เขากำลังพยายามดิสเครดิตกกต. เพื่อให้คนมองว่าท้ายที่สุด ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งความจริงแล้ว เราไม่ได้อยู่ภายใต้ใครทั้งสิ้น กฎกติกาคือตัวบทบังคับให้เราต้องเดิน
ถ้ากกต.ปฏิบัติผิดกฎหมาย เราก็ต้องโดนกฎหมายลงโทษอยู่ดี ซึ่งคณะกรรมการทั้ง 7 ท่านก็พูดกับผมอยู่หลายครั้ง ท่านรักษากฎหมายและก็กลัวอยู่เหมือนกัน กลัวว่าจะเป็นผู้ละเมิดกฎหมายเสียเอง”
เมื่อผ่านช่วงเทศกาลแห่งความสุข ช่วงวันปีใหม่ไปแล้ว แน่นอนว่าเรื่องใหญ่แห่งปี 2562 คงหนีไม่พ้นการเลือกตั้ง ที่ขณะนี้แม้จะมีแนวโน้มว่าการเลือกตั้งอาจจะต้องเลื่อนออกไปจากโรดแมปเดิม คือวันที่24 ก.พ.ก็ตาม แต่ทั้งนี้แน่นอนว่าถึงอย่างไร การเลือกตั้งจะยังคงมีขึ้น ภายในกรอบระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่หน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้แบบเต็มรูปแบบก็คือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ผ่านมาทางกกต. ยืนยันมาโดยตลอดว่ากกต.พร้อมจัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้
วันนี้
“สยามรัฐ” จะพาไปเช็คความพร้อมของกกต.กันอีกครั้งว่ายังฟิตเหมือนปีที่ผ่านมาหรือไม่ หรือมีปัญหาอะไรที่ยังน่าเป็นห่วง รวมถึงมีแนวทางในการรับมือเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำรอย ผ่านการพูดคุยกับ
“ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล” รองเลขาธิการ กกต.
- การเลือกตั้งรอบนี้ หลายฝ่ายกำลังแสดงความเป็นห่วงกกต. ว่าอาจจะต้องทำงานยากลำบากมากขึ้น เพราะเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญ ในฐานะที่เราเป็นคนกกต.เอง มองอย่างไร
การที่เป็นคนของกกต.มานาน ทำให้แต่ละครั้งที่มีการเลือกตั้ง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 จนถึงปัจจุบัน พบความยากง่ายแตกต่างกัน ตั้งแต่ในปีแรกที่มีการเลือกตั้งส.ส. เมื่อก่อนกระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบ จนมาสู่ความรับผิดชอบของกกต. เป็นการหยิบของขึ้นมาใหม่ทั้งหมด คนใหม่ ระบบใหม่ แนวคิดใหม่ ซึ่งของใหม่คนก็จะยังรู้ไม่ชัดเจน และความไม่ชัดเจนมันเป็นประโยชน์ตรงที่ทุกคนกลัวอำนาจกกต.
