"กมธ.ตำรวจ" ชี้ คำสั่งย้าย "วิระชัย" ไปสำรองราชการ ไม่ใช่การลงโทษ เตรียมส่งข้อมูลนายกฯ พิจารณา
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่รัฐสภา นายณัฏฐชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังที่ประชุมพิจารณากรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบกรณีพล.ต.อ.จักทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากการเข้าชี้แจง ของพล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นาย นั้นกรรมาธิการฯ มีมติ ว่าการออกคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย เป็นไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547 มาตรา 61(2) และพิจารณาเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำหนด ถือเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการดำเนินการสอบสวน เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์
นายณัฏฐชนน กล่าวว่า ดังนั้น การที่ผบ.ตร.มีคำสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย ไปดำรงตำแหน่งสำรองราชการนั้น ไม่ถือเป็นการลงโทษ แม้คำสั่งดังกล่าวจะทำให้ผู้ถูกลงโทษพ้นจากตำแหน่งเดิม แต่ก็มีตำแหน่งใหม่คือตำแหน่งสำรองราชการ ไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง แต่ยังคงมีหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย โดยได้รับเงินเดือน และได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดินได้ทุกปี ตามที่กฎ ก.ตร. กำหนด
"สิ่งที่กรรมาธิการมาแถลงวันนี้ เพราะประเด็นในการสำรองจะส่งผลในการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ในเร็ว ๆ นี้ ฉะนั้นผู้ที่อำนาจคือนายกฯ จะสรุปหรือประชุมครั้งสุดท้าย คาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน รวมถึงจะนำเอกสารเหล่านี้ส่งถึงนายกฯ เพื่อประกอบในการพิจารณา ในกรณีสำรองราชการดังกล่าวด้วย"