“คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ฝากการบ้าน “หัวหน้าปชป.คนใหม่” นำ “พรรค” กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

การเมือง15 ธ.ค. 2566 • 16:00 น.
“คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ฝากการบ้าน “หัวหน้าปชป.คนใหม่” นำ “พรรค” กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

หมายเหตุ : สถาบันการเมืองอย่าง “พรรคประชาธิปัตย์” ได้ปรับโครงสร้างพรรคเสร็จสิ้นลงไปแล้ว มี “เฉลิมชัย ศรีอ่อน”  ก้าวขึ้นมารับตำแหน่ง “หัวหน้าพรรคคนใหม่” ในลำดับที่ 9 แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ กลับถูกจับตามองทั้งในและนอกพรรคถึงทิศทางและจุดยืนทางการเมืองของประชาธิปัตย์ ตลอดจนปัญหาความขัดแย้ง จะเป็นอย่างไรต่อไป

“คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและอดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์พิเศษ รายการ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ออกอากาศทางช่องยูทูบ Siamrathonline เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยฝากทั้ง “ความหวัง”  และ “การบ้าน” ให้กับ “หัวหน้าพรรคคนใหม่”

-  ในฐานะที่อยู่กับพรรคมายาวนาน เรามีความคาดหวังการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคอย่างไร หลังจากการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา

พรรคเรามาถึงตรงนี้ได้  ก็มีทั้งสูงสุดแล้วก็ค่อยๆต่ำ แล้วตอนนี้รู้สึกจะต่ำสุด ทั้งนี้ทั้งนั้นเรามีข้อผิดพลาดในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ตัวเองก็เป็นกรรมการบริหารคนหนึ่ง ยอมรับความผิดพลาดนี้ แต่เราไม่ได้รับผิดชอบคนเดียวจะต้องมีหัวหน้าจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ และคุณเฉลิมชัย ศรีอ่อน ซึ่งเป็นเลขาฯพรรคในตอนนั้น และคณะกรรมการบริหารรับผิดชอบร่วมกัน ที่ทำให้เราได้คะแนน ได้สส.น้อย ด้วยเหตุนี้เองทำให้สภาพและสถานะของพรรคประชาธิปัตย์ก็ค่อนข้างจะเรียกว่าง่อนแง่น

แต่อย่างไรก็ตามต้องมีความหวัง มีความคาดหวังว่าการเลือกตั้งหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารคณะใหม่ ต่อจากคณะกรรมการรักษาการมาหลายเดือน ด้วยความคาดหวัง จริงๆแล้วก็อยากให้หัวหน้า กรรมการบริหารชุดใหม่ นำพาพรรค ก้าวข้ามวิกฤติและความผิดพลาดต่างๆที่ทำให้พรรคตกต่ำถึงขนาดนี้ ให้กลับขึ้นมาโดยเร็วที่สุด ตามอุดมการณ์และหลักการของการทำการเมือง ที่พรรคประชาธิปัตย์มีมายาวนาน คือทำการเมืองโดยอุดมการณ์ที่ดีงาม ทำการเมืองที่ซื่อสัตย์ สุจริต

มีอุดมการณ์ 10 ข้อที่เขียนไว้ ซึ่งยังใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ อยากจะให้การเปลี่ยนแปลงต่อจากนี้ไปอยู่บนพื้นฐานของความดีงาม และอุดมการณ์ของพรรค จริงอยู่โลกอาจจะเปลี่ยนแปลงแต่เราก็เปลี่ยนแปลงในด้านของความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เอามาช่วยเอามาใช้ ในการสื่อสาร และเน้นในการทำงาน แต่ต้องไม่ลืมอุดมการณ์หลักการของพรรคที่สืบเนื่องต่อยาวนาน

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมืองเดียวในเอเชียก็ว่าได้ ที่ยาวต่อเนื่องกันมา 77 ปี อยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรมและดำเนินการตามกฎหมายของประเทศที่เรียกว่านิติรัฐนิติธรรม มาโดยตลอด การเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี แน่นอนที่สุดก็มีทั้งข้อดีและข้อด้อย ถ้าเราใช้มันได้ถูกต้องก็จะดีมาก แต่ถ้าเราใช้ไม่ถูกต้องหรือตกเป็นเหยื่อก็จะเกิดปัญหาได้ในอนาคต เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ ให้ตระหนักและก็คิดไว้ให้ดี เพราะว่าตลอดเวลา 77 ปี มีหัวหน้า 8 คน   เขาสร้างชื่อเสียงสร้างมาตรฐานไว้แล้วอย่างดี จึงอยากจะให้คณะใหม่ยึดถือหลักการที่ดีงามนี้ เพราะไม่ล้าสมัย โดยปกติแล้วคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตลอดมาจะต้องมี คุณสมบัติเทียบเท่านายกรัฐมนตรี  คือหัวหน้าพรรคจะต้องเป็นนายกฯได้มีคุณสมบัติที่จะต้องเป็นนายกฯได้