ทุกคนจินตนาการขึ้นมาว่าน่ากลัว เป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาด มันทำให้การบริหารจัดการเลือกตั้ง ค่อนข้างง่าย ไม่มีปัญหาอะไร ฝ่ายการเมืองเองก็กลัว แต่เมื่อเขาเริ่มเรียนรู้ว่ากกต.ก็เกิดขึ้นตามกฎหมาย ภาพความไม่ชัดเจนหายไป ความน่ากลัวของกกต.ก็ลดลงตามลำดับ แต่กกต.เองก็ทำหน้าที่ได้ดีอยู่ ในแง่การบริหารจัดการ
เมื่อมาถึงยุคที่ 2 ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา การเลือกตั้งครั้งแรกหลังปี 2550 ก็มีการเปลี่ยนรูปแบบให้ยาก และซับซ้อนมากขึ้น ประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 8 ส่วน เพื่อให้เป็นรูปแบบการเลือกตั้งรายภูมิภาค ซึ่งการบริหารจัดการยังไม่มีปัญหา แต่ไม่ได้สะท้อนเรื่องการเป็นตัวแทนพรรคการเมืองอย่างแท้จริง เมื่อเป็นแบบนั้น จึงมีการปรับปรุงใหม่ โดยฝ่ายการเมืองเองก็ปรับตัวทันก่อน
จะเห็นว่าช่วงหนึ่งจะมีคำว่า “เผด็จการรัฐสภา” การเมืองบางพรรคปรับตัวได้ดี และนโยบายของช่วงนั้นคือกฎหมายออกมาจะตอบสนองนโยบายว่าพรรคการเมืองต้องเป็นสถาบันหลัก และตัวพรรคการเมืองเอง เมื่อเป็นฝ่ายบริหารจะติดเรื่องประเทศชาติพัฒนาไม่ได้ หากนโยบายไม่ต่อเนื่อง พอมีนโยบายต่อเนื่อง มีเสียงข้างมากในสภาได้ พอเสียงข้างมากได้รัฐบาลที่มั่นคงอยู่ยาวสองสมัย ก็เกิดคำว่าเผด็จการรัฐสาขึ้นมา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอีก ทั้งการทำงาน การออกแบบกฎหมายก็เปลี่ยน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครนินทาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา
จากนั้นในปี 2560 หรือยุคปัจจุบัน การออกแบบกฎหมายเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก กาบัตร 1 ใบแต่ได้ 3 ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาตามมา ทำให้เกิดคำนินทาว่ายากต่อการตัดสินใจ เพราะสมัยก่อนเป็นบัตร 2 ใบ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว จึงขอใช้คำว่าระบบการเลือกตั้งที่ทำให้พรรคกลายเป็นอะมีบา เพราะเมื่ออิ่มตัวมันต้องแตกตัวออกเป็นสอง คือมันโตไม่ได้แล้ว ก็เหมือนพรรคการเมืองที่ต้องแยกออก
ดังนั้นการปรับตัวของฝ่ายการเมือง ต่อให้แก้กฎหมายเท่าไหร่ ฝ่ายการเมืองก็ยังคงปรับตัวได้ดี เพราะเขาต้องอยู่ในระบบการเมืองให้ได้ ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของพรรคการเมือง แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น คือความยากของคนที่มีสิทธิ์ลงเลือกตั้ง แนวคิดของกฎหมายฉบับปัจจุบันมุ่งสงเสริมตัวบุคคลที่ต้องสร้างคุณงามความดีมาโดยตลอด กว่าจะมาเป็นนักการเมืองหรือมาเป็นส.ส.ได้ ดังนั้นตัวบุคคลจึงเป็นพระเอก พรรคเป็นลำดับรอง
แนวคิดนี้ไปกระทบกับพรรคใหญ่ ทำให้ต้องแตกตัวมาเป็นพรรคขนาดกลาง นโยบายในการหาเสียงก็เป็นปัจจัยอันหนึ่ง ที่ถูกล็อคไว้ด้วยกฎหมาย สมัยก่อนนโยบายหาเสียง ไม่ค่อยมีอะไรมากำกับมากนัก เพราะเป็นเรื่องการเมือง เหมือนแค่คนเห็นสินค้าดีก็ซื้อ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเห็นนักการเมืองนำเสนอนโยบายพรรคดี เขาก็เลือกกันเอง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

-
การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นวันที่ 24 ก.พ.2562 อาจจะมีการแข่งขันการต่อสู้กันของแต่ละพรรคเข้มข้นมากขึ้น กกต.จะรับมืออย่างไร
ถ้ามีการต่อสู้กันในเชิงปะทะอารมณ์ หรือการนำเสนอนโยบาย เรื่องนี้เรามีการจัดเวทีดีเบต เพื่อให้มีเวทีในการแลกเปลี่ยน และนำเสนอนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง มีการทำสปอร์ตโฆษณาของแต่ละพรรคในระยะเวลาที่กำหนดไว้ แล้วนำมาเผยแพร่ทุกคลื่นความถี่ที่เป็นของรัฐบาล ทั้งวิทยุ และโทรทัศน์ นอกจากนี้การนำเสนอผ่านวิทยุชุมชน กกต.ได้มีการพูดคุยกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ควบคุมดูแลวิทยุชุมชนอยู่ ถึงเรื่องแนวทางการนำเสนอว่าจะต้องพูดไปในทางไหน
นอกจากนี้สื่อมวลชนที่สนใจจะทำเวทีดีเบตเอง อยากให้เสนอไปในเชิงสร้างสรรค์มากกว่าใส่ร้ายป้ายสีกัน สำหรับการหาเสียง ทางกกต.อนุญาตให้ทำการหาเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วย ซึ่งกกต. มีคณะกรรมการที่จะคอยควบคุมและติดตาม โดยร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีการตั้งวอร์รูมในกระทรวง และกกต.จะติดตามมอนิเตอร์ หากพบใครที่ทำการโฆษณาหมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมาย เราจะทำการแจ้งเตือน ให้หยุด แต่ถ้ายังนิ่งเฉย ไม่ใส่ใจ ถือว่ามีส่วนได้เสียรู้เห็นเป็นใจ มีโทษทางกฎหมาย
ในแง่การโพสต์ข้อความที่เสียหาย กระทรวงดีอี พร้อมที่จะลบ และบล็อกเว็บเพจนั้นได้เลย ซึ่งจากนี้จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งการดำเนินการเรื่องนี้น่าจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะกฎหมายเอื้อให้กกต.สามารถขอความร่วมมือจากส่วนราชการต่างๆ ได้ ซึ่งหน่วยราชการก็ให้ความร่วมมือด้วยดีตลอดมา
- ด้วยกฎกติกาใหม่ ตามรัฐธรรมนูญใหม่ นับว่าเป็นปัญหาต่อผู้สมัคร และกกต.เองในฐานะผู้จัดการเลือกตั้งไม่น้อย จุดนี้กกต.เตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง
เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว กฎหมายออกมาอย่างไร เราก็มีหน้าที่ตอบสนองกฎหมาย กกต. ทุกท่านมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และสำนักงานฯ ก็มีหน้าที่ทำงานธุรการให้กกต. อย่างไรก็ตามกกต.ได้แก้ปัญหาข้อบกพร่องไปหมดแล้ว เช่น รูปแบบบัตรเลือกตั้ง เป็นต้น เราแก้ปัญหาไปทีละขั้น จนถึงวันนี้ก็พร้อมหมดแล้ว
- การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 คือภาพความทรงจำที่หลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เพราะมีการปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง จนเป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิต ดังนั้นมองว่าการเลือกตั้งรอบนี้ เราต้องเตรียมการอย่างไร
สถานการณ์ในปี 2557 และปัจจุบันต่างกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ปี 2557 ไม่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ในปัจจุบันคสช.ยังคงดำรงรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศอยู่ กกต.เปรียบเหมือนไข่แดงที่บริหารจัดการเลือกตั้ง นอกไข่แดงเต็มไปด้วยสีขาวที่คอยห่อหุ้มไข่แดง คือคสช.ที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ส่วนเรื่องกติกาการเลือกตั้งภายในไข่แดงทั้งหมด กกต.ดูแลเอง มีอำนาจเต็มตามกฎหมาย ซึ่งหากมีสถานการณ์ไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นก็ยังมีคสช.ดูแลอยู่
