“ชัยวุฒิ” เร่งหามาตรการป้องกันฉ้อโกงออนไลน์ ถูกหลอกทะลุแสนราย วอด 2 หมื่นล้าน ถก ธปท.ล้อมคอก
วันที่ 7 พ.ย. 65 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีการแก้ไขปัญหา การป้องกันการฉ้อโกงหลอกลวงออนไลน์ทางสื่อโซเชียลมีเดีย จากการที่มิจฉาชีพมีการเปลี่ยนรูปแบบ มีมาตรการใดบ้างที่จะนำเสนอในการประชุมการแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงประชาชนผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์วันนี้ ว่า อันดับแรก ต้องกวดขัน เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดี ตามที่มีผู้เสียหายแจ้งความเข้ามา โดยการแจ้งความออนไลน์ มีคดีเข้ามาตั้งแต่เดือนมี.ค.ถึงปัจจุบัน กว่า 100,000 ราย มีความเสียหายประมาณ 20,000 ล้านบาท จะเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการรวบรวมคดีและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ในการนำคนผิดมาลงโทษ
นายชัยวุฒิกล่าวต่อว่า เรื่องที่สองคือมาตรการที่จะป้องกันการโอนเงินไปยังคนร้ายผ่านบัญชีม้า ทำให้การดำเนินคดียาก เพราะจะเจอแต่บัญชีของนอมีนีตัวแทน ไม่เจอคนร้ายตัวจริง และมีการโอนเงินออกนอกประเทศ ทำให้ติดตามเงินและยึดคืนได้ยาก เรื่องนี้ต้องกำหนดมาตรการร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการออกแบบระบบและมาตรการ หากเห็นว่ามีการโอนเงินผิดปกติ โอนเงินไปต่างประเทศหรือโอนเงินจำนวนเงินมากๆบ่อยๆ อยากให้มีมาตรการในการหยุดโอนเงิน และหยุดบัญชีม้าไม่ให้ทำงาน
นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า สุดท้ายเป็นเรื่องของมาตรการป้องกัน การเตือนประชาชนผ่านระบบต่างๆ เช่น ก่อนโอนเงินจะมีการแจ้งเตือนก่อนหากมีการโอนเงินจำนวนมาก หรือการโอนเงินที่ผิดปกติ หรือหากโทรศัพท์ถูกรีโมทเข้าควบคุมเครื่อง จะหารือให้ธนาคารทุกแห่งออกแบบระบบ และมีการป้องกันการถูกรีโมท ถูกดูดข้อมูล หรือถูกฟิตชิ่ง ตรงนี้น่าเป็นห่วงกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ธนาคารทุกแห่งจะต้องไปปรับปรุงระบบให้ทันสมัย
เมื่อถามว่า หากถูกฟิชชิ่งหรือดูดข้อมูล มีระบบหรือข้อกฏหมายใด ที่จะใช้ในการป้องกันหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ข้อกฎหมายไม่ใช่ประเด็น เป็นเรื่องของเทคโนโลยีและเป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยจะต้องอัพเดทระบบข้อมูลให้มีระบบไซเบอร์ป้องกันความปลอดภัย เพราะถ้าปล่อยให้ประชาชนโดนดูดเงินคนจะไม่กล้าใช้ระบบโมบายแบงค์กิ้ง และจะทำให้ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาในต่างประเทศก็ใช้วิธีการปรับปรุงระบบ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์เข้ามาช่วยดู ที่สำคัญสื่อมวลชนจะต้องช่วยประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลให้ความรู้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารอย่าไปหลงเชื่อแก๊งมิจฉาชีพที่บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วให้เอาเงินไปตรวจสอบ หรือหลอกให้กดลิงค์ต่างๆและหลอกดูดเงินไป