2564 เพิ่มอีกเป็น 1.2 แสนล้านบาท คาดว่าในปี 2565 นี้ น่าจะทะลุ 1.5 แสนล้านบาท อย่างแน่นอน
พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง ในฐานะประธานอนุกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ ภายใต้ กนป. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการตามมาตรการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมันด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ อันเป็นการเพิ่มความต้องการใช้ (อุปสงค์) ภายในประเทศ เพื่อใช้ทดแทนพลังงานทางเลือกไบโอดีเซลที่มีแนวโน้มลดลงสืบจากการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างรวดเร็ว ยังนำมาใช้เป็นส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ (SAF) เพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนฯ สู่ชั้นบรรยากาศ โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพ ในปี 2566 เชื่อว่า ปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมันภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นพืชเศรษฐกิจต้นแบบของไทย ที่สร้างราคาได้ให้เกษตรกร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน