'กลุ่มทะลุฟ้า'ไว้อาลัยต่อระบอบการเมืองไทยก่อนยุติการชุมนุม 

การเมือง1 ต.ค. 2565 • 21:46 น.
'กลุ่มทะลุฟ้า'ไว้อาลัยต่อระบอบการเมืองไทยก่อนยุติการชุมนุม 

วันที่ 1 ต.ค.65​ เวลา 20.15 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ กลุ่มแนวร่วมทะลุฟ้า​ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ และจุดเทียน​ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงความไว้อาลัยต่อการบริหารงานของคณะรัฐบาล โดยมี​ นาย​ ธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือ​ "ปูนทะลุฟ้า" อ่านบทกลอนของทางกลุ่ม​พร้อมประกาศยุติการชุมนุม ในส่วนการชุมนุมครั้งต่อไปยังไม่มีประกาศสถานที่