"ชัย วัชรงค์" ชี้นโยบายการคลังที่ดีช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

การเมือง8 ธ.ค. 2567 • 10:56 น.
"ชัย วัชรงค์" ชี้นโยบายการคลังที่ดีช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

วันที่ 8 ธ.ค.67 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุข้อความว่า นโยบายทางการคลังที่ดีจะมีบทบาทอย่างมากในการช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมามีพลังและเติบโตได้ดีอีกครั้ง แนวคิดในการปรับปรุงโครงสร้างการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ เป็นกระบวนการที่จะนำไปสู่การหาจุดลงตัวที่เหมาะสมของการกำหนดนโยบายทางการคลังที่แหลมคม ลุ่มลึก และทรงพลัง ผมขอแชร์ไอเดียเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยคนดังนี้ครับ

1) ควรขึ้น VAT เป็น 10% ซึ่งจะทำให้รัฐบาลเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นราวๆ 400,000 ล้านบาทต่อปี แล้วนำไปใช้ในเรื่องสำคัญดังต่อไปนี้

2) ลดราคาค่าไฟฟ้าลง 1 บาทต่อยูนิต ซึ่งต้องใช้งบประมาณอุดหนุนปีละราว 200,000 ล้านบาท แต่จะทำให้ประเทศไทยมีเสน่ห์น่าจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น และจะทำให้ประชาชนทุกครัวเรือนตลอดจนภาคการผลิตของไทยแฮปปี้กันถ้วนหน้า

3) ลดราคาน้ำมันดีเซลลงทีเดียวลิตรละ 2 บาท ซึ่งจะต้องใช้งบอุดหนุนราวปีละ 50,000 ล้านบาท ประชาชนทั่วไปและภาคการขนส่งของไทยจะเฮกันทั้งประเทศ

4) ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงจาก 20% เหลือ 17% ในกรณี worst case scenario (ลดแล้วไม่มีผลต่อการขยายตัวของธุรกิจเลย ซึ่งในความเป็นจริง มีโอกาสจะเป็นเช่นนั้นได้น้อยมากๆ) การจัดเก็บภาษีประเภทนี้จะลดลงปีละ 72,000 ล้านบาท แต่ภาคธุรกิจก็จะมีเงินทุนสะสมจากกำไรเพื่อนำไปขยายธุรกิจต่อเพิ่มขึ้นเช่นกัน

5) ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากอัตราก้าวหน้าในปัจจุบันเป็นอัตราก้าวหน้าแต่ภาษีทั้งหมดที่จะต้องเสียสูงสุดจะต้องไม่เกิน 17% ของรายได้พึงประเมิน ในกรณี worst case scenario (ลดแล้วไม่ทำให้คนเสียภาษีสามารถหารายได้เพิ่มขึ้นได้แต่อย่างใด ซึ่งในความเป็นจริงก็ยากที่จะเป็นเช่นนั้น)

การจัดเก็บภาษีประเภทนี้จะลดลงไม่เกินปีละ 50,000 ล้านบาท แต่เงินส่วนนี้ก็จะไหลกลับไปเพิ่มเป็นกำลังซื้อให้กับประชาชนทันที เมื่อรวมทุกข้อข้างต้นเข้าด้วยกัน รัฐบาลจะยังคงมีรายได้เพิ่มขึ้นอยู่อีกถึงปีละ 28,000 ล้านบาท และทั้งหมดนี้จะช่วย shift ให้โครงสร้างเศรษฐกิจของไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดทันที โดยไม่สร้างภาระทางการคลังเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ยิ่งถ้าเพิ่มเรื่อง ease of doing business ตามนโยบายของรัฐบาลเข้าไปอีกด้วย ประเทศไทยก็จะสามารถกลับมาอยู่ในจุดที่สู้กับใครก็ได้ในภูมิภาคนี้อย่างแน่นอนครับ ใครเห็นต่างอย่างไร ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นได้เลยนะครับ

 

 

ขอบคุณ X-@MorChai_PTP