"ศิริกัญญา" สับ "ผู้นำ"ต้องปรับทัศนคติมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินละเมิดสิทธิปชช. ไร้อำนาจสั่งข้าราชการแก้งบฯ "บิ๊กตู่"สวนไม่เคยมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู เย้ยคนบางกลุ่มเห็นกฎหมายเป็นศัตรู
ต่อมา ที่รัฐสภา ในการประขุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ. ศ. 2564 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตอนนี้คนงานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ กำลังจะตกงาน และคนที่จบใหม่กำลังจะหางานมากขึ้นในอนาคต นักท่องเที่ยวที่หายไปทำให้ SME อีกกว่าล้านรายจะปิดตัวลง คำถามคือแล้วงบประมาณฉบับนี้จะทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างไร จะทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกกี่ตำแหน่ง คนที่กำลังจะกลับบ้านถามว่าจะมีทางเลือกอย่างไรให้เขาบ้าง ตอนนี้รัฐบาลจะให้เขาทำอะไรในเมื่องานมันหายาก แรงงานนอกระบบ และผู้ประกอบการ ถามว่ารัฐบาลจะมีสวัสดิการอะไรมารองรับ SMEs อีกหลายล้านรายจะถามว่างบประมาณนี้จะมีสักส่่วนหนึ่งใหม่ที่ต่อลมหายใจให้พวกเขา เศรษฐกิจไทยเหมือนเรือแป๊ะที่วิ่งเอื่อยมาตั้งปต่ปีที่แล้ว ประกอบกับโควิดเหมือนมรสุมที่ซัดเข้ามา ดังนั้นเราจึงต้องซ่อมเรือ และปรับหางเสือเรือก่อนที่จะไปไม่ถึงเป้าหมาย ตลอดการชี้แจงของนายกรัฐมนตรีมี 0 คำถ้วนที่พูดถึงการจ้างงาน เมือสักครู่นายกรัฐมนตรีตอบว่าการจ้างงานจะไปอยู่ในแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่เพิ่งจะเริ่มผ่านการกลั่นกรองด้วยงบประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยจะมีการจ้างงานเพิ่ม 4 แสนคน แต่จะเพียงพอสำหรับคนที่จะตกงาน 8 ล้านคนหรือไม่
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า งบประมาณฉบับนี้มีการสั่งแก้ไปแล้ว 2 ครั้งเพื่อให้เข้ากับวิกฤตโควิดและภัยแล้ง แต่มีเวลาแค่ 7 วัน แล้วมีการแก้ไขเพียงแค่ในกระทรวงเล็กๆ น้อยๆ วงเงินเปลี่ยนแปลงแค่ 5,000 ล้านบาท แต่งบในกระทรวงไม่เปลี่ยนเลย แล้ว ครม. ก็อนุมัติ แล้วเมื่อมีวิกฤตหนักขึ้น ก็สั่งแก้ไขรอบที่สอง โดยหน่วยงานต่างๆ ยอมเฉือนเนื้อทำให้มีงบประมาณ 40,000 ล้านบาทเศษเป็นรายการใหม่ในงบกลางใช้ชื่อว่าค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด แต่นอกจากนี้ยังไม่เห็นการแก้ปัญหาวิกฤตในงบประมาณนี้อีกเลย ทั้งที่ตอนนี้ต้องการวิสัยทัศน์ใหม่ และแผนงานใหม่ๆ
"งบประมาณที่ทำมาเหมือนประเทศนี้ไม่มีวิกฤต นอกจากคำสวยหรูก็ไม่มีแผนงานที่นำประเทศออกจากวิกฤต หลายแผนควรเลื่อนออกไป หรือไม่ควรมีด้วยซ้ำ และเป็นการถอดแบบเดิมทั้งดุ้น ไม่เปลี่ยนโครงการ และเป้าหมาย ซึ่งเป็นความผิดตั้งแต่ต้น งบประมาณแบบนี้จะตอบโจทย์วิกฤตได้อย่างไร เมื่อยังมองความมั่นคงแบบเดิมคือทหารมากกว่าความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชน ถ้าหยุดซื้ออาวุธสักปีสองปีก็ไม่ได้กระทบอะไร "อาวุธเก่าไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มั่นคง แต่ประชาชนจะรู้สึกไม่มั่นคงที่อาวุธใหม่ๆ อยู่ในมือของผู้นำที่มีความคิดเก่าๆ มองประชาชนที่เห็นต่างเป็นศัตรู" ความมั่นคงตอนนี้คือประเทศที่มีวัคซีนและบริการสาธารณสุขที่เพียงพอ"น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า เมื่อดูงบประมาณฉบับนี้ งบกระทรวงกลาโหมยังได้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับงบประมาณ 2563 ที่ถูกโอนไปแล้ว มีงบประมาณซื้อาวุธและเรือดำน้ำ แม้ว่าจะบอกรถถังเก่าแล้ว แต่สุดท้ายก็จะเบิกจ่ายงบรถถังเพื่อทดแทนและทำอย่างอื่นทุกปี ในขณะที่งบบัตรทองไม่ได้เตรียมไว้รับรองผู้ประกันสังคมที่กำลังจะจากประกันสังคมมาใช้บัตรทองอีกหลายล้านคน งบความมั่นคงของวัคซีนก็ไม่มี