"โกวิทย์" เรียกร้อง "นายกฯ-รมว.อว." กำกับดูแลมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา
วันที่ 19 ธ.ค.65 ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท แถลงข่าวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำกับดูแล มหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามหลักแนวทางปฏิบัติหลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ทั้งนี้ เพราะในปัจจุบันมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ควรจะทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพเพื่อมารับใช้สังคม และทำหน้าที่ในการขี้นำสังคมนั้น ยังพบว่า ส่วนหนึ่งมหาวิทยาลัยยังมีปัญหาเรื่องความโปร่งใสและแนวทางการบริหารงานจัดการที่ขาดหลักธรรมาภิบาล โดยเฉพาะยังมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งยังมีความขัดแย้งในการสรรหาอธิการบดี การฟ้องร้องในการแต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง รวมทั้งคณบดีและผู้บริหารอื่นๆ แม้กระทั่งกลไกสภามหาวิทยาลัยก็ยังมีปัญหาที่เกี่ยวกับการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการมหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้มาทำหน้าที่วางนโยบาย กำหนดทิศทางมหาวิทยาลัยนั้น ก็ยังมีปัญหาข้อขัดแย้งในการดำรงตำแหน่งในแง่ความ โปร่งใส และความมีธรรมาภิบาลเช่นกัน
ทั้งที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้ออกประกาศ วางแนวทางการ ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2564 แต่ก็ยังมีปัญหาข้อร้องเรียนจากคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ดังนี้ 1. ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของนายกสภาสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่อยู่ในข้อบังคับว่าควรมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน 4 ปี และไม่ควรดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินกว่า 8 ปี ซึ่งในประเด็นนี้ยังเห็นว่ายังคงมีปัญหาอยู่จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบว่ามี
มหาวิทยาลัยใดบ้างที่ยังไม่ดำเนินการตามข้อบังคับนี้ โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่ง และ
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ศ.ดร.โกวิทย์ กล่าวต่อว่า 2. ประเด็นปัญหาการแต่งตั้งกรรมการสรรหาผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษา และกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่ควรมาจากบุคคลภายนอกมากกว่ากึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะประธานคณะกรรมการสรรหาควรเป็นบุคคลภายนอก และบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยที่จะมาเป็นคณะกรรมการสรรหาควรผ่านการคัดเลือกจากบุคลากรจากสถาบันอุดมศึกษาและไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งบริหาร ซึ่งในประเด็นนี้พบว่ายังมีหลายมหาวิทยาลัยยังไม่ได้ดำเนินการตามข้อบังคับนี้เช่นกัน แต่ในบางมหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งกรรมการสรรหาที่เป็นพวกเดียวกันและยึดหลักพวกพวงในการแต่งตั้งซึ่งเป็นประเด็นนำมาสู่ความขัดแย้งและควรได้มีการตรวจสอบ
ทั้ง 2 ประเด็นที่กล่าวมา ถือว่า เป็นประเด็นสำคัญในแง่ของการจัดให้มีตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดทิศทางและนโยบายของมหาวิทยาลัย รวมทั้ง การปฏิบัติตามแนวทางหลักธรรมาภิบาล เพื่อจะทำให้ความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ ของมหาวิทยาลัยลดน้อยลง
3. ข้อเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยได้ทำหน้าที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อขี้นำทางสังคม ในปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ชี้นำทางออกและแนวทางที่จะพัฒนาสังคมไทยไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องโดยเฉพาะการเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยเป็นแบบอย่างของความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาลเพื่อให้เป็นแบบอย่างของสังคมไทย จึงเรียกร้อง ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้ลงมาตรวจสอบ กำกับดูแลมหาวิทยาลัยที่ยังไม่ปฏิบัติตามแนวทางหลักธรรมาภิบาล และดำเนินการแก้ไขให้มหาวิทยาลัยที่มีปัญหาประเด็น เหล่านี้ให้ดำเนินการคลี่คลายความขัดแย้งลงไป