"มาร์ค"จี้ ผู้มีอำนาจมองความจริง แก้ปัญหาวัฒนธรรมการเมืองดีกว่าแก้กติกา
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 12 ก.ย.60 ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ ปาฐกถาในหัวข้อ “จากนักวิชาการสู่นายกรัฐมนตรี ภาพการเมืองที่เปลี่ยนไปของอภิ สิทธิ์ เวชชาชีวะ” ว่าในวันนี้ตนเห็นว่าถ้ามองเบื้ องต้น การเมืองเหมือนจะไม่เปลี่ ยนแปลงโดยเฉพาะในแง่ของความกั งวลว่าไม่สามารถวิจารณ์รัฐบาลที่ มาจากการรัฐประหารได้อย่างเต็ มที่ แต่ความจริงแล้วมีความเปลี่ ยนแปลงมากนับจากสมัยการยึ ดอำนาจของคณะคณะรักษาความสงบเรี ยบร้อยแห่งชาติ (รสช.)ปี 2534 มาจนถึงสมัยคณะรักษาความสงบแห่ งชาติ (คสช.)ปี 2557 ตั้งแต่การมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี จนมาถึง พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน แล้วต่อมาก็มีการรัฐประหารด้ วยเหตุผลว่ารัฐบาลมีการทุจริต ซึ่งเป็นเหตุผลที่เหมือนกั บในสมัยนี้ โดยเหตุการณ์เหล่านี้ก็นำไปสู่ ความคิดว่าจะต้องมีการปฏิรู ปการเมือง ปฏิรูปสื่อสารมวลชน และปฏิรูปด้านต่างๆขึ้น จนนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนู ญในปี 2540 แต่อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญ 2540 แม้จะให้มีการตรวจสอบรัฐบาลแต่ ก็ทำให้รัฐบาลเข้มแข็งมากเช่นกั น จนนำไปสู่การมีรัฐบาลของนายทั กษิณ ชินวัตร ที่ได้รับคะแนนนิยมอย่างล้ มหลามในการเลือกตั้งปี 2548 แต่ในด้านกระบวนการตรวจสอบรั ฐบาลจากองค์กรอิสระ รวมถึงสื่อสารมวลชนนั้นกลับถู กแทรกแซง ในปี 2535 ประเทศไทยเคยได้รับการยอมรับว่ ามีสื่อสารมวลชนที่มีอิสระที่สุ ดในภูมิภาค แต่ปรากฏว่า 10 ปีต่อมา สถิตินี้กลับตกต่ำลงไปมาก และในปัจจุบันก็ยังตกต่ำอยู่ เพราะว่าปัจจุบันนั้นกลุ่มทุนมี อิทธิพลต่อการทำหน้าที่ของสื่ อมวลชน พอสื่อถูกแทรกแซง องค์กรอิสระถูกแทรกแซง การตรวจสอบไม่สามารถดำเนินไปได้ ก็จะนำไปสู่การเมืองบนท้องถนน และนำไปสู่ความรุนแรง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่ อว่าปัญหาที่ตนว่ามานี้ ปัจจุบันเราก็ยังเผชิญอยู่ และไม่รู้ว่าจะไปจบที่ตรงไหน ในปัจจุบันสังคมยังไม่ได้มี การมาพิจารณาถึงวิสัยทัศน์ที่ จะเดินหน้าประเทศไทยอย่างชัดเจน ในตอนนี้ตนเห็นว่าแม่น้ำ 5 สายนั้นพยายามจะทำให้โครงสร้ างการเมืองกลับไปก่อนปี 2535 อาทิ การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี โดยมี ส.ว.ร่วมด้วย ซึ่งบางคนก็เรียกระบบนี้ว่ าเปรมโมเดล และล่าสุดก็มีการพูดเรื่องรั ฐบาลแห่งชาติ ที่จะเอาคนกลางเข้ามา สำหรับตนมองว่าแนวคิดนี้นั้นเป็ นไปได้ยากมาก เพราะในปัจจุบันประชาชนมีความตื่ นตัวในเรื่องสิทธิเสรีภาพมาก มีความตื่นตัวตอนไปเลือกตั้ งมากกว่าแต่ก่อน ที่ผ่านมาการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้งทั้งปี 2549 และ ปี 2547 นั้น ยอมรับว่าปัญหาส่วนหนึ่งก็ มาจากนักการเมือง ดังนั้นตนอยากให้มองภาพความเป็ นจริงว่าจะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่ างไร ปัญหาของประเทศนั้นไม่ได้อยู่ที่ ตัวกฎหมาย แม้จะร่างกฎหมายมาดีเท่าไร แต่ถ้าคนจะหาช่องทางทุจริตมันก็ ทำได้ ดังนั้นการแก้ปัญหาจะอยู่ที่วั ฒนธรรมทางการเมือง ในต่างประเทศนั้นเขาไม่มีการบั งคับว่านักการเมืองต้องมาสภา แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในจิตใต้ สำนึกอยู่แล้วว่าต้องทำหน้าที่
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่าการมาพู ดว่าสร้างความปรองดองนั้นทุ กคนจะคิดเหมือนกันคงเป็นไปไม่ ได้ ถ้าคิดแบบนั้นก็คงจะลำบาก ในปัจจุบันเทคโนโลยีนั้นมี บทบาทมากขึ้น โซเชียลมีเดียมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งตนคาดว่าการเลือกตั้งครั้ งต่อไปนั้นจะมีการต่อสู้ ทางโซเชียลมีเดียค่อนข้างมาก ดังนั้นคำถามคือจะทำอย่างไรถึ งจะทำให้ทุกคนจะได้รับรู้ข้อมู ลต่างๆอย่างครบถ้วนรอบด้าน และทำให้เขาเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะถ้าเราอยากเห็นประชาธิ ปไตยดีขึ้น ทุกคนก็ต้องเป็นคนสร้างให้เกิดขึ้น
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่ าระหว่างการปาฐกถา มีนักศึกษาประมาณ 4 คน โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์หรือแพนกวินมาชูป้ายต่ อต้าน โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกั บการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ซางนายอภิสิทธิ์ก็ได้กล่าวขอบคุ ณที่มาแสดงความเห็นและขอบคุณที่ ไม่แสดงออกอย่างรุนแรง แต่ปัญหาในตอนนั้นก็คือว่ามีผู้ ติดอาวุธแฝงอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุ ม ทำให้การแก้ไขสถานการณ์ทำได้ยาก อันที่จริงตนก็ถูกวิจารณ์จากอี กฝ่ายว่าทำไมส่งทหารไม่มีอาวุ ธเข้าไปในวันที่ 10 เม.ย. 2553 จนทำให้เกิดความสูญเสีย โดยตนก็ได้พยายามอธิบายได้ ทำตามขั้นตอนของกฎหมายในการแก้ ปัญหา ซึ่งต่อมาหลังจากเหตุการณ์การยิ งอาวุธจากทางฝั่งผู้ชุมนุมแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ไม่มีทางเลือกต้ องขอติดอาวุธ เพื่อเข้าปฏิบัติการณ์ต่อไป แต่การปฏิบัติการณ์นั้นก็ต้องขั้ นมีตอน มีการออกคำสั่งว่าจะสมารถใช้ อาวุธได้ในตอนไหน ตนขอย้ำว่าพยายามจะหลีกเลี่ ยงความสูญเสีย แต่เมื่อมีการใช้อาวุธกลับมา มันก็ยากที่จะเลี่ยงความสูญเสีย ซึ่งทุกวันนี้ก็มีวาทกรรมมาต่ อว่าตนอยู่ แม้ว่าศาลจะได้ตัดสินไปแล้วก็ ตาม ดังนั้นตนขอตั้งคำถามถามว่ าแทนที่จะใช้วาทกรรมมาชี้หน้ากั นว่าอีกฝ่ายขี้โกง เป็นฆาตกร ทำไมไม่มาพูดคุยกันแบบปัญญาชน มาค้นหาความจริงกันดีกว่าว่ามั นคืออะไร ตนยึดมั่นในคำขวั ญของพรรคประชาธิปัตย์ว่าให้อยู่ กับความจริง ถ้าเรายึดมั่นอยู่กับความจริ งแล้ว สักวันหนึ่งสิ่งที่เรายึดมั่นก็ จะได้รับการพิสูจน์