พยาบาลด่านหน้า เผย เจาะเลือดคนไข้ไป สะอื้นไป ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ สิ่งที่ทำให้มีแรงขึ้นเวรในทุกวัน เพราะสงสารคนไข้

การเมือง27 ก.ค. 2564 • 23:54 น.
พยาบาลด่านหน้า เผย เจาะเลือดคนไข้ไป สะอื้นไป ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ สิ่งที่ทำให้มีแรงขึ้นเวรในทุกวัน เพราะสงสารคนไข้
เมื่อวัน ที่ 27 ก.ค.64 บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ กลุ่มลิเบอร์ต้า พร้อมด้วยประชาชนจำนวนหนึ่ง จัดกิจกรรม #ลิเบอร์ต้า5ข้อ เพื่อทวงถามความคืบหน้า 5 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ 1.ลดค่าเทอม 50 เปอร์เซ็นต์ 2. จัดหาวัคซีนถ้วนหน้า 3.เยียวยาขั้นต่ำ 80 เปอร์เซ็นต์ 4.พักชำระหนี้ทุกอาชีพ 5.เพิ่มเงิน และบรรจุบุคลากรทางการแพทย์ เป็นข้าราชการ ซึ่งได้ยื่นถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา นั้น ทั้งนี้ ตัวแทนพยาบาลด่านหน้า หน่วยแพทย์และพยาบาลเพื่อมวลชน พมช. กล่าวปราศรัยบางช่วงว่า วันนี้มาเป็นตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ที่จะออกมาเรียกร้องกับการจัดการที่ล้มเหลว เราต้องเป็นคนที่รับมือกับปัญหา บุคลากรทางการแพทย์ที่จะกล่าวถึง ไม่ได้เพียงเฉพาะกลุ่มแพทย์พยาบาล หมายรวมถึง สหสาขาวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ทีม เภสัชกร ทีมเอ็กซเรย์ ทีมห้องแลป แม่บ้าน รปภ. ที่ช่วยเคลียร์เส้นทางในการขนย้ายผู้ป่วย รวมไปถึง คนขับรถ ผู้ช่วยเหลือคนไข้ ผู้ช่วยพยาบาล ทุกคนต่างทำงานด้วยความเสี่ยง ในสถานการณ์ตอนนี้ ทุกคนจะเห็นว่า จำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น สวนทางกับจำนวนบุคลากร ไม่ว่าจะลดลงจากการเสียชีวิต หรือจัดการติดโควิด-19 ความเจ็บป่วย และอ่อนล้าลงทุกที เพราะเราต่อสู้มาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว ขณะที่สำนักงานก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย นอกจากนี้พยาบาลด่านหน้า ยังได้กล่าวว่า“เจาะเลือดคนไข้ไป สะอื้นไป ไม่คิดว่าตัวเองจะมาถึงจุดแย่ขนาดนี้ สิ่งที่ทำให้มีแรงขึ้นเวรในทุกวัน ก็เพราะสงสารคนไข้ที่เป็นประชาชนตาดำๆ ไม่มีสิทธิเลือก แต่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพียงเพราะผู้มีอำนาจ เลือกจัดการบริหารอย่างไม่ตรงจุดแบบนี้ หากคนที่มีอำนาจ ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป คุณจะไม่มีบุคลากรเพียงพอในการจัดการปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน” ตัวแทนพยาบาลด่านหน้า กล่าวอีกว่า ดิฉันมาวันนี้ เพื่อที่จะเรียกร้องค่าเสียงภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่แม่บ้าน คนงานแผนกซักฟอกในโรงพยาบาล ก็ควรได้รับการเยียวยา เพราะทุกคนเสียงเท่ากัน ทุกวันนี้แค่อุปกรณ์ป้องกันพื้นฐาน ก็ยังคงมีไม่เพียงพอ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะต้องฉีดไฟเซอร์ให้บุคลากรทางด้านหน้าก่อน ไม่ใช่เรื่องที่จะรักษาชีวิตบุคคล VVIP ของพวกคุณ ก่อนกล่าวถึงแนวคิด “เถียงนาโมเดล” ของ โฆษก ศบค. ด้วยว่า ทำงานห้องแอร์ก็พูดได้ ฟังประชาชนเยอะๆ “วันนี้มีอำนาจ ควบคุม สั่งการได้ แต่วันที่หมดอำนาจ ทำตัวไร้มนุษยธรรมเช่นนี้ ที่เดียวที่อยู่ได้ คือคุก ไม่เห็นใจคนบ้างหรือ เสียภาษีมา อยากให้รู้ว่า ภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ ไม่ใช่น้อย อยากทวงถามว่าภาษีที่เสียไป เอาไปใช้อะไรบ้าง ประชาชนอยากให้เอาไปซื้ออะไรทีคุ้มค่า จัดรัฐสวัสดิการ ทำขนส่งสาธารณะที่ดี ไม่ใช่ให้นายทุนเข้ามาหาผลประโยชน์กับประชาชน” บิ๊กกล่าว ก่อนที่ยุติกิจกรรมในเวลาประมาณ 19.10 น.