สำนักฯ คณะกรรมการกฤษฎีกา บอกไทย เป็นสังคมอุปถัมป์-มีจุดอ่อน ทำถูกมองไม่เคร่งครัดเรื่องกฎหมาย
วันที่ 2 ก.ค.2565 นายวรกร โอภาสนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง กองกฎหมายกระบวนการยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา บรรยายหัวข้อ “การจัดการจริยธรรมเมื่อมี Ethical Dilemma “ หรือ ภาวะของการจัดการจริยธรรมที่จำเป็นต้องตัดสินใจ และ การตัดสินใจนั้นมีผลต่อสังคม” สำหรับผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร “นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง” หรือ นยปส.รุ่นที่ 13
โดยยกตัวอย่างกรณีศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรม จริยธรรม อันส่งผลต่อสังคมและประเทศ เช่น คดีค่าโง่ 12 คดีดัง ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชั่น การรับสินบน ผลประโยชน์ทับซ้อน การกระจายเงินในหายโครงการลงสู่ภาคประชาชนในรูปแบบของ นโยบายประชานิยม ซึ่งท้ายที่สุด ส่งผลให้บางประเทศ เช่น เวเนซุเอล่า ศรีลังกา ต้องล่มสลายทางเศรษฐกิจ
ขณะที่ประเทศไทย เป็นสังคมอุปถัมป์ และมีจุดอ่อนที่ทำให้ถูกมองว่า ไม่เคร่งครัดเรื่องกฎหมาย มีความอ่อนแอทางคุณธรรม จริยธรรม ยึดประโยชน์ส่วนตนมากกว่าสาธารณะ ยกย่องคนรวยมากกว่าคนดี และไม่สอนเด็กให้สำนึกรับผิดชอบต่อสังคม
ภาวะผู้นำจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้นำยุคAI ที่ต้องเปิดหูเปิดตาทั้งภายนอกและภายใน มีมุมมองและการตัดสินใจได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการนำพาองค์กร โดยยกตัวอย่างอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบราม่า ที่มักใช้ 3 วิธีการตัดสินใจ ใน 3 ประโยค คือ “ไม่มีการตัดสินใจอะไรที่ดีที่สุด” , “มีคนที่เก่งกว่าอยู่ด้วย” และ “รบกวนอธิบายเพิ่มได้มั้ย”
ส่วนกระบวนการตัดสินใจด้านจริยธรรม ที่จะใช้ดุลยพินิจ ขอให้ยึดหลักธรรม “อย่าเห็นแก่ตัว” “สังคหวัตถุ4 หลักการครองใจคน ทำให้คนรักกัน” และ “ หิริ โอตตัปปะ ความละอาย เกรงกลัวต่อบาป”