นายกฯ เชื่อมั่น "ไทย-อาเซียน-เกาหลี" มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมหนุนสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี ปลอดอาวุธนิวเคลียร์

การเมือง12 พ.ย. 2563 • 12:34 น.
นายกฯ เชื่อมั่น "ไทย-อาเซียน-เกาหลี" มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมหนุนสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี ปลอดอาวุธนิวเคลียร์
เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 21 ผ่านระบบการประชุมทางไกลโดยผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนจากทั้ง 10 ประเทศ และ นายมุน แช-อิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี เข้าร่วมประชุมโดยประธานาธิบดีมุน แช-อิน กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างอาเซียนและสาธารณรัฐเกาหลี อาเซียนเป็นมิตรแท้ ความพยายามร่วมกันจะสามารถเอาชนะโควิด-19ได้ โดยเกาหลีพร้อมสนับสนุนช่วยเหลือทั้งอุปกรณ์ป้องกัน ทดสอบ ช่วยเหลือผ่านกองทุนและโครงการต่างๆ และเชื่อมั่นว่า นโยบายมุ่งใต้ใหม่ของเกาหลีจะขยายความร่วมมือกับอาเซียนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลีมีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไทยมุ่งมั่นขับเคลื่อนแผนงานต่าง ๆ ให้คืบหน้าและเป็นรูปธรรม และชื่นชมที่สาธารณรัฐเกาหลี ยกระดับนโยบายมุ่งใต้ใหม่ให้ทันสมัย การจัดตั้งศูนย์ด้านต่าง ๆ เพื่อสังคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับนโยบายของไทยที่มุ่งพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ไทยขอเสนอกรอบความร่วมมือสำคัญ 2 ด้าน คือ ด้านสาธารณสุขเพื่อรับมือโควิด-19 รวมถึงการสนับสนุนกองทุนอาเซียนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวปฏิบัติที่ดีต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ซึ่งไทยสนับสนุนการตั้งกลไกด้านสาธารณสุข ทั้งในกรอบอาเซียนและทวิภาคี รวมถึงการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี การแบ่งปันแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนาวัคซีนและยาต้านไวรัสโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างการบูรณาการทางเศรษฐกิจและความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค การขยายปริมาณการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ข้อริเริ่มร่วมของรัฐมนตรีเศรษฐกิจฯ ในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด และความตกลง RCEP ไทยและอาเซียนพร้อมกำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างประเทศที่ปลอดภัยสำหรับนักลงทุน นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจภายใต้มาตรการทางสาธารณสุขที่รัดกุม พร้อมขยายความร่วมมือในโครงการภายใต้เอ็มแพ็ค 2025 โดยเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาสีเขียว ผ่านกองทุนการเงินสีเขียวของอาเซียน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “Green New Deal” และพร้อมสนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเฉพาะโครงการฝึกอบรมด้านเทคนิคและการอาชีวศึกษา หรือ TVET (ทีเว็ด) พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าไทย อาเซียน และสาธารณรัฐเกาหลีควรมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกัน โดยนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและรับมือกับความท้าทายในยุค 4IR (โฟร์ ไอ อาร์) และเชื่อมั่นว่าสันติภาพและเสถียรภาพเป็นพื้นฐานของความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไทยสนับสนุนบทบาทของสาธารณรัฐเกาหลีที่พยายามสร้างสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี เพื่อให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์ และมีความรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป