คนชนข่าวแห่งปี “ลุงตู่” สู้ยก 3 จากทหารอาชีพ สู่นักการเมืองอาชีพ

การเมือง30 ธ.ค. 2565 • 23:00 น.
คนชนข่าวแห่งปี “ลุงตู่” สู้ยก 3 จากทหารอาชีพ สู่นักการเมืองอาชีพ

หากไม่มีอะไรผิดพลาด หลังปีใหม่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคระบุ ซึ่งนั่นจะทำให้เขาอัพเลเวลเป็น “นักการเมืองเต็มตัว” อย่างเป็นทางการ  

ส่วนหลังปีใหม่ที่ว่านี้ จะเป็นภายในเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคม ก่อนที่รัฐบาลจะครบวาระหรือยุบสภาฯ ก็ถือว่าเป็นช่วงหลังปีใหม่               

อย่างที่เขาเคยบอกว่าจะให้ความชัดเจนทางการเมือง หลังการประชุมเอเปค 2022 ผ่านพ้นไป ซึ่งเมื่อการประชุมเอเปคจบลงไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565  กระทั่งในวันที่ 23 ธันวาคม 2565ที่ผ่านมา “บิ๊กตู่” ประกาศท่าทีที่ชัดเจน

“วันนี้พรรคพลังประชารัฐมีการตัดสินใจในการเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ฉะนั้นผมจึงได้ตัดสินใจ ซึ่งก็ได้เตรียมการไว้พอสมควรแล้ว ก็ตัดสินใจว่าจะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ”

ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้หักปากกาเซียน หรือสร้างเซอร์ไพรส์ใดๆ เนื่องจากมีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ และไม่ว่าเกมนี้ พี่น้อง 3 ป.จะแยกทางกันเดินจริง หรือเป็น “ลับ ลวง พราง” ที่แยกกันเดิน ร่วมกันตี

ที่ในมุมของ นักวิชาการ อย่าง ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า มองว่า  พล.อ.ประยุทธ์มีคะแนนเสียงเป็นของตัวเอง  เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน มีความเด่นชัดในเรื่อง “แบรนด์ประยุทธ์” หากหาพรรคการเมืองที่เป็นพาหนะดีๆ ก็มีโอกาสสูงในการส่งเข้าทำเนียบรัฐบาลได้อีกรอบ และไม่ว่าพรรคไหนได้เป็นพรรคที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ย่อมมีคะแนนเสียงที่มากขึ้นแน่นอน (ไทยรัฐออนไลน์ 20 พฤศจิการยน 2565)

อีกทั้งจากผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ” รายภูมิภาค ของ “นิด้าโพล” ก็ยังพบว่า คะแนนนิยมส่วนตัวของ “บิ๊กตู่” ยังมีอยู่ในทุกภูมิภาค

นั่นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเคลื่อนไหวของ “บิ๊กตู่” ในทุกย่างก้าว ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการเมืองนับจากนี้

และยิ่งหากย้อนกลับไปในปี 2565 ปรากฎการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นกับเขานั้น ก็เป็นอีกปีที่เผชิญความท้าทายอย่างสำคัญ และกราฟชีวิตการเมืองที่ทะยานขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะ

“สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” จึงยกให้ “บิ๊กตู่” เป็นคนชนข่าวแห่งปี 2565 เพื่อบันทึกไว้ว่า เขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การเมืองไทย

22 พฤษภาคม 2557  “บิ๊กตู่” ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  หรือ คสช. เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการของ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล แทนยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  หลังวิกฤติการเมืองที่มวลชน กปปส. ออกมาต่อต้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมสุดซอย พร้อมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง  

5 มิถุนายน 2562 พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งเป็นอันดับ 2  ชิงจับมือกับพรรคการเมือง ตั้งรัฐบาลผสม 19 พรรค เสนอชื่อ “บิ๊กตู่” ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา 5 ปี1 เดือนแล้ว เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย โดยมีเสียงสนับสนุนเหนือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

11 กันยายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง กรณี “บิ๊กตู่” ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 

18 ก.ย. 2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า  “บิ๊กตู่” ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากดำรงตำแหน่งหัวหน้า คสช. ไม่ถือว่าเป็น "เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ" ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (15) ความเป็นรัฐมนตรีไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวเพราะเหตุที่เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

24 มีนาคม  2563 ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือศบค.เป็นศูนย์ปฏิบัติงานแบบบูรณาการ โดยมี “บิ๊กตู่” นั่งผู้อำนวยการศูนย์ มีตัวแทนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการรวบอำนาจทางการเมือง

2 ธันวาคม 2565 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่า “บิ๊กตู่” ไม่ขาดคุณสมบัติความเป็นนายกรัฐมนตรี จากกรณีพักอาศัยในบ้านพักข้าราชการทหารแม้เกษียณอายุไป 6 ปีแล้ว หรือคดีพักบ้านหลวง เนื่องจากเป็นไปตามระเบียบภายในของกองทัพบก (ทบ.) ปี 2548 ความเป็นรัฐมนตรีไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 186 วรรคหนึ่ง และมาตรา 184 วรรคหนึ่ง (3)

24 สิงหาคม 2565 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติมีมติรับคำร้องฝ่ายค้าน ปมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบ 8 ปี ตรมรัฐธรรมนูญมาตรา 170  โดยมีมติ 5 ต่อ 4 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ในวันเดียวกันนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จึงปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีแทน ในขณะที่ “บิ๊กตู่” ได้เว้นวรรคปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  

30 กันยายน 2565 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัย  “บิ๊กตู่” เป็นนายกรัฐมนตรี ยังไม่ครบ 8 ปี ด้วยมติ 6 ต่อ 3 ความเป็นรัฐมนตรีจึงยังไม่สิ้นสุดลง โดยให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ทำให้เขายังเหลือเวลาที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีก 2 ปี

23 ธันวาคม 2565  “บิ๊กตู่” ประกาศร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าจะไปสมัครเป็นสมาชิกและเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