“ณัฐพงษ์” ชี้มติ “กพช.” ยื้อเวลารับซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน ถาม “นายกฯอิ๊งค์” มีผลปย.ทับซ้อนหรือไม่
วันที่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 13.30 น.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ชะลอการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียน ว่า การทำหน้าที่เป็นประธาน กพช. น่าจะมีความสำคัญมากกว่า แต่อยู่ที่การตัดสินใจของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเลือกทำภารกิจใดที่มีความสำคัญต่อตัวนายกรัฐมนตรีมากกว่ากัน แต่ตนเชื่อว่า การเป็นประธานบอร์ดในที่ประชุม กพช.ซึ่งผลส่งผลกระทบถึงเรื่องประเด็นค่าไฟฟ้า น่าจะมีความสำคัญต่อประชาชนมากกว่า สำหรับมติที่คิดว่าเป็นการซื้อเวลาหรือไม่ ถ้าตัวนายกรัฐมนตรีเองมองว่า สามารถต้องการยกเลิกโครงการดังกล่าว สิ่งที่ตนคิดว่าประชาชนอยากได้ยิน คือการที่นายกรัฐมนตรีออกมาแถลงข่าว หรือเข้ามาตอบกระทู้ถามสดในสภา โดยบอกตรงๆ ว่าต้องการยกเลิก แต่เพียงแค่ชะลอไว้ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ในเรื่องข้อกฎหมาย หากพูดเช่นนี้
“ผมเชื่อว่าสังคมจะสิ้นข้อสงสัย แต่สิ่งที่เราไม่เห็นจากนายกรัฐมนตรี คือความชัดเจน แต่ไม่มีความชัดเจนใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน และส่งมติออกมาว่า เป็นการชะลอโครงการไว้ก่อนเพื่อศึกษาเรื่องของข้อกฎหมาย ดังนั้นผมก็มีข้อกังวลเป็นอย่างยิ่งว่า การชะลอในครั้งนี้ จะเป็นแค่การซื้อเวลา เพื่อให้ทางรัฐบาลสามารถเดินหน้าโครงการการรับซื้อพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบทำให้ค่าไฟที่แพงอยู่ ยังแพงต่อไปในอนาคตได้”นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่ากรอบเวลาที่ชะลอไป คือระยะเวลาเท่าไหร่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากดูจากการแถลงข่าว กพช.เองยังไม่มีกรอบระยะเวลากฎหมายที่ชัดเจน แต่หากยึดตามกรอบการประกาศการคัดเลือกผู้ได้รับการคัดเลือกกลุ่มที่หนึ่ง จะสิ้นสุดวันที่ 30 ธ.ค.นี้ และกลุ่มที่สอง จะสิ้นสุดในวันที่ 14 ก.พ.2568 ฉะนั้นหากจะชะลอ หรือยับยั้งการดำเนินโครงการการเซ็นสัญญาโครงการดังกล่าวไว้ก่อนสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ต้องมีมติออกมาอีกขั้นหนึ่งเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อ กพช.มีมติออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไป ก็ต้องตามต่อที่ กกพ.ว่าจะมีมติในการชะลอโครงการดังกล่าวหรือไม่อย่างไร
เมื่อถามว่าประเมินสาเหตุที่นายกรัฐมนตรีเลี่ยงการเข้ามาตอบกระทู้ในสภา เนื่องจากอาจจะมีเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัวของกลุ่มพลังงานหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่พวกเราตั้งข้อสงสัย และตั้งข้อสังเกตได้ เพราะก่อนหน้านี้ ก็มีประเด็นที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปตีกอล์ฟร่วมกับ CEO ของกลุ่มธุรกิจพลังงาน และตัวนายกรัฐมนตรีเอง กลับไม่ให้ความชัดเจนใดๆ กับสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เราตั้งข้อสงสัยว่า การที่นายกรัฐมนตรีตีกรรเชียงทำหนีปัญหา เป็นเพราะกำลังมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
“สิ่งที่พวกเราอยากได้ยิน หากต้องมีการชะลอไว้ก่อนในเรื่องข้อกฎหมายจริงๆ ก็ควรจะออกมาบอกตรงๆ ว่านายกรัฐมนตรีต้องการยกเลิกเพียงแต่ยังมีข้อคิดเห็นในด้านข้อกฎหมายที่กังวลว่า กพช. ไม่สามารถก้าวก่าย กกพ.ที่อยู่ในฐานะองค์กรอิสระ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาข้อกฎหมายไว้ก่อน ผมมองว่า หากนายกพูดชัดๆ เช่นนี้ ประเด็นน่าจะจบ และพวกเราพร้อมรอการพิจารณาของคณะกรรมการต่อไป”นายณัฐพงษ์ กล่าว