"ธรรมนัส" บอกอนาคตการเมืองแล้วแต่ "บิ๊กป้อม" สั่งทางไหนพร้อมทำตาม มอง "2ป." แยกกันเดินเป็นสีสันประชาธิปไตย
"ธรรมนัส" บอกอนาคตการเมืองแล้วแต่ "บิ๊กป้อม" สั่งทางไหนพร้อมทำตาม แย้มคัมแบ็กพปชร.หรือไม่ก่อน 7 ก.พ. มอง "2 ป." แยกกันเดินตัดคะแนนกันเอง เป็นสีสัน แต่ละคนอยากมีบ้านของตัวเอง
เมื่อเวลา 14.10 น.วันที่ 16 ม.ค.66 ที่ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อ.เมือง จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการกลับมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐว่า สถานภาพขณะนี้ยังเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย รวมทั้งส.ส. ที่ยืนอยู่ข้างหลังตน แต่เรื่องการเมืองไม่ปฏิเสธว่า ตนให้ความเคารพรักนายป้อม มาอย่างสม่ำเสมอ เพราะตนถือว่า ท่านมีพระคุณกับตนกับพี่น้องตน ดังนั้นทุกอย่างชีวิตการเมือง เป็นเรื่องของบ้านของเมือง ตนก็ฝากนายป้อมแล้วว่าแล้วแต่ท่านจะตัดสินใจจะให้ตนเดิน กลับพรรคเศรษฐกิจไทยต่อหรืออย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อยากให้กลับมาพลังประชารัฐหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถามว่าการเมืองเวลานี้ อย่างที่ผู้ใหญ่หลายคนบอกว่า ยังมีเวลาอยู่ในการตัดสินใจ และตนในฐานะที่เป็นแกนหลักพรรคเศรษฐกิจไทย เราก็ยังรักบ้านเดิมอยู่ แต่เมื่อถามว่าพล.อ.ประวิตรสั่งอย่างไร ตนในฐานะที่อยู่กับท่านมาโดยตลอดในชีวิตการเมืองผมเลือกไม่ได้ก็แล้วแต่ท่าน
เมื่อถามว่า ดังนั้นก็มีเปอร์เซ็นต์ ถ้าหากพล.อ.ประวิตรให้มาทำการเมือง ในนามพรรคพลังประชารัฐก็พร้อมจะมาใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าก็อย่างที่ตนเรียนว่าก็แล้วแต่ท่าน
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงจะสมัครเขต 1 พะเยาใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าการเมืองในบ้านตน จ.พะเยาเป็นการเมืองที่ฟังเสียงพี่น้องประชาชน ชาวบ้านอยากให้ตนลงเขต 1 เหมือนเดิม อยากให้นายจีระเดช ศรีวิลาศ ลงเขต 2 และนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ลงบัญชีรายชื่อ
เมื่อถามว่า จะลงสมัครเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าอยู่ที่พล.อ.ประวิตรจะตัดสินใจ
เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะชัดเจนได้เมื่อไหร่ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า “ก็อีกไม่กี่วันนี่ละครับ ซึ่งน่าจะชัดเจน”
เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรได้ส่งสัญญาณว่าจะให้กลับมาพรรคพลังประชารัฐเมื่อไหร่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จริงๆ แล้ว ในส่วน ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจไทย พล.อ.ประวิตรให้อิสระในการตัดสินใจว่า จะอยู่พรรคพลังประชารัฐหรือพรรคเศรษฐกิจไทย
เมื่อถามว่า จะชัดเจนก่อนประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐในวันที่ 21 ม.ค.หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า อาจจะก่อนหรือหลังสักเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ก่อนวันที่ 7 ก.พ. ที่ต้องชัดเจนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐหลายคนทิ้ง พล.อ.ประวิตร จะหาใครมาเติมเต็มมาช่วยในการสู้ศึกเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เวลานี้ยังเป็นสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย เรายังพูดอะไรได้ไม่เยอะ แต่ถามว่า แนวร่วมที่เคยสร้างพรรคพลังประชารัฐมาตั้งแต่ยังเป็นวุ้น หลายท่านก็ยังอยู่ หลายที่ออกไปแล้วก็กลับมา
เมื่อถามว่า มองสถานการณ์การเมืองอย่างไรที่พี่น้อง 2ป. แยกกันเดิน เหมือนมาแย่งคะแนนกันเอง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้มองอย่างนั้น แต่เป็นรูปแบบของประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ละคนมีบ้านของตัวเอง อย่างพล.อ.ประวิตรก็รักบ้านของท่าน เพราะท่านสร้างมากับมือเช่นเดียวกับ ส.ส.หลายคน ดังนั้นการเมืองและการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ตนว่าจะเป็นสีสันในเรื่องของประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นพรรคอะไรก็ตามก็จะง่ายกว่าเดิมที่จำนวนพรรคจะไม่มากเหมือนปีก่อน 2562
เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นการตัดคะแนนกันเองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ถ้าเป็นการเมืองอย่างพวกตนที่เป็นส.ส.ต่างจังหวัดไม่มีผล สังเกตได้ว่าที่มากันวันนี้ก็ไม่ได้เกณฑ์กันมาแต่มาด้วยใจ เพราะอยากจะมาเจอพล.อ.ประวิตร
เมื่อถามว่า ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ที่จะชู พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ คนที่ 30 ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนสนับสนุนพล.อ.ประวิตร
เมื่อถามย้ำว่า ที่ระบุกับประชาชนว่าวันนี้พา ว่าที่นายกฯ คนที่ 30 มาพบชาวพะเยา อยากให้พูดเต็มปากกับสื่ออีกครั้ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าด้วยบุคลิกและนิสัยใจคอของพล.อ.ประวิตร ที่ตนอยู่วงการเมืองครั้งแรกในชีวิตของพล.อ.ประวิตรท่านคือผู้นำ ที่จะนำพาพี่น้องประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในเรื่องของเศรษฐกิจก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งกำลังเข้ามาทั้งเปิดหน้าและไม่เปิดหน้า
เมื่อถามว่า มองภาพรวมเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ที่พล.อ.ประวิตรจะนั่งนายกฯ อย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนว่าอยู่ที่พี่น้องประชาชน ถ้าถามว่าการเมืองในพื้นที่ภาคเหนือจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้น ตนว่าเปลี่ยนแปลงแน่นอน และตนเชื่อมั่นว่าพรรคอื่นก็เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่า ในพื้นที่ที่ดูแลยังมั่นใจในคะแนนนิยมใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตอนเป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ ตนลงพื้นที่เกือบทุกจังหวัด เหลืออีก 4 จังหวัดในประเทศไทยที่ตนยังไม่ได้ไป ดังนั้นตนมั่นใจว่าการที่พล.อ.ประวิตร สั่งการให้ตนมาทั้งในหน้าที่รมช.เกษตรฯ และงานที่มอบหมายในนามพรรคเกิดประโยชน์เป็นรูปธรรมให้กับพี่น้องประชาชนในทุกจังหวัด ตนมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้คือผลงานของพล.อ.ประวิตร