“ทีมการศึกษาก้าวไกล” กังวล “รมว.-รมช.” ก.ศึกษาฯชุดใหม่ ไม่ตรงสาย แนะเร่ง คืนครูสู่ห้องเรียน-แก้หลักสูตรล้าหลังทันที
เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 29 ส.ค. 66 ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคก้าวไกล นายปารมี ไวจงเจริญ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวภายหลังเห็นโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ว่า มีความกังวลใจเนื่องจากรายชื่อในโผไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงการศึกษาเลย แต่ก็มองในแง่ดีว่าถ้ามีใจต้องการปฏิรูปการศึกษาจริงอยากให้ทั้งรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ติดต่อขอความรู้จากผู้รู้หลายๆ คน ไม่ต้องเป็นพรรคก้าวไกลก็ได้แต่หากติดต่อเรามา เราก็ยินดีให้คำแนะนำ
“ยังฝากความหวังไว้กับท่าน หากท่านเปิดรับความเห็นของนักการศึกษารุ่นใหม่ๆ ที่มีเยอะแยะมากมายแตกต่างหลากหลาย ก็หวังว่าเราจะได้ร่วมกันทำให้การศึกษาดีขึ้น” นายปารมี กล่าว
เมื่อถามว่า โผครม. เป็นไปตามที่พรรคก้าวไกลคาดการณ์ไว้หรือไม่ นายปารมี กล่าวว่า ไม่ค่อยเป็นไปตามคาด ส่วนตัวหวังว่าอย่างน้อยๆ อยากได้คนที่มีพื้นฐานความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจะได้ปฏิรูปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะการศึกษาตอนนี้แย่มาก กว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะคลำทางได้ก็นาน เพราะกระทรวงศึกษาธิการมีระบบราชการที่ใหญ่โตเทอะทะมาก อีกทั้งยังมีโครงสร้างกระทรวงที่แปลก จึงอยากให้รัฐมนตรีที่เข้ามาทำหน้าที่ ทำงานและเข้าใจระบบได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อถามกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย ว่าได้คนไม่ตรงสายมาทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ นายปารมี กล่าวว่า ในฐานะที่ตนอยู่ในแวดวงการศึกษา ก็มีหลายเสียงที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ว่าหากให้คนที่ไม่รู้งานมาทำ ให้ครูทำกันเองดีกว่าหรือไม่ แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็หวังว่าเขาจะใจกว้างพอที่จะรับฟัง อย่ารับฟังแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวง แต่อยากให้เปิดใจรับฟังครู นักเรียน และผู้ปกครอง ต้องให้ความสำคัญของ 3 ส่วนนี้มากๆ ฟังให้มากขึ้น จะได้บริหารให้ถูกทิศถูกทาง
เมื่อถามว่า คนในแวดวงการศึกษาคาดหวังไว้อย่างไรบ้าง นายปารมี กล่าวว่า ตนกังวลใจเมื่อเห็นรายชื่อของทั้งสองตำแหน่ง อย่าหาว่าปรามาส แต่เผื่อเขาจะได้ตั้งเป้าหมายการทำงานให้มีความกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น ตนและทีมการศึกษาของพรรคหวังว่าเขาจะมาพูดคุยหรือรับฟังนโยบายดีๆ ของเราในหลายๆ เรื่อง รวมถึงนโยบายของพรรคอื่นๆด้วย เพราะนโยบายพรรคของรัฐมนตรีที่จะเข้ามาบริหารนั้นยังมีน้อยไป ยังไม่เห็นความชัดเจนเป็นรูปธรรม เพื่อนำไปปรับใช้ หากมีความจริงจัง จริงใจในการแก้ไขปัญหาการศึกษาไทยที่ตอนนี้ติดอยู่ในก้นหลุมดำ ก็มาช่วยกัน
นายปารมี ยังได้กล่าวถึงวิธีแก้ปัญหาของกระทรวงศึกษาธิการด้วยว่า ควรแยกออกเป็นสองส่วน คือ1.ครู ควรลดงานเอกสาร และคืนครูสู่ห้องเรียนให้ได้จริงๆ ซึ่งสามารถทำได้เลย เนื่องจากอยู่ในอำนาจของฝ่ายบริหาร 2.นักเรียน สารตั้งต้นของความล้มเหลวทางการศึกษาในปัจจุบันคือหลักสูตรที่ล้าหลัง และแข็งตัวมาก จึงอยากให้ระดมความเห็นจากทุกส่วนช่วยกันในการร่างหลักสูตรใหม่
นายปารมี ยังเปิดเผยด้วยว่า ได้เสนอชื่อตัวเองผ่านระบบของพรรคเพื่อเข้าทำงานในคณะกรรมาธิการการศึกษา และหากทางพรรคไว้วางใจมอบหมายให้ทำจะทำอย่างเต็มที่แน่นอน