"เสี่ยบุ๊ง" โพสต์ไล่นักต้มตุ๋นออกจากม็อบ เป็นคนติดตามทราย
จากกรณีที่นายสมรนนท์ แย้มอุทัย หรือ แป้ง ศิลปินกราฟิตี แนวร่วมม็อบราษฎร โพสต์ข้อความ เฟซบุ๊ก Headache Stencil เปิดโปงพฤติกรรมขบวนการอมเงินบริจาคในม็อบ ระบุว่า...
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ผมถือว่าได้ฝึกความอดทนอย่างมาก ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ทำเสียขบวนการบลาๆๆ ผมใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่โต้ตอบใดๆ เพราะทั้งผู้ใหญ่และน้องๆแกนนำบางคนขอให้หยุดตอบโต้ แต่กลับกลายเป็นฝ่ายคู่กรณีดันรุกไล่และยัดเรื่องแต่งใส่ไม่จบสิ้น คนอย่างผมเนี่ยนะ จะมาโจมตีรังมดแดงโดยไม่มีหลักฐานนอกจากการพูดคุย? หากแต่หลักฐานนี้ควรเก็บไว้ใช้ในชั้นศาลจากคำแนะนำทนายหลังจากอีกฝ่ายขู่ฟ้องบนหน้าเฟซบุค ผมก็พยายามอดทนอย่างสูงสุดต่อการดิสเครดิตต่างๆนาๆ แต่วันนี้มันเกินพอแล้วครับ รุ่นน้องที่ผมสนิทในต่างประเทศที่ผมส่งหลักฐานไว้ให้เผื่อกรณีฉุกเฉิน หมดความอดทนต่อคำด่าทอต่อผมไปเรียบร้อย ขอเชิญไปชมหลักฐานทางราชการที่ยืนยันคำพูดของผมว่าไอ้นี่คือ “นักต้มตุ๋นระดับชาติ” ที่มีพฤติกรรมไม่ควรมาอยู่ใกล้เงินบริจาคที่สุด แล้วถ้าลูกหาบยังจะมาบอกว่าผมมั่วอีก แนะนำให้เจ้าตัวไปฟ้องไวๆเลยครับ บางส่วนของสลิปหลักฐานนั้นมาจากสลิปเต็มที่เป็นการโอนเงินที่เป็นหลักฐานไว้รอฟ้องครับ คนที่บอกว่านักต้มตุ๋นคนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเงินม็อบ ช่วยหาหลักฐานอื่นๆมาแย้งนอกจากใช้คำพูดด้วยครับ ตอนนี้อยากจะด่าอะไรก็เชิญต่อนะครับ ถ้าคิดว่าผมคือคนที่มาทำลายขบวนการ ผมย้ำนะครับ ว่าผมได้มีการพูดคุยหลังไมค์แล้ว แต่หลังการพูดคุย เรื่องราวที่คู่กรณีนำไปเล่ามันเป็นอีกเรื่องครับ เท่ากับไอ้คนๆนี้ก็จะยังลอยนวลโดยไม่มีคนรู้ความจริงต่อไป ดูจากโพสคร่ำครวญว่าผมไปดูถูกคนเคยติดคุกที่กลับใจบลาๆๆ เรียกความสงสารต่อคนรอบตัว กลับใจ...ไร เปลี่ยนชื่อก่อคดีรัวๆจนถึงปีที่ผ่านมาก็ยังไม่หยุด จากการที่ต้องมารับรู้ข้อมูลอะไรแบบนี้แล้วจะให้เงียบเฉยๆ ผมว่านั่นไม่น่าใช่สังคมที่น่าอยู่นะครับ ในส่วนเรื่องของแอมมี่ ใครอยากโจมตีอะไรก็เชิญนะครับ ไม่ใช่แค่ผม ยังมีผู้ใหญ่ที่เคารพและน้องๆที่ผมสนิทในม็อบหลายคนรู้เรื่อง เท่านั้นผมก็สบายใจละครับ ถ้าใครยังคิดว่าหลักฐานที่เห็นปลอม เร่งรีบฟ้องเจ้าของโพสต์เลยครับ หลักฐานการโอนเงินของมึงจะได้หุบปากพวกมึงเอง!ล่าสุด นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ เสี่ยบุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและผู้เปิดบัญชีรับบริจาคเงินสนับสนุนม็อบราษฎร ได้เข้าไปคอมเม้นท์ในเฟซบุ๊ก Headache Stencil ระบุว่า
