อดีตรองผอ.ข่าวกรองชี้สถาบันปฏิรูปมาตลอด ตั้งแต่รัชกาลที่4
นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า...
ปฏิรูปสถาบันฯ
บรรพบุรุษของคนไทย พระมหากษัตริย์คือผู้นำ ประชาชนคือผู้ตาม บุรพกษัตริย์ได้ค้นพบดินแดนแห่งนี้ ดินแดนที่ฝนดี ดินดำ น้ำชุ่ม ไม่มีพายุ พระมหากษัตริย์มิใช่หรือที่นำคนไทยเราออกทัพ สู้รบขยายและรักษาแผ่นดินแห่งนี้ ไว้ให้ลูกหลาน พระมหากษัตริย์ไทยไม่ได้รังเกียจคนต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นมอญ แขก และจีน ขอแต่เพียงให้จงรักภักดีต่อแผ่นดินไทย ไม่ขายชาติ ไม่ทุรยศต่อแผ่นดิน
สถาบันพระมหากษัตริย์ได้เรียนรู้ความล้มเหลวจากการเสียกรุงและการล่มสลายของอาณาจักรศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ได้ปรับปรุง สมัยนี้ต้องใช้คำเท่ห์ๆ ว่า ปฏิรูปวิธีการป้องกันประเทศ ในรัชสมัยรัชกาลที่สาม พระองค์ได้ทรงเตือนแล้วว่า ศึกหน้าจะมาจากฝรั่งมังค่า ไม่ใช่ประเทศเพื่อนบ้าน พระองค์ทรงสะสมเงินถุงแดงที่ได้จากการค้าขายกับต่างประเทศ เพื่อใช้ในอนาคต รัชกาลที่สี่ทรงเน้นการศึกษาหาความรู้จากต่างประเทศ ทรงเตรียมพระราชโอรสให้เรียนรู้ภาษาต่างชาติ รัชกาลที่สี่ทรงเป็นกษัตริย์นักวิทยาศาสตร์คนแรกของไทยที่สามารถคำนวณการเกิดสุริยุปราคาอย่างแม่นยำ
สมเด็จพระปิยมหาราชทรงปฏิรูปประเทศไทยให้ทันสมัยทัดเทียมตะวันตก ปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูประบบการศึกษา ปฏิรูประบบการป้องกันประเทศ ปฏิรูปการขนส่งโทรคมนาคม รวมทั้งทรงเลิกทาส พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์ไกล ทรงปฏิรูปประเทศ ในขณะที่คนในประเทศยังถามกันว่า ทรงทำไปทำไม
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นผู้นำในการปฏิรูปชนบท เปลี่ยนแนวทางการเพาะปลูก เลิกการปลูกฝิ่น ทรงเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทรงเสนอปรัชญา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ยูเอ็นนำไปเป็นปรัชญาในการพัฒนาประเทศต่างๆ
สถาบันกษัตริย์มีการปฏิรูปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดนับตั้งแต่รัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา แม้แต่รัชกาลที่ 7 ก็ทรงเตรียมการในการมอบประชาธิปไตยให้คนไทย แต่ถูกยึดอำนาจเสียก่อน แต่ถึงกระนั้น หากรัชกาลที่ 7 ไม่ทรงเต็มใจที่จะให้ประชาธิปไตยและยอมเป็นพระมหากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญแล้ว การนองเลือดต้องเกิดขึ้นแน่นอน
สถาบันฯมีการปรับตัวมาโดยตลอด เป็นผู้นำในการปฏิรูป ทำในสิ่งที่นักการเมืองไม่สนใจทำ เพราะสถาบันฯไม่ได้เลือกข้าง ไม่ได้สนใจแต่ประชาชนที่โหวตเสียงเลือกเหมือนนักการเมืองที่ทำให้กับพื้นที่ที่เลือกตนเอง แต่สถาบันฯกลับสนใจพัฒนาพื้นที่ชนบท แก้ไขความทุกข์ยากของประชาชน
นับตั้งแต่ 2475 สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยไม่ใช่ระบอบสมบูรณญาสิทธิราช ไม่ทรงมีอำนาจในการบริหารราชการ ไม่มีอำนาจสั่งราชการ การลงพระปรมาภิไธยต่างๆล้วนเสนอโดยผู้นำรัฐบาลและประธานรัฐสภาเท่านั้น
คนที่เกิดมาก่อนไม่ใช่คนโง่ มิเช่นนั้น คงไม่สามารถรักษาเอกราช พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ามาได้จนถึงทุกวันนี้
ขอบคุณข้อมูลและภาพ เฟซบุ๊ก-Nantiwat Samart