เด็กพท.เตือนสส.โหวตหนุนรบ.

การเมือง13 ก.ค. 2565 • 16:29 น.
เด็กพท.เตือนสส.โหวตหนุนรบ.

หน.เศรษฐกิจไทยยันคนเหนือไม่เอารัฐบาล ประกาศลุยตรวจสอบรัฐบาลทิศทางเดียวกับฝ่ายค้าน เผยเคลียร์ลุงป้อมแล้ว ระบุศึกซักฟอกลุงป้อมไม่ได้ขอให้โหวตช่วยใคร แย้มร่วมสังฆกรรมเพื่อไทย อนุสรณ์ เตือนนักการเมืองโหวตหนุนบิ๊กตู่ คิดให้ดี เพราะประชาชนให้คำตอบแล้ว

     เมื่อวันที่  13 ก.ค.65 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์รายการ เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงความพ่ายแพ้เลือกตั้งซ่อมเขต 4 จ.ลำปาง ก่อนนำมาซึ่งการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล ว่า รู้ตัวเองดีว่าในการเลือกตั้งซ่อมจ.ลำปาง เกิดอะไรขึ้น ผลที่ออกมาเราไม่คาดคิดว่าจะออกมาอย่างนี้ ทำให้ตนกับคณะกรรมการบริหารพรรค ต้องมานั่งทบทวนว่ามันเกิดอะไรขึ้น  ทั้งนี้ เราย้อนไปดูปัจจัยเมื่อปี 2562 เราทราบข้อมูลว่าฐานคะแนนของเราอยู่ที่ 30,368 คะแนน แต่โดยภาพรวมคะแนนของพรรคพลังประชารัฐใน จ.ลำปาง จะได้ 140,000 กว่าคะแนน ทำให้รู้ว่าฐานเรามีเท่านี้ มันขายไม่ได้
  
   อย่างไรก็ตาม เมื่อการเลือกตั้งซ่อมปี 2563 มีปัจจัยหลายอย่าง ผลงานของรัฐบาล โดยเฉพาะจัดสรรที่ดินทำกิน การแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากผลงานของรัฐบาล ซึ่งเราได้ประมาณ 61,914  คะแนน พรรคเสรีรวมไทยได้ 38,336 คะแนน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้คะแนนมันสวิงกลับ เราคงไปโทษรัฐบาลไม่ได้ แต่เราลงพื้นที่เราทราบว่าประชาชนบ่นกับทางตน ซึ่งผู้นำท้องถิ่นเป็นคนที่ตนวางเอาไว้ทั้งนั้น
 
    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ประชาชนเขาบ่นว่าไม่ค่อยสบายใจ ในเรื่องความไม่ชัดเจนของพรรคเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะตนว่าสรุปแล้วอยู่ฝ่ายใดกันแน่ ส่วนพรรคเสรีรวมไทยเขาหาเสียงประเด็นเดียวคือจุดยืนที่ไม่แน่นอนของพรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งทำให้เราพ่ายแพ้ในครั้งนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เราสบายใจอยู่คือฐานคะแนนเสียงของเรายังเท่าเดิม 
  
   เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทยไม่ส่งคนลงสมัคร ทำให้คะแนนเทไปที่พรรคเสรีรวมไทยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราดูการเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทยได้ 42,984 คะแนน พรรคอนาคตใหม่ได้ 26,471 คะแนน เราได้ 30,368 คะแนน แต่ดูการเลือกตั้งซ่อมปี 2563 เราได้ 61,914 คะแนน แสดงว่าคะแนนจากพรรคเพื่อไทยมาหาเราบ้าง แต่คะแนนของพรรคอนาคตใหม่เขาคงเทให้พรรคเสรีรวมไทย การเลือกตั้งปี 2562 พรรคเสรีรวมไทยไม่มีคะแนน ไม่อยู่ในสายตา ดังนั้นการต่อสู้ตรงนี้ จึงเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายรัฐบาล
  
   เมื่อถามว่าประชาชนบ่นว่าพรรคเศรษฐกิจไทยไม่ชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายไหน แสดงว่าประชาชนในพื้นที่ไม่เอารัฐบาลใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ประชาชนภาคเหนือตอนบนอาทิ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน แม่ฮ่องสอน ลำปาง เขาไม่เอารัฐบาล เมื่อถามอีกว่า เมื่อประชาชนภาคเหนือตอนบนไม่เอารัฐบาล ทำให้พรรคเศรษฐกิจไทยต้องไปร่วมงานฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ตนถูกขับออกจากรัฐมนตรี ตนประกาศชัดเจนว่าอยู่ข้างประชาชน แต่ประชาชนไม่เข้าใจหรอกว่าอยู่ข้างประชาชน เพราะยังเห็นการโหวตเรื่องงบประมาณปี 2566 ดังนั้นจึงต้องประกาศให้ชัดเจนว่าจะมาทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ
   
    ในยุคนี้การปกครองระบบประชาธิปไตยของประเทศไทย มันไม่ชัดเจน ฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติเป็นกลุ่มเดียวกัน ยังเว้นฝ่ายค้านที่แสดงตัวออกมาชัดเจน ฉะนั้นพรรคเศรษฐกิจไทยต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนเลยว่าเราควรจะทำให้หน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติให้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ไปเลย 