สิ่งนี้คือคุณสมบัติที่เราคาดหวังมาโดยตลอด ส่วนในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ไฮเทค ไอที เอไอ อะไรต่างๆ ก็ฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่หรือคนสมัยใหม่ อยากจะขอให้คนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนอายุน้อย แต่คนอายุมากที่ทันสมัยและล้ำสมัยก็มี ในพรรคเราก็ได้ทำคุณูปการ วางรากฐาน สร้างภูมิคุ้มกัน ให้เด็กทั้งทางด้านการศึกษาและสุขภาพ คือคนต้องเป็นคนดี คนเก่ง เป็นคนแข็งแรง คือหลักที่พรรคประชาธิปัตย์ ดำเนินการมาโดนตลอด เพราะฉะนั้นจะสร้างคนให้เป็นคนดีคนเก่งได้ และมีสุขภาพดี ต้องทำต่อเนื่อง เป็นหลักการ ไม่ได้ทำเอาเฉพาะหน้า

ขอใช้เวลาเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับผู้บริหารโดยทั่วไปที่ใช้ไฮเทคหรือไอทีหรือโซเชียลมีเดีย ก็ต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งของการใช้ ไม่ใช่เห่อตามสังคมไปอย่างเช่น ซอฟต์ พาวเวอร์  หรือการทำ Social Media ที่เอา IO เอา AI มาถล่มคนนั้นคนนี้ ซึ่งนับว่าผิดจริยธรรม ผิดมารยาท  คนสมัยนี้เวลาเข้า Social จะใช้เวลานิดเดียว เขาจึงไม่รู้ว่าพรรคการเมือง,หน่วยงานหรือกลุ่มคนเขาใช้ IO  หรือ AI มาถล่มคุณ บนพื้นฐานที่ไม่มีความจริง ที่คนทำไม่ได้

การที่ใช้ไฮเทค AI เอาข้อมูลมานั้นอันตราย การใช้ข้อมูล ใช้เครื่องมาถล่มกัน ทั้งฝ่ายเชียร์หรือฝ่ายต้านแบบผิดธรรมชาติ  แต่คนรับสื่อ ใช้เวลาไม่นาน ก็เชื่อเครื่อง ไม่ได้เชื่อมนุษย์ จึงฝากคนรุ่นใหม่ ถ้าจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ต้องมีคุณธรรมจริยธรรมในการใช้  ความจริงก็น่าจะผิดกฎหมาย แต่ว่ากฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้เพราะว่าเราไม่มีหลักฐานที่มีการไปซื้อข้อมูลมา การซื้อข้อมูลหลายสิบล้านแล้วก็ใช้ AI มาถล่มกัน มันผิดกฎหมาย ที่อเมริกาหรืออังกฤษ ก็มีคดีอยู่เหมือนกัน

-ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์มีความทันสมัย มีคุณธรรมกำกับ ถ้าจะบอกว่าปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้พ่ายแพ้หรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันนี้ของประชาธิปัตย์มาจากในเรื่องของ io ที่ขาดจริยธรรมทางด้านการเมือง

ถือว่ามีส่วน ในการใช้โซเชียลเพื่อการประชาสัมพันธ์ เราไม่ได้สุดโต่ง เรายังไม่ทันความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างจริงจัง เพราะว่าต้องลงทุน ต้องมีเงิน ต้องมีคน ต้องมีเวลาทำระยะยาว เพราะฉะนั้นผู้บริหารถ้าเน้นเรื่องนี้จะต้องศึกษาแล้วทำต่อเนื่องจึงจะเห็นผล แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม

จึงอยากจะฝากคณะผู้บริหารพรรคชุดใหม่ไว้ พรรคเราไม่ได้มีสิ่งนี้มาตั้งแต่ต้น และนานมาแล้วจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เราไม่ได้ใช้ซื้อข้อมูลมาเป็นหลายสิบล้าน เอา AI มา แล้วแบ่งเป็น segmentation มาเป็นนโยบายแล้วก็ใช้ io มาถล่มคน เราไม่ได้ทำอย่างนั้น

เรามีข้อดีจริง แต่เราไม่มีข้อเด่นที่เป็นจุดที่จะดึงใจคนทั่วไปได้ เราไม่มีอะไรที่จะไปขายแข่ง หรือการใช้ IO หรือ AI  ที่เขาใช้กันมาหลายปี นี่คือประการที่ 1 ส่วน ประการที่สองในเรื่องของการสื่อสาร เมื่อก่อนนี้เรามีโฆษกพรรค แต่จริงๆแล้วเราต้องมีคณะหนึ่ง หรือศูนย์หนึ่งเลย เพื่อเป็นการสื่อสารการเมือง ซึ่งเราอาจจะไม่มีซึ่งไม่เป็นรูปธรรม จึงทำให้เราขายพรรคไม่ได้ ขายคนไม่ได้ เพราะว่ามันไม่เด่น มันไม่ดัง จุดนี้ตนเองก็ต้องรับผิดด้วยเหมือนกัน

-หลายฝ่ายสบประมาท และมองว่าในอนาคต ประชาธิปัตย์ อาจจะกลายเป็นพรรคขนาดกลาง หรือพรรคขนาดเล็กด้วยซ้ำไป

คำสบประมาทของคนอื่นๆ เราก็ต้องรับฟัง  แล้วเราอาจจะประพฤติตนที่ไม่เป็นที่ชื่นชอบชื่นชมของคนทั่วไป ที่ผ่านมาก็ยอมรับผิด เราต้องรับฟัง แล้วเชื่อว่าความเป็นประชาธิปัตย์ เราต่อสู้เราผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เราผ่านการเป็นรัฐบาล เราผ่านการเป็นฝ่ายค้าน แล้วก็มีผลงานคู่ประเทศมาตลอด 77 ปี ถ้าเราไม่มีอะไรดีเราคงอยู่ไม่ยาวนานถึงขนาดนี้ เพราะฉะนั้นอยากฝากน้องๆหรือคนไม่ใช่น้องรุ่นใหม่ ช่วยยึดหลักตรงนี้ว่าเรามีคนเก่ง เรามีคนดี ขอให้ใช้คนเก่งคนดีและคนมีความรู้ ให้เต็มศักยภาพ เราสามารถที่จะก้าวข้ามวิกฤติได้ และอยากให้ทำอย่างจริงจัง

- ส่วนตัวคุณหญิงกัลยา เองยังยืนยันไม่ถอดใจกับพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้

ตอนที่คะแนนต่ำสุด ซึ่งเราไม่เคยต่ำสุดขนาดนี้ พรรคเราเคยได้สส.ระดับร้อยคน หรือเฉียดร้อยทุกครั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ที่เหลือสส. 25 คนก็ใจหายเหมือนกัน แต่เมื่อมาถึงตรงนี้ ตนเองคงไม่ทิ้งพรรคไป ในขณะที่พรรคประสบปัญหา  เราทำไม่ได้ จึงได้เรียนหัวหน้าชวน หลีกภัย ไปว่า จะอยู่ช่วยจนกระทั่งพรรคยืน ได้อย่างสง่างามกลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้วตัวเองก็จะทิ้งพรรค

-หมายความว่าในวันที่พรรคยืนได้ กลับไปอยู่ในจุดที่เคยได้สส.ระดับร้อย มีตัวเลขชัดเจนหรือไม่  

ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพ.ค.2566 ที่ผ่านมา พวกเราประเมินว่าควรจะได้ถึง 60 - 70 สส. ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นข้อมูลที่เราอาจจะผิดพลาด เราอาจจะไม่แม่นยำ เราก็ประเมินคิดว่าดีขึ้น แต่เมื่อมันตกต่ำอย่างนี้แล้ว เราก็ต้องถอดบทเรียน แล้วก็ต้องขมีขมัน จะทำอย่างไรให้ฟื้น เราต้องรีบทำ จะรับฟังความคิดเห็นคนทั้งประเทศอย่างไร  คนเป็นแฟนพรรคเรา คนที่รักเราก็เป็นห่วงเป็นใยเราอย่างไร  เราต้องรับรู้ข้อมูลเหล่านี้

ที่ผ่านมาโดยส่วนตัวได้ทำการสำรวจ ก็พบว่าคนไม่ได้เกลียดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ที่เขาไม่เลือกเรา เพราะเราไม่ได้เสนอในสิ่งที่เด่นหรือสิ่งที่ถูกใจ พรรคเรายังมีแฟนเยอะ  ฉะนั้นเขาก็เป็นห่วงเป็นใยพรรคกันมากทีเดียว ว่าพรรคเราจะไปอย่างไร ถ้ามีพลังเยอะในสังคมอย่างนี้ พรรคก็ต้องฉกฉวยโอกาสที่จะดึงคนเหล่านี้มาช่วยพรรคถูกไหม

-จุดยืนในอนาคตหากพรรคประชาธิปัตย์ สลับขั้วไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย ตรงนี้มองว่าจะเป็นข้อดีหรือข้อเสียกับประชาธิปัตย์ในวันที่คุณหญิงกัลยาเอง กำลังจะช่วยประคองให้ฟื้นฟูให้กลับมาไหมค่ะ

ต้องบอกก่อนว่า ตนเองคงไม่สามารถที่จะไปวิพากษ์ หรือจินตนาการล่วงหน้าได้ว่าถ้าเขาจะปรับเปลี่ยนอะไรในอนาคตเพื่อความอยู่รอดหรือเพื่ออะไร ก็ไม่สามารถประเมินได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่อยากให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานหลักการอุดมการณ์ที่ต้องซื่อสัตย์ ยุติธรรมและทำตามนิติรัฐ นิติธรรม และเป็นที่พึ่งที่หวังเป็นสถาบันการเมืองที่ประชาชนพึ่งหวังได้ในทางการเมือง เราคาดอย่างนั้น

ก็หวังว่าน้องทุกคน พรรคประชาธิปัตย์ทุกคน คงจะส่งพลังมาให้คณะกรรการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรคคนใหม่ มีกำลังใจ มีพลังที่จะเดินหน้าพาพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันคู่บ้านคู่เมืองเป็นหลักให้กับบ้านเมืองในอนาคตอันยาวนานต่อไป