"ชำนาญ" โต้ "ไพบูลย์" ชี้มติพปชร.ขับ "ร.อ.ธรรมนัส-20สส." ไม่ถูกตามข้อบังคับพรรค

การเมือง20 ม.ค. 2565 • 17:39 น.
"ชำนาญ" โต้ "ไพบูลย์" ชี้มติพปชร.ขับ "ร.อ.ธรรมนัส-20สส." ไม่ถูกตามข้อบังคับพรรค
วันที่ 20 ม.ค.65 นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุคส่วนตัว Chamnan Chanruang แสดงความเห็นต่อกรณีพรรคพลังประชารัฐมีมติจับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ ส.ส.ของพรรครวม 21 คนออกจากพรรค ว่า " จากการที่พรรคพลังประชารัฐได้มีมติขับคุณธรรมนัสกับพวกจำนวน ๒๑ คนให้พ้นสมาชิกภาพไปเมื่อวันที่ ๑๙ ม.ค.๖๕ ที่ผ่านมา ผมได้ไปดูข้อบังคับของพรรคพลังประชารัฐแล้วปรากฏ ดังนี้ “ข้อ ๕๔ สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลง เมื่อ (๕) พรรคการเมืองมีมติให้ออกเพราะกระทําผิดวินัยหรือจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง หรือมีเหตุร้ายแรงอื่น” จากนิยามศัพท์ในข้อ ๑ บัญญัติไว้ว่า “พรรคการเมือง หมายความว่า พรรคพลังประชารัฐ” ฉะนั้น การที่กรรมการบริหารกับ ส.ส.พลังประชารัฐ จำนวน ๗๘ คนมีมติขับคุณธรรมนัสกับพวกจึงไม่ชอบด้วยข้อบังคับพรรค(แม้ว่าคุณไพบูลย์จะออกมาแถลงข่าวว่าชอบด้วยข้อบังคับพรรคฯแล้วก็ตาม) และเมื่อดูองค์ประกอบของการประชุมใหญ่ทั้งการประชุมสามัญและวิสามัญตามข้อ ๓๗ ก็ไม่เข้าองค์ประกอบเพราะต้องมีทั้ง กรรมการบริหารฯ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง/ ผู้แทนสาขาพรรคไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง /ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และสมาชิกพรรคการเมือง ที่สำคัญก็คือ ข้อ ๔๑ คําบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ทุกคราวให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งกําหนดการประชุม ใหญ่ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน โดยให้ระบุวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมด้วย ส่วนที่นายไพบูลย์อ้างมาตรา ๕๔ วรรคท้ายที่ว่า “การสิ้นสุดของสมาชิกภาพตามวรรคหนึ่ง (๔) หากสมาชิกผู้นั้นดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมติของพรรคการเมืองต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่สังกัดพรรคการเมือง”นั้น เป็นเพียงมาตรฐานขั้นต่ำ เพระการประชุมพรรคจะต้องประกอบไปด้วยผู้แทนสาขาพรรค/ตัวแทนจังหวัด และสมาชิกพรรคอยู่ดี ถ้าจะใช้เฉพาะวรรคท้ายก็ต้องบัญญัติไว้ในอนุมาตรา(วงเล็บ)อื่นอีกต่างหากเป็นการเฉพาะ สรุปว่า ที่ประชุมฯในวันที่ ๑๙ มกราคม ๖๕ ที่ผ่านมาไม่ถูกต้องตามข้อบังคับฯเพราะไม่มีอำนาจและไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนและวิธีการอันเป็นสาระสำคัญน่ะครับ"