- โฆษณา -

“นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” ชี้ “เพื่อไทย” แตะ “ม.112” “ทักษิณ” พลาด ! กระทบ “พรรค” กระเทือน “ลูก”

การเมือง8 พ.ย. 2564 • 11:42 น.
“นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” ชี้ “เพื่อไทย” แตะ “ม.112” “ทักษิณ” พลาด ! กระทบ “พรรค” กระเทือน “ลูก”
เรื่อง : ทีมข่าวการเมือง หมายเหตุ : “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม” หัวหน้าพรรคไทยภักดี ให้สัมภาษณ์พิเศษ “สยามรัฐ” วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และ “พรรคเพื่อไทย” ต่อท่าทีการเสนอแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 และม.116 แต่กลับต้องมา “กลับลำ” ในภายหลัง มีสาระที่น่าสนใจดังนี้ - ท่าทีของอดีตนายกฯทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ถอยเรื่องการเสนอให้แก้ไขกฎหมายอาญา ม.112 จุดนี้กำลังสะท้อนอะไรบ้าง และประเมินว่าจากนี้ไปจะมีความพยายามผลักดันกรณีนี้จะกลับมาอีกหรือไม่ คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นผลสืบเนื่องจากวันที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวลูกสาวคุณทักษิณ หรือคุณอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ในวันประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ฐานะประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย เกมนี้เป็นเกมแย่งชิงมวลชนของ “พรรคก้าวไกล” กล่าวได้ว่าเป็นเกมชิงมวลชนของ ส้มกับแดง ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมามวลชนของสีส้ม ร้อนแรงกว่า กลุ่มเป้าหมายคือคนรุ่นใหม่ ซึ่งคุณทักษิณ เองคงประเมินได้ว่ามวลนในส่วนนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรอง การที่เปิดตัวลูกสาว คือคุณแพรทองธาร ขึ้นมารวมถึงเปลี่ยนโทนสีโลโก้ของพรรค เป็นสีแดง มันเป็นการบ่งบอกว่าเป็นการชิงมวลชนจากพรรคก้าวไกล ดังนั้นการที่พรรคให้คุณชัยเกษม นิติสิริ แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไขม.112และม.116 เพื่อแสดงให้เห็นว่าจะดึงเรื่องเข้าสู่สภาฯเป็นการบางบอกว่า คุณทักษิณ ต้องการเปิดหน้าที่จะดึงมวลชนให้กลับมา ผมเชื่อว่าคุณทักษิณ คงประเมินว่า มวลชนในฐานอื่นที่เขามีอยู่อยู่แล้ว แต่มวลชนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะมีอายุครบ สามารถลงคะแนนเลือกตั้ง ได้ยังมีไม่พอ จึงหวังใช้แพรทองธาร เป็นตัวดึงกลับมา แล้วอาจจะวาดฝันว่าจะส่งลูกสาวเป็นนายกฯ แต่บังเอิญเกมที่เปิดขึ้นมาโดยคุณชัยเกษม เกิดปฏิกิริยาที่ตอบโต้จากหลายภาคส่วนอย่างมาก ซึ่งนี่คือการประเมินและการวิเคราะห์ที่ผิดพลาดของคุณทักษิณ และทีมงานของพรรคเพื่อไทย เมื่อเกิดกระแสตอบโต้กลับรุนแรง สิ่งที่แสดงออกได้ ณ เวลานั้นจึงต้องรีบออกมาบอกว่า ตัวกฎหมายไม่เป็นปัญหาที่เป็นปัญหาคือตัวกระบวนการ ซึ่งเท่ากับว่า คุณทักษิณ แตะเบรกแล้วเลี้ยวออกไปจอดรถข้างทางก่อน เพราะคุณทักษิณ รู้ว่าหากปล่อยไปเรื่อยๆ มันจะลามไปจนถึงมวลชนกลุ่มอื่นๆของเขาด้วย จนทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเสียคะแนน วันนี้เราคงไม่ปฏิเสธว่าทักษิณกับพรรคเพื่อไทยเดินอยู่บนทิศทางเดียวกัน และคนที่มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจก็คือคุณทักษิณ ดังนั้นเมื่อคุณทักษิณแตะเบรก ทั้งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ และประธานวิปฝ่ายค้านจึงออกมาในทำนองเดียวกัน แน่นอนว่าในส่วนของพรรคก้าวไกล ก็ต้องการรักษาฐานที่เขาได้ปูพรมเรื่องม.112 เอาไว้แล้ว