- หวั่นใจหรือไม่ว่าการฟ้องร้องให้กกต.วินิจฉัย ตัดสินลงโทษ ที่จะมีขึ้นหลังการเลือกตั้ง จะส่งผลทำให้สถานการณ์การเมืองยิ่งแย่มากขึ้น
การฟ้องร้องเป็นสิทธิของผู้ที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่ศาลเองก็ดำรงรักษาความเป็นธรรม รักษากฎกติกาบ้านเมืองตามกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ดังนั้นเชื่อว่าถ้ากกต.ทำอะไรก็ตามภายใต้กรอบของกฎหมาย แม้ว่าอาจจะสร้างความไม่พึงพอใจให้กับใครบางคนก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมาย ก็เชื่อว่าศาลท่านจะพิจารณา และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายได้
-
มองว่าระเบียบของกกต.ที่กำลังทยอยออกมา จะสามารถควบคุมความวุ่นวายที่อาจจะเกิดจากพรรคการเมืองได้หรือไม่
ระเบียบกับกฎหมายเหมือนกัน ปัจจุบันก็มีกฎหมายว่าห้ามฆ่ากันตาย แต่บางวันก็ฆ่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะมีการฝ่าฝืนกฎหมายสำหรับสังคม ในส่วนของการเมือง ต่อให้เราออกระเบียบกกต.มาดีแค่ไหน ถ้าเขาไม่เชื่อก็คือไม่เชื่อ การฝ่าฝืนจึงเป็นเรื่องปกติ แต่หากถามว่าฝ่ายการเมือง จะถึงขั้นไม่ยอมรับการเลือกตั้งหรือไม่ เชื่อว่าถ้าฝ่ายการเมืองอยากให้อยู่ในวังวนเดิมๆ ก็คงจะเป็นสถานการณ์แบบนั้น แต่ถ้าเขาก้าวพ้นจากวังวนเดิมๆ และก็ไปสู่การเลือกตั้งยุคใหม่คือ แพ้ก็คือแพ้ ครั้งหน้าสู้กันใหม่ นั่นถือว่าเป็นพัฒนาการทางการเมืองไทยที่น่าชื่นชม
แต่ถ้าแพ้แล้ว แพ้ไม่เป็น เรื่องนี้ประเทศไทยก็จะเกิดความเสียหาย ไม่ใช่แค่เสียหายต่อพรรคการเมืองอย่างเดียวแต่เสียหายต่อชาติบ้านเมืองด้วย ระบบเศรษฐกิจก็จะแย่ลง ค้าขายก็ไม่ได้ แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป เราก็คงจะเห็นภาพกัน เพราะมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายยุคหลายสมัย
เชื่อว่าทุกคนอยากก้าวข้ามมันไป อยากให้นักการเมืองเป็นนักการเมืองใหม่ ที่แพ้ก็คือแพ้ รอบหน้าก็วางกลยุทธ์กันใหม่ สู้กันบนโต๊ะอย่างใสสะอาด ซึ่งมันควรจะเป็นเช่นนั้น
- มองว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่ สำหรับคนที่แพ้แล้วไม่ยอมแพ้
มันก็มีข่าวมาตลอด เป็นเกมการเมืองธรรมดาสำหรับนักการเมืองบางคนเท่านั้น ที่ยังคงคิดว่าถ้าแพ้ก็คว่ำกระดาน ผู้สมัครไม่ต้องมาทะเลาะกันเอง ไปเล่นงานกรรมการเลย ก็คว่ำทั้งกระดานไป ตัวเองสะใจ ตัวเองแพ้แล้วคนอื่นต้องแพ้ด้วย ถ้าทำอย่างนี้ทุกอย่างเสียหายหมด ซึ่งถ้าเห็นแก่ตัวกันมากๆ สถานการณ์ก็จะรุนแรง แล้วก็ไม่พ้นไปไหนอยู่ในวงวนเดิมๆ หากคนที่ทำเขาคิดถึงบ้านเมืองบ้าง เขาคงยอมรับผลไปแล้ว บ้านเมืองก็จะได้เดินหน้าต่อ
- ขณะนี้พรรคการเมืองแต่ละพรรคก็มีการชูนโยบายคนรุ่นใหม่ขึ้นมา มองว่าจะช่วยให้การเมืองดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่
