เครือข่ายเกษตรกรรมฯ ลุย ค้านร่างพ.ร.บ.ข้าว
เครือข่ายเกษตรกรรมฯ ลุย ค้านร่างพ.ร.บ.ข้าว ยื่นหนังสือประธานสนช. ขอชะลอการพิจารณา ไม่ควรออกกม.ทำให้ชาวนามีน้ำตา เผย สนช.รับฟังความเห็นไม่ทั่วถึง ด้าน “ศุภวุฒิ” โว ชาวนาเข้าใจหมดแล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่รัฐสภา เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก โดยนายมงคล ด้วงเขียว ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ และน.ส.ทัศนีย์ วีระกันต์ สมาชิกเครือข่ายฯ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายพรเพชร วิชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ผ่าน พล.อ.ศุภวุฒิ อุตมะ สมาชิกสนช. ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ข้าว พ.ศ… เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว และขอให้สนช.ชะลอการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ข้าว
โดย นายมงคล กล่าวว่า เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เห็นว่าร่างพ.ร.บ.ข้าว ต้องเป็นประโยชน์ต่อชาวนา ผู้ประกอบการในห่วงโซ่เศรษฐกิจข้าว และผู้บริโภค เป้าหมายของร่างกฎหมายดังกล่าว ต้องส่งเสริมศักยภาพของชาวนารายย่อย พัฒนาองค์กรชาวนาให้มีความเข้มแข็ง ภายใต้ระบบการผลิตที่ยั่งยืน ส่งเสริมการอนุรักษ์ การแลกเปลี่ยนพันธุ์ และพัฒนาข้าวที่เหมาะสมกับภูมินิเวศน์ วิถีวัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน ทั้งเพื่อใช้เอง และการจำหน่าย โดยเกษตรกรและชุมชน
ด้าน น.ส.ทัศนีย์ กล่าวว่า เครือข่ายฯมีความเป็นห่วงในส่วนของมาตรา 6 สัดส่วนของกรรมการจากผู้แทนองค์กรเกษตรผู้ปลูกข้าว จำนวน 4 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับกรรมการโดยตำแหน่งที่เป็นข้าราชการ และนักการเมือง ซึ่งมีจำนวน14 คน ซึ่งมีอำนาจกำหนดนโยบาย และแผนพัฒนาข้าวทั้งหมด ฉะนั้น เมื่อสัดส่วนของเกษตรกรน้อยมาก ก็ไม่มีมีสิทธิมีเสียงพอในการแสดงความเห็น หรือกรณีที่ต้องลงมติกันในเรื่องใด จึงอยากเสนอให้สัดส่วนของเกษตรกรมีจำนวนมากกว่านี้
มาตรา 20 ระบบข้อมูลที่ตัวกฎหมายเขียนให้มีระบบส่งใบรับรองข้าวทางอิเลคทรอนิกส์ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของเกษตรกร มาตรา 21 การจัดให้มีการทำเขตศักยภาพการผลิตข้าวของประเทศ เป็นลักษณะโซนนิ่งพื้นที่ปลูกข้าว ซึ่งไม่ควรพิจารณาเพียงแค่กายภาพของพื้นที่หรือวัตถุประสงค์เพื่อการค้าเท่านั้น เพราการผลิตข้าวเป็นความมั่นคงทางอาหารของคนในประเทศ มาตรา 27/2เป็นการบัญญัติให้มีการส่งเสริม และสนับสนุน เฉพาะพันธุ์ข้าวที่กรมการนข้าวประกาศรับรองพันธุ์ และเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมตามเขตศักยภาพการผลิตข้าว ที่กำหนดโดยกรมการข้าวเท่านั้น ทั้งๆที่สายพันธุ์ข้าวที่เกิดขึ้นโดยชาวนารายย่อย และชุมชนตามวิถีวัฒนธรรมต่างๆ ซึ่งควรได้รับการสนับสนุน ส่งเสริม แต่ไม่ถูกกำหนดไว้เลย
น.ส.ทัศนีย์ กล่าวต่อว่า ทางเครือข่ายฯ เห็นว่าไม่ควรรีบเร่งในการออกกฎหมายที่กระทบสังคมในวงกว้าง และควรรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน จึงขอเรียกร้องให้สนช,ชะลอการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ข้าว โดยให้เป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า ตามที่สนช.ระบุว่าใช้เวลาถึง 2 ปี ในการรับฟังความเห็น ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ทางเครือข่ายฯได้แสดงความเห็นหรือไม่ น.ส.ทัศนีย์ กล่าวว่า ทราบว่ามีการรับฟังความเห็นผ่านศูนย์ข้าวชุมชน และผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งศูนย์ข้าวชุมชนก็ผลิตข้าวให้กรมการข้าว แต่ในส่วนของชาวนาทั่วไปกว่า 1,000 แห่ง ไม่เคยได้รับฟังความเห็นเลย
“กฎหมายฉบับนี้ไม่ตรงกับความต้องการของชาวนา และไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่ชาวนาให้มีอิสระ ให้มีความเข้มแข็งในการพัฒนาพันธุ์ข้าวของตัวเองได้ แต่เป็นการรวมศูนย์อำนาจให้กับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง จึงขอเรียกร้องให้สนช. และรัฐบาล รับฟังความเห็นประชาชน ไม่ควรออกกฎหมายที่เป็นน้ำตาของชาวนา” น.ส.ทัศนีย์ กล่าว
ด้าน พล.อ.ศุภวุฒิ กล่าวว่า ขอยืนยันให้คลายความกังวล ว่าการดำเนินการเกี่ยวกับพันธุ์ข้าวต่างๆ ไม่มีผลกระทบกับชาวนาหรือเกษตรกรทั้งสิ้น รวมทั้งนักวิชาการที่ปรับปรังพันธุ์พืช ที่ผ่านมาสนช.รับฟังความเห็นมาตลอด 2 ปี ทั่วทุกพื้นที่ และสมาคมชาวนาก็ไม่ได้คัดค้าน ทุกคนเข้าใจกันหมดแล้ว ซึ่งข้อห่วงใยของเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ในครั้งนี้ เราได้ดำเนินการแก้ไขหมดสิ้นแล้ว ยืนยันว่าชาวนาได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าเดิม และจะทำให้ชาวนามีอาชีพที่มั่นคง