ก็ต้องเสนอในจุดที่แรงขึ้นนั่นคือไม่ได้เสนอให้แก้ไข แต่ให้ยกเลิกเลย คำถามจึงถามว่าวันนี้ในข้อเท็จจริงคุณจะเสนอได้หรือไม่ ซึ่งตามตรรกะมันไม่ได้ คนไทยไม่มีใครเอาด้วยแน่นอน และในแง่กฎหมายก็ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 6 เขียนเอาไว้ชัดเจน ที่บัญญัติว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” ดังนั้นหากคิดจะยกเลิก ยิ่งไปกันใหญ่ ซึ่งทำไม่ได้ หากพรรคไหนทำ มีโทษถึงขั้นยุบพรรค ตามมา และยังเป็นไปไม่ได้ที่วาระจะได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภา แต่พวกนี้ก็ยังเล่นการเมืองกันอยู่ ทั้งพรรคก้าวไกลก็ต้องการตรึงฐานมวลชนของตัวเอง เพราะรู้ว่ามันไม่ง่ายและไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ วันนี้ก็ถือว่าหมิ่นเหม่ที่จะโดนยุบพรรคแล้ว เพราะการยื่นเรื่องเหล่านี้มีนัยยะที่จะถูกตั้งข้อสงสัยได้ว่าจะเข้าข่ายการเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ แต่สำหรับนักการเมืองด้วยกันเอง ก็มองออกว่าที่พูดออกมาเพื่อต้องการตรึงฐานมวลชนเอาไว้เท่านั้น จะได้หรือไม่ได้ คุณก็รู้อยู่แล้วว่าคำตอบมันคืออะไร และในระยะยาวผมเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่กล้าเล่นเกมนี้ต่อ แต่อาจจะแตะๆเพื่อไม่ให้เสียมวลชนเท่านั้น เกมนี้เป็นการยื้อกันระหว่างส้มกับแดงเท่านั้นเอง แต่ไม่ควรดึงเอาสถาบันมาเกี่ยวข้อง และนี่คือการสะท้อนว่าคุณทักษิณ ก็พลาดอยู่เรื่อยๆกับเรื่องแบบนี้ - การเดินเกมพลาดของคุณทักษิณและพรรคเพื่อไทย เรื่องม.112 แม้วันนี้จะถอยไปแล้วก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันจะกลับไปส่งผลกระทบต่อการเปิดตัวลูกสาว ที่กำลังไปได้ดีหรือไม่ ผมเชื่อว่าลำพังการเปิดตัวคุณแพทองธาร ล่าสุดที่ผ่านมาแล้วจะทำให้เขาถึงฝั่ง ถึงขั้นเป็นนายกฯนั้นคงยาก มันไม่เหมือนยุคนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เปิดตัวและใช้เวลา 49 วันในการหาเสียงจนได้เป็นนายกฯหญิงคนแรก เพราะเวลานั้นความร้องแรงของโซเชียลมีเดียส์ ยังมีไม่มากเท่ากับยุคนี้ ซึ่งคุณยิ่งลักษณ์ที่ชนะเข้ามาได้ก็ด้วยระบบบัตรสองใบ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้เงินเป็นตัวทำงาน แม้จะใช้กระแสจากพรรคการเมืองส่วนหนึ่ง แต่เงินยังเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมหัวคะแนน คุณทักษิณ มั่นใจว่ารอบนี้พรรคเพื่อไทยจะได้เลือกตั้งแบบบัตรสองใบ ถึงอย่างก็คงไม่มีปัญหา แต่เราจะเห็นได้ว่า วันแรกที่มีการเปิดตัวคุณแพทองธาร เพียงวันเดียวแล้วถูกโจทตีด้วยกระแส ข้อสอบรั่ว ผมเชื่อว่าเขาช้ำมากแล้ว เท่ากับว่าคุณทักษิณ ทำลายลูกสาวด้วยการเมืองที่คิดไม่ถึง ยังทำลายคนอื่นที่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ในอดีต ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าโอกาสที่คุณแพทองธารจะไปถึงนายกฯหญิงจึงเป็นเรื่องยาก ลำพังเรื่องของตัวเองก็ยากอยู่แล้ว ยังไม่นับปัญหาเรื่องการทุจริตของพ่อตัวเอง และการตอกย้ำเรื่องวงศาคณาญาติ จึงยิ่งไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย “ วันที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัว คุณแพทองธาร วันนั้นเธอเองก็โดนโจมตีเรื่องข้อสอบรั่ว และเมื่อมาถึงความต้องการที่อยากพ่อกลับบ้าน คนอีกส่วนหนึ่งก็มองว่า นี่คือภารกิจของคุณแพทองธาร มากกว่าเรื่องของประชาธิปไตย และล่าสุดเมื่อคุณชัยเกษม ออกมาพูดเรื่อง ม.112 ยิ่งกลายเป็นประเด็นที่กระทบต่อพรรคเพื่อไทยและคะแนนนิยมของคุณแพทองธารไปในเวลาเดียวกัน”