หวังไว้เช่นนั้น หวังว่าคนรุ่นใหม่จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศทางการเมือง ไม่ตกอยู่ในวาทะกรรมที่สร้างขึ้นมาแล้วก่อให้เกิดความแตกแยก ซึ่งบางประโยคที่พูดออกไปอาจรู้สึกสะใจ แต่ผลที่ตามมามันแย่ ถ้าพูดในประโยคที่สร้างสรรค์จะเกิดประโยชน์มากกว่า ขณะนี้มีคนที่ไม่เคยเลือกตั้งเลย และกำลังจะเข้าสู่สนามเลือกตั้งประมาณ 8 ล้านคน พวกเขาถือเป็นจุดเปลี่ยน สังเกตจากนักการเมืองส่วนหนึ่งเป็นหน้าใหม่ อายุอยู่ในวัยทำงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง
คนรุ่นใหม่เหล่านี้จะเป็นคนเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทยให้ไปสู่ยุคใหม่ๆ ถ้าเขาไม่ติดกับกับความเป็นตัวตนของตัวเองมากเกินไป มันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และแสดงสปิริตให้เห็นว่าพรรคการเมือง ไม่ใช่สถาบันเพื่อการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่พรรคการเมืองยังเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความต่อเนื่องยาวนานที่จะสร้างบุคคล ให้เข้าสู่เวทีการเมืองมากขึ้น มีคุณภาพ และมีจิตสำนึกรับผิดชอบ
- หลายฝ่ายมองว่ากกต.สนองคสช. เรื่องนี้ส่งผลต่อการทำงานของกกต.หรือไม่
บางคนมีจินตนาการสูงลึกล้ำ จะไปห้ามเขาไม่ได้ คนพวกนี้มองแต่ว่าคนอื่นจะโกง ชอบจับเรื่องนู้นเรื่องนี้มาโยงกัน ซึ่งเขาโยงเพื่อสร้างความไม่น่าเชื่อถือให้กับการจัดการเลือกตั้ง ว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ภายใต้คสช. จริงๆ อย่างไรก็ดีมองว่า กกต.ทั้ง 7 ท่าน เป็นทั้งนักกฎหมาย นักบริหาร ตลอดจนข้าราชการ มีคุณงามความดีที่ได้สะสมมา คงไม่มาเสียหายในยุคนี้ เพื่อเห็นแก่อะไรบางอย่าง
นอกจากนี้ เขาพยายามสร้างวาทกรรมเสื่อมเสียให้กับองค์กร เราพยายามชี้แจงว่าไม่ได้อยู่ภายใต้ใคร เราสามารถคิดเองได้ อย่างไรก็ตามเราห้ามเขาคิดไม่ได้ แต่มุมมองพวกนี้มันสะท้อนถึงตัวคนพูดว่ามีความคิดอยู่เท่านี้หรือ ไม่มีการสร้างสรรค์เพื่อที่จะชนะการเลือกตั้งด้วยคุณงามความดี หรือผลงาน หรือนโยบายต่างๆของพรรค สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เขายังขาดอยู่ ขณะที่ความกังวลของพวกเขาคือกลัวแพ้ กลัวนายใหญ่เล่นงาน ว่าทำไม่ดี บริหารไม่ดี ทำให้แพ้การเลือกตั้ง ทำให้ไม่สามารถเข้าสู่สภาได้
“เขากำลังพยายามดิสเครดิตกกต. เพื่อให้คนมองว่าท้ายที่สุด ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งความจริงแล้ว เราไม่ได้อยู่ภายใต้ใครทั้งสิ้น กฎกติกาคือตัวบทบังคับให้เราต้องเดิน ถ้ากกต.ปฏิบัติผิดกฎหมาย เราก็ต้องโดนกฎหมายลงโทษอยู่ดี ซึ่งคณะกรรมการทั้ง 7 ท่านก็พูดกับผมอยู่หลายครั้ง ท่านรักษากฎหมายและก็กลัวอยู่เหมือนกัน กลัวว่าจะเป็นผู้ละเมิดกฎหมายเสียเอง”
- สุดท้ายอยากให้ยืนยันความพร้อมของกกต.ในการเลือกตั้งที่จะเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ในแง่ของความพร้อมในการบริหารจัดการ ยืนยันว่ากกต. มีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ และเราก็ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ การตรวจสอบคุณสมบัติ ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับประเทศ เราพร้อมทั้งหมด เราเตรียมงานตั้งแต่ช่วงประชามติ และพัฒนามาสู่การเลือกตั้งส.ส. ในส่วนของความสุจริตและเที่ยงธรรม กกต.ทั้ง 7 ท่านก็กลัวกฎหมายเหมือนกัน ดังนั้นเราก็เดินบนเส้นทางกฎหมาย
เรื่อง : พัชรพรรณ โอภาสพินิจ
ภาพ : ประเวศน์ พึ่งแสวงผล