“รังสิมันต์” เผย “ศึกซักฟอก ม.152” วันนี้ ยกระดับเท่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่น ไม่ห้ามการปรามาส แต่อย่ามาปิดปาก

การเมือง15 ก.พ. 2566 • 03:48 น.
“รังสิมันต์” เผย “ศึกซักฟอก ม.152” วันนี้ ยกระดับเท่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่น ไม่ห้ามการปรามาส แต่อย่ามาปิดปาก

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ก.พ. 66 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกลกล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ มาตรา 152  ว่า พรรคก้าวไกลเตรียมขุนพลอภิปรายไว้ ประมาณ 5 คน โดยเริ่มจากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตามด้วย นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อในประเด็นเศษฐกิจ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บางขุนเทียน ในประเด็นสังคม ส่วนตนจะอภิปรายในหัวข้อการเมือง และหวังว่าจะอภิปรายครอบคลุมในทุกมิติ

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า สำหรับหมัดเด็ดในการอภิปรายครั้งนี้ แม้จะเป็นการซักถามทั่วไป แต่เนื่องจากเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เราจึงยกระดับให้เทียบเท่ากับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะเนื้อหาของตนที่เตรียมมาเป็นจำนวนมาก เกี่ยวพันกับการทุจริตคอร์รัปชัน โดยใช้เวลาเตรียมข้อมูลถึง 3-4 เดือน และมีเวลาอภิปรายถึง 1 ชั่วโมงกว่า ๆมั่นใจว่ามีหลักฐานชัดเจนในการเอาผิดรัฐบาล จะไม่ได้จบแค่การซักฟอกครั้งนี้ แต่จะต้องมีการเตรียมดำเนินคดีเอาผิดอีกเยอะ

สำหรับกรณี หากมีการประท้วงหรือเสนอนับองค์ประชุมจากฝั่งรัฐบาล นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่เข้าใจจะทำไปเพื่ออะไร เพราะที่ผ่านมาในการอภิปรายหลาย ๆ ครั้ง ก็ดำเนินการได้อย่างปกติ แล้วการพยายามปิดกั้นไม่ให้ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล ทำไปด้วยวัตถุประสงค์ใด หรือรัฐบาลกำลังจะยอมรับว่า ตัวเองมีแผลเหวาะหวะเต็มตัว และกลัวว่าประชาชนจะรู้

"ผมอยากให้สภาฯเป็นเวทีที่ทุกฝ่ายมีโอกาสได้พูด อย่าใช้เวทีนี้ในการปิดปากใคร แต่ควรเป็นโอกาสให้ประชาชนรับรู้ข้อมูล หากรัฐบาลชี้แจงไม่ดี ประชาชนก็ไม่เลือกคุณ หากฝ่ายค้านตรวจสอบไม่ดี ประชาชนก็ไม่เลือก "

นายรังสิมันต์ ย้ำอีกว่า คณะรัฐมนตรีที่เป็นเป้าหมายในครั้งนี้ มั่นใจแล้วว่าเป็นคนที่มีบาดแผลเยอะมากจริงๆ และไม่สมควรที่จะบริหารประเทศต่อไป ส่วนตัวเห็นว่ารัฐบาลก็ปรามาสฝ่ายค้านมาทุกครั้ง แต่ก็ไม่เคยเห็นรัฐบาลชี้แจงอะไรได้ เข่น เรื่องตั๋วช้าง ทั้งนี้ ไม่ขอห้ามการปรามาส แต่อย่ามาปิดปากเรา  

นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หากวันนี้สภาฯล่มจริง ก็ขอให้สื่อมวลชนอย่าเพิ่งรีบกลับ ขอให้อยู่ติดตามการนำเสนอต่อไป ถึงแม้อภิปรายจะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ส.ส. แต่ก็ถือว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนใครอยากจะฟ้องร้องก็ห้ามไม่ได้ อยากให้สังคมเข้าใจ ว่าไม่มีใครอยากอภิปรายนอกสภาฯ แต่ในเมื่อสภาฯล่มจนต้องทำอย่างนั้น ก็สะท้อนว่านี่คือส่วนหนึ่งของปัญหา