     เมื่อถามว่า เมื่อประกาศจุดยืนอยู่กับฝ่ายค้าน เพื่อตรึงมวลชนทางภาคเหนือ แต่จะทำให้เสียมวลชนในภาคอื่นหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ผมไม่ได้ว่าผมดี ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรี จนออกจากรัฐมนตรี ผมเป็นนักการเมืองที่อยู่ในพื้นที่มาตลอด ไม่ใช่เฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ผมเดินทางทุกจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด เราจึงรับทราบความรู้สึกของประชาชนดี ร.อ.ธรรมนัส กล่าวและว่า วันนี้ประเทศเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งเกิดจากการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งว่าที่ผู้สมัครของพรรคเศรษฐกิจไทย ทั้ง 76 จังหวัด สะท้อนมาว่าเราควรแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน  เพราะประชาชนเบื่อหน่ายหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นถามว่าจะทำให้เราเสียมวลชนจากพรรคอื่นหรือไม่ ตนมีความมั่นใจว่าเสียงสะท้อนจากว่าที่ผู้สมัครของเรา คือเสียงสะท้อนจากประชาชน

     เมื่อถามว่า การประกาศร่วมทำงานกับฝ่ายค้านหมายถึงการทำงานกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราให้นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร , นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลาออกจากวิปรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมาเราเป็นต่อเนื่องมาตั้งแต่เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่เมื่อเราออกมาแล้วก็ควรให้มันชัดเจน ซึ่งตามมารยาททางการเมือง วันนี้ผู้นำฝ่ายค้านยังไม่ได้คุยกับเรา เราจึงยังไม่ได้เป็นฝ่ายค้าน แต่มันอยู่ในขั้นตอนต่อไปที่ต้องคุยกันต่อ

     เมื่อถามว่า ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงจะทำงานร่วมกับฝ่ายค้านเลยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราประกาศว่าเราทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติ มันก็คงทำงานในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้าน ตนเรียน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ชัดเจนแล้วว่าขออนุญาตประกาศจุดยืนของพรรคอย่างชัดเจน ซึ่งได้ชี้แจงแล้ว ตนเล่าให้ฟังว่าผลการเลือกตั้งซ่อมจ.ลำปางว่าเกิดอะไรขึ้น เราเหมือนพรรคอยู่ตรงกลางของเขา ควายเขาสองข้าง มันไม่ชัดเจน ฝ่ายรัฐบาลเขาไม่ได้สนับสนุนเรา เราไม่ได้ประโยชน์อะไรจากฝ่ายรัฐบาล อีกทั้งยังถูกกระทำหลายเรื่อง ตนไม่อยากพูดตรงนี้ อีกข้างของเขาควายเขาก็ไม่ได้สนับสนุนเรา ดังนั้นไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะมานั่งตรงกลางของเขาควาย ก็ได้เรียนพล.อ.ประวิตร ซึ่งพล.อ.ประวิตรเข้าใจ
     เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรรั้งให้อยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ก็มีบ้าง แต่ไม่ได้ตัดพ้ออะไร ตนเรียนข้อเท็จจริงด้วยเหตุผล เมื่อถามว่า การโหวตซักฟอก พล.อ.ประวิตรขอให้โหวตใครบ้าง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้ขอ  เมื่อถามว่า ตัวของพล.อ.ประวิตร พรรคเศรษฐกิจไทยคงไม่แตะ แต่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มีการขอไว้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงการโหวตการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พูดถึงเหตุผลการออกมาเป็นฝ่ายค้าน เมื่อถามว่า ตัวของร.อ.ธรรมนัสและพรรคเศรษฐกิจไทยมีโอกาสจะย้อนกลับไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปได้หมด

     ด้าน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย  กล่าวถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจไทยถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นพรรคฝ่ายค้าน  ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ได้แสดงจุดยืนไม่สนับสนุน  ไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม มาโดยตลอด สะท้อนความล้มเหลวแทบทุกมิติของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แม้แต่พรรคที่เคยสนับสนุน เคยทำงานในรัฐบาล รู้ดีว่า 8ปีของพล.อ.ประยุทธ์ทำประเทศหนี้ล้น ประชาชนหนี้ท่วม ทำประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส แม้เคยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ทยอยแยกตัวออกมาตั้งพรรคการเมืองใหม่และยืนตรงข้ามพล.อ.ประยุทธ์ ยิ่งร.อ.ธรรมนัสได้ลงพื้นที่ ยิ่งสัมผัสและรับรู้ว่าประชาชนไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ และต่อต้านอย่างหนัก

     นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยก็มองเห็นถึงสัญญาณลบนี้ของรัฐบาล ถ้ายังขืนพากันหามพล.อ.ประยุทธ์ต่อไป การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเอาอะไรไปพูดกับประชาชน เพราะประชาชนได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจเดือดร้อนและลำบากมาก ในขณะที่รัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ไม่ใช่การอภิปรายตามประเพณี หรืออภิปรายตามเทศกาล ไม่ใช่การอภิปรายเพื่อล้มพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลแทน แต่เป็นการทำหน้าที่สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในวิกฤตเศรษฐกิจสังคมการเมืองที่เกิดขึ้นทั่วทุกหย่อมหญ้า

       นักการเมืองคนใด จากพรรคการเมืองใด ที่คิดจะยกมือไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ ต้องคิดให้ดี ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และผลการเลือกตั้งซ่อมจ.ลำปางครั้งหลังสุด เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ชิ้นสำคัญที่บ่งชี้ว่าประชาชนไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ นานแล้ว นายอนุสรณ์ กล่าว