แล้วจะตอบโจทย์ได้อย่างไรเมื่อเศรษฐกิจต้องพึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ แต่ไม่มีงบช่วยเหลือ SME ที่กำลังจะเจ๊ง มีแต่งบประมาณเพื่อใช้หนี้เก่าให้รัฐวิสาหกิจ ไม่มีโครงการสร้างงาน แผนอุตสาหกรรมไร้อนาคตมีแต่งบอบรม สัมมนา จ้างที่ปรึกษา แล้วถ้าวิกฤตนี้กระทบแรงงานนอกระบบ แต่ไม่มีงบสำหรับประกันสังคมรองรับคนเหล่านี้ งบสวัสดิการอื่นก็ยังพร่อง งบการเลี้ยงดูเด็กก็ยังพิสูจน์คนไม่ครบ ไม่มีงบเพียงพอในการจ่ายเงินให้คน 600 บาทต่อเดือน แล้วยังไปตัดงบช่วยเหลือเด็กยากจนและกองทุนเสมอภาคเพื่อการศึกษา รัฐบาลยังคงรวมศูนย์อำนาจจนใหญ่โตอุ้ยอ้ายไม่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่ท้องถิ่นถูกบั่นทอน โกงเงินจากรัฐบาล และไม่มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น
"ดิฉันคิดว่ารัฐบาลไม่ได้รู้สึกอะไรกับวิกฤต คิดว่างบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงิน เพียงพอแล้ว แต่นักวิชาการหลายคนบอกว่าเศรษฐกิจจะดึ่งลงมากกว่านี้ หรือว่าการทำงบประมาณในแต่ละครั้งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ และแผนปฏิรูปประเทศ ทำให้เขียนงบยาก ไม่สามารถปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันได้ หรือนายกรัฐมนตรีขาดภาวะผู้นำ ไม่กล้าให้ข้าราชการเปลี่ยนแปลงโครงการ ต้องรอให้ข้าราชการเขียนงบมาเสนอเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ช่วยอะไรเลย รวบอำนาจจากรัฐมนตรีและริดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนได้ แต่รวมอำนาจของท่านจากรัฐข้าราชการไม่ได้ จึงไม่สามารถสั่งปรับแก้งบเหมือนสั่งการในค่ายทหารได้"น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า งบประมาณที่ส่งมามีแต่แผนงานเดิม โครงการเดิม เป้าหมายเดิม ตัวชี้วัดเดิม แล้วจะทำให้ประเทศแก้ปัญหาได้อย่างไร การแถลงงบประมาณต่อสภาคือการแถลงนโยบายต่อประชาชนว่าจะพาประเทศไปทางไหน แล้วทุกคนจะยอมรับร่าง พ.ร.บ.ที่ไม่รู้สึกรู้สาว่าประเทศกำลังอยู่ในวิกฤตเศรษฐกิจ และไม่เคารพประชาชนที่เป็นรเจ้าของเงินที่ต้องการความเชื่อมั่นและความช่วยเหลือ ร่าง พ.ร.บ.ที่ถูกมันตราสังจากยุทธศาสตร์ชาติจนขยับไม่ได้แก้ไขปัญหาประเทศไม่ได้ หรือจะยอมรับร่าง พ.ร.บ. ที่นายกรัฐมนตรีขาดภาวะผู้นำที่ไม่กล้าทุบโต๊ะให้ข้าราชการกลับไปทำใหม่เมื่อรื้อสองรอบแล้วยังทำได้แค่นี้ ตนไม่เห็นเหตุผลใดเลยที่จะยอมรับนอกจากจะรื้อใหม่โดยไม่เห็นเค้าเดิมเลย แต่ทำไม่ได้ในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงไม่มีความชอบธรรมใดในการบริหารประเทศ บริหารงบประมาณและเศรษฐกิจ ในเมื่อไม่เห็นหัวประชาชนไม่เคารพประชาชนที่เป็นเจ้าของเงนิ ตนคิดว่าไม่ควรแค่ปรับ ครม. แต่ต้องย้อนไปถามประชาชนอีกครั้งว่าต้องการให้นายกรัฐมนตรีปัจจุบันบริหารประเทศหรือไม่ ต้องการนโยบายแบบไหนที่จะพาประเทศฝ่าวิกฤตไปได้ พรรคก้าวไกลพร้อมที่จะขอมติจากประชาชน สิ่งที่อยากให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพราะไม่ทันใจประชาชน คือตัวนายกรัฐมนตรี แต่แทนที่จะตระหนัก กลับดึงเอาสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมาหกษัตริย์ มากลบเกลื่อนความผิดพลาดของตัวเอง
"ดิฉันคิดว่าท่านควรต้องปรับทัศนคติที่คิดว่าคนที่เห็นต่างจากท่านคือพวกชังชาติ เป็นพวกไม่หวังดี เลือกป้ายสีความคนที่คิดต่างจากท่านคือพวกที่คิดร้ายต่อสถาบันหลักของชาติ สิ่งที่ประชาชนรอการเปลี่ยนแปลงมาตลอด 6 ปีแต่ไม่ทันใจจริง คือตัวนายกรัฐมนตรี แต่เราจะรอต่อไปไม่ได้แล้ว ถึงเวลาแล้วที่ท่านควรต้องยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน"
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชี้แจงว่า ไม่เคยมองคนเห็นต่างเป็นศัตรู แต่มีคนบางกลุ่มเห็นกฎหมายเป็นศัตรู