"วัส ติงสมิตร" ซัด "ลดาวัลลิ์" มั่วข้อมูล ย้ำแม้ไร้ กสม.ชุดใหม่ ไม่กระทบการจัดทำงบฯประจำปี64
เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความ ประธาน กสม. โต้ข่าว ลดาวัลลิ์ ระบุว่า...
นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนฉบับหนึ่งว่า นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รู้สึกเศร้าใจเมื่อได้ข่าวว่า ตนในฐานะ กสม. ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ไต่สวนนายชีพ จุลมนต์ อดีตประธานศาลฎีกา ในฐานะเจ้าพนักงานไม่ร่วมแต่งตั้งบุคคลมาทำหน้าที่เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นการชั่วคราว อันเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
และเป็นความเคราะห์ร้ายของประเทศไทยที่การสรรหา กสม.ชุดใหม่ 7 คนเพื่อมาแทน กสม.ชุดปัจจุบัน มีเหตุให้สะดุดหยุดลง ใช้เวลาเกือบปีครึ่งก็ยังสรรหาไม่เสร็จ หากรอไปถึงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม 2562 ยังไม่ได้ กสม.ชุดใหม่ จะเกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการจัดทำงบประมาณปี 2564 เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ของ กสม.
รวมทั้งความล่าช้าที่นำไปสู่สภาวะชะงักงันของประเทศที่ไร้องค์กรอิสระด้านสิทธิมนุษยชนมาดูแล ทำให้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนถูกหมักหมมจนถึงขั้นวิกฤต ถือเป็นความเคราะห์ร้ายของคนไทยทั้งประเทศ นั้น
ตนขอชี้แจงว่า ข้อความตามข่าวดังกล่าวไม่ถูกต้องทั้งในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เพราะกฎหมายให้อำนาจ กสม. ชุดปัจจุบัน เปิดประชุมเพื่อพิจารณาและมีมติในทุกเรื่องได้ หากมีการแต่งตั้งกรรมการชั่วคราวเพิ่มมาเพียง 1 คน
“ข้อห่วงกังวลที่ว่า หากรอไปถึงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม 2562 ยังไม่ได้ กสม.ชุดใหม่ จะเกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เพื่อใช้ปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. นั้น ไม่อาจเกิดขึ้นได้ หากมีการแต่งตั้งกรรมการชั่วคราวดังกล่าวเพิ่มมาเพียง 1 คน ซึ่งน่าจะสามารถทำได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 วัน ทำให้ กสม. สามารถเปิดประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในการของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ซึ่งตามปฏิทินการเสนอของบประมาณ แต่ละหน่วยงานจะต้องเสนอภายในเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563” นายวัส กล่าว
ประธาน กสม. กล่าวอีกว่า “ส่วนความเห็นที่ว่า ความล่าช้าในการสรรหาและแต่งตั้ง กสม. ชุดใหม่ นำไปสู่สภาวะชะงักงันของประเทศที่ไร้องค์กรอิสระด้านสิทธิมนุษยชนมาดูแล ทำให้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนถูกหมักหมมจนถึงขั้นวิกฤต ถือเป็นความเคราะห์ร้ายของคนไทยทั้งประเทศนั้น ก็ไม่เป็นความจริงเลย เพราะ กสม. ชุดปัจจุบัน ได้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้านส่งเสริมสิทธิมนุษยชนจนเลื่องลือไปในวงการระหว่างประเทศ และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในการออกรายงานผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะเสร็จไปกว่าร้อยละ 80 มาหยุดชะงักในวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เมื่อมีกรรมการลาออก 2 คน แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการแต่งตั้งกรรมการชั่วคราวมาเพิ่มเพียง 1 คน เช่นเดียวกัน ไม่เกี่ยวกับรอผลการสรรหาและแต่งตั้ง กสม. ชุดใหม่ดังกล่าว ซึ่งน่าจะยังต้องใช้เวลาร่วม 90 วัน”
“น่าเชื่อว่า มีกระบวนการกดดันให้คณะกรรมการสรรหาและวุฒิสภาพิจารณาผ่าน กสม. ชุดใหม่โดยเร็ว โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนเสียหายของประเทศชาติ ประชาชน สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของไทย และสำนักงาน กสม. เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน” นายวัส กล่าวในที่สุด