"บิ๊กกบ" ชี้ "ทักษิณ"จาบจ้วงไม่รู้จักที่ต่ำ ที่สูงเป็นเหตุให้เรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาว

การเมือง28 มี.ค. 2562 • 14:30 น.
"บิ๊กกบ" ชี้ "ทักษิณ"จาบจ้วงไม่รู้จักที่ต่ำ ที่สูงเป็นเหตุให้เรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาว
"บิ๊กกบ" เผย "ทักษิณ" จาบจ้วง ไม่รู้จักที่ต่ำ ที่สูง เป็นเหตุให้ "ถอดชื่อ-เรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาว" ย้ำถึงเวลาต้องตัดสินใจ ไม่อยากให้กระทบการเมือง 28 มี.ค.62 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พล.อ.ณัฐอินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าว พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเตรียมทหาร มีมติถอดชื่อนายทักษิณ ชินวิตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากการเป็นศิษย์เก่าดีเด่นและเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาว ที่ได้รับเมื่อปี 2534 ว่า เป็นมติที่ประชุมคณะกรรมการศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร มีผู้แทนจากรุ่นต่างๆเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ถือเป็นเรื่องภายใน ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลเกียรติยศ ผู้รับก็ต้องรักษาเกียตินั้นไว้ ถ้ามีข้อมูลในทางใดที่ผู้รับไม่สามารถรักษาเกียรติไว้ได้ ก็ต้องเรียกคืน เมื่อถามถึงสาเหตุในการเรียกคืนรางวัล พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า สื่อมวลชนและคนไทยอาจทราบข้อมูลตรงนี้ ดูจากในเว็บไซต์และโลกโซเชียลฯในหลายแห่ง แต่สิ่งที่รบกวนจรรยาบรรณและหลักนิยมของทหาร คือการใดก็ตามที่เป็นการจาบจ้วงไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ตรงนั้น ก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจ ส่วนเหตุใดจะต้องมาถอดชื่อในช่วงนี้ ผบ.สส.ตอบว่า ก็มีช้ามีเร็วได้ ก็เป็นเรื่องปกติ อยู่ที่ว่าช่วงใดที่เราจะดำเนินการ ก็ต้องดำเนินการให้จบกระบวนการขั้นตอนไป เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ฮ่องกงหรือไม่ ว่า “ไม่ครับ ก็เป็นเรื่องทั่วๆไป เมื่อข้อมูลมาถึงจุดๆหนึ่ง ที่ต้องดำเนินการอย่างไร เราก็เลือกระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่อยากให้ส่งผลกระทบไปเรื่องในการเมือง ถามว่ากรณีของนายทักษิณ เป็นครั้งแรกหรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์แจงว่า ส่วนใหญ่ผู้ได้รับรางวัล เขาก็รักษาเกียรติแห่งรางวัลนั้นไว้ได้ทุกคน พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ศิษย์เก่าเตรียมทหารก็เป็นทหารและตำรวจ เช่นเดียวกับคนไทยทุกคน ที่มีมาตรฐานทางจริยธรรม โดยเฉพาะมาตรฐานในความจงรักภักดี ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่เรายึดถือ จะรู้และระมัดระวัง ไม่ล่วงเกินทางใดทางหนึ่ง ผู้ใดล่วงละเมิดล่วงเกิน อย่าที่ตนบอกไปแล้วว่า ไม่รู้ว่าอะไรสูงอะไรต่ำ มาตรการทางใดทางหนึ่ง อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่คนไทยทุกคนพึงปฏิบัติ