อ่านมาหลายวันละ เรื่องแอมมี่ขอไม่พูดแล้วกันนะ เอาเป็นว่ามึงรู้อยู่แก่ใจตัวเองดี ส่วนเรื่องนนท์ ขอพูดตรงนี้เลย นนท์เข้ามาในทีมได้ เพราะนนท์บริจาคสิ่งของให้กับม็อบเยอะมากๆ แล้วตอนแรกในช่วงตั้งไข่ ตนกับทรายก็งงในการหาของมาใช้งาน ซึ่งไม่รู้จะหาจากไหน ทรายก็เลยไปถามนนท์ว่าพอจะแนะนำได้มั้ย และทุกครั้งที่ไปถามหาของ นนท์จะอาสาจัดหาให้เอง และนนท์แม่งก็หาได้ทุกอย่างตามที่กูกับทรายต้องการ พอเวลาผ่านไป...นนท์กลายเป็นผู้ติดตามทรายไปโดยปริยาย มีหน้าที่จัดหา ดูแลสต็อกของ และขับรถให้ทราย แต่ทุกอย่างอยู่ในสายตากูตลอด มักจะถามทรายอยู่เรื่อยๆว่า คุณรู้จักนนท์ดีใช่มั้ย นนท์อะไรยังไงบ้าง ทรายก็จะตอบกลับมาทุกครั้งว่าเราต้องให้โอกาสคนวะคุณ ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าคำว่าเราต้องให้โอกาสคนของทรายมันคืออะไร ส่วนเรื่องเงิน ยืนยันตรงนี้ว่าทุกครั้งที่มีการให้จัดหาของ นนท์จะควักเงินตัวเองออกไปก่อนทุกครั้ง แล้วค่อยเอาบิลมาเบิกตามจริงเสมอ จนกระทั่งวันนึง ไมค์ (ภาณุพงศ์ จาดนอก) มาบอกว่า ป๊ารู้เรื่องพี่นนท์หรือยัง แล้วไมค์ก็ส่งข่าวที่ว่านนท์เคยถูกจับคดีฉ้อโกงมาให้ดู พอกูรู้เรื่อง ก็รีบขับรถไปหาทรายเพื่อคุยเรื่องนี้ทันที คำตอบของทรายในวันนั้นคือ...ทรายทราบเรื่องนนท์มาสักพักแล้วบุ๊ง แต่ทรายมองว่าการให้โอกาสกัน มันคือหลักการที่เราเรียกร้องมาตลอดว่าคนต้องเท่ากันใช่มั้ยบุ๊ง คนมีคดีแล้วเค้าติดคุกชดใช้ความผิดไปแล้ว เค้าก็ควรได้ที่ยืนนะ ทรายพูดถูกมั้ยบุ๊ง แต่กูก็แย้งไปว่ามันก็ถูก แต่ขบวนเราตอนนี้ ทุกอย่างมันถูกจับตามอง การที่มีคนมีคดีมาไว้ข้างตัว ถ้าคนที่เกลียดเรารู้ เราจะถูกโจมตีในจุดนี้ได้ เรามีคน...ในสังคมที่พร้อมจะหยิบเรื่องเล็กมาทำให้ใหญ่และทำเรื่องใหญ่ให้โคตรใหญ่ได้นะทราย ทรายก็บอกว่าขอเวลาสักพัก จะขอคุยกับนนท์เป็นการส่วนตัวเอง แต่กูก็ไม่รอ ตัดสินใจโทรคุยกับนนท์ บอกนนท์ว่าขอให้นนท์ออกไป เพราะตอนนี้ทุกคนไม่สบายใจในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก นนท์ก็บอกกุว่า... ผมเข้าใจครับพี่บุ๊ง ผมจะไปตามที่พี่บุ๊งบอกครับ เรื่องมันก็จบแบบนี้... ปล. ส่วนตัสนี้ที่มึงเอานนท์มาเสียบ มาเกี่ยวข้องกับการโกงเงินม็อบ ก็ไม่เห็นจะมีหลักฐานอะไรเลย มีแต่ประวัติการเปลี่ยนชื่อ ซึ่งมันก็ไม่แปลก คนเคยมีคดีฉ้อโกงมาจริงๆก็ต้องเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆอยู่แล้ว