ย้อนเส้นทาง "ปริญญ์ พานิชย์ภักดิ์" ก่อนไขก๊อกพ้น"รองหัวหน้าพรรค ปชป."

การเมือง14 เม.ย. 2565 • 10:42 น.
ย้อนเส้นทาง "ปริญญ์ พานิชย์ภักดิ์" ก่อนไขก๊อกพ้น"รองหัวหน้าพรรค ปชป."
หลังจากที่ "ทนายตั้ม" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก"นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ" แฉ! "รองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่" ลวนลามสาว! จนกลายเป็นข่าวใหญ่เพียงชั่วข้ามคืน ทำให้บรรดาสำนักข่าวน้อยใหญ่ยกโทรศัพท์กริ๊งกร๊างสอบถามแหล่งข่าวตามคำใบที่ทนายคนดังใบ้ไว้ว่า "เป็นรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ มีพ่อดังระดับโลก" ทันใดนั้น "สปอร์ตไลท์" ฉายจับไปที่ "ปริญญ์ พานิชภักดิ์" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดีกรีเรียนจบจากประเทศอังกฤษ จนทำให้เจ้าตัวต้องตัดสินใจออกมาแถลงไขถึงประเด็นฉาวที่เป็นข่าวใหญ่โต โดยปฎิเสธไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา และประกาศแบบแมนๆว่าขอลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมขอต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม สำหรับ "ปริญญ์ พานิชภักดิ์" เป็นนักการเมืองดาวรุ่ง โปรไฟล์ดี วัย 45 ปี เป็นบุตรชายของ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ และนางศสัย พานิชภักดิ์ เข้าศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนจะย้ายไปศึกษาระดับไฮสคูลต่อที่ Millbrook House school และ Charterhouse School ประเทศอังกฤษ จบปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์และการเงิน BSc. Economics and International Relations จาก L.S.E. (London School of Economics and Political Science) ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2542 จากนั้น ได้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง อีกหลายครั้ง อาทิ หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้บริหารระดับสูงจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม (วธอ.) รุ่นที่ 2 หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 15 กระทั่งปี 2542-2545 ปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค เริ่มต้นทำงานเป็นนักเศรษฐศาสตร์และการเงินในตำแหน่งวาณิชธนากร ที่ ABN AMRO Bank สหราชอาณาจักร จากนั้นได้รับตำแหน่งตำแหน่งรองประธานอาเซียน-UK Business ฟอรั่ม (AUBF) (พ.ศ. 2543 - พ.ศ. 2548) และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเทศกาลหนังไทย-UK (พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2548) ต่อมาเป็นรองประธานสายการตลาดและวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ Deutsche Bank - Tisco (พ.ศ. 2548 - พ.ศ. 2550) แล้วขึ้นเป็นหัวหน้าสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์ เครดิต ลียองเนส์ (CLSA) (พ.ศ. 2550 - พ.ศ. 2551) เป็นผู้อำนวยการอาวุโสสายงานการลงทุนภูมิภาคเอเชีย บริษัท เครดิต ลียองเนส์ ฮ่องกง (พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2555) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ CLSA (พ.ศ. 2555 - พ.ศ. 2562) ที่ปรึกษาสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (พ.ศ. 2557 - พ.ศ. 2560) เป็นกรรมการสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (พ.ศ. 2558 - พ.ศ. 2562) กรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (พ.ศ. 2559 - พ.ศ. 2562) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (พ.ศ. 2559 - พ.ศ. 2562) กรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2559 - พ.ศ. 2562) ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2562) และร่วมเป็นกรรมาธิการคณะกรรมาธิการวิสามัญการศึกษาผลกระทบ CPTPP รัฐสภา (พ.ศ. 2563 - พ.ศ. 2563) และประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจาราณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ (พ.ศ. 2564 - จนถึงปัจจุบัน) ต่อมาในการเลือกตั้งในปี 2562 ได้รับโอกาสทำงานด้านการเมือง ในตำแหน่งรองหัวพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษารองนายกฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รวมถึงเป็นที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา รัฐสภา และเลขาธิการคณะอนุกรรมการทรัพย์สินทางปัญญา รัฐสภาด้วย หลังประชาธิปัตย์ได้ร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี 2563 ได้รับตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ เช่น ผลักดันนโยบายบาซูก้า 2 ล้านล้านบาท ร่วมผลักดันโครงการเรียนจบพบงาน และโครงการแก้ปัญหาสินค้ามังคุดล้นตลาด นอกจากนี้ ปริญญ์ พานิชภักดิ์ เป็นกรรมการอื่น ๆ อีกหลายแห่ง อาทิ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหารโฟร์ซีซัน (ประเทศไทย), กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ (NEA) กระทรวงพาณิชย์, กรรมการ บริษัทสินวัฒนา Crowdfunding, กรรมการมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด, ที่ปรึกษา และคณะทํางานของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ, ที่ปรึกษา ประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา รัฐสภา, เลขาฯ คณะอนุกรรมการทรัพย์สินทางปัญญา รัฐสภา ที่สำคัญ กำลังขึ้นหม้อด้วยได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และสก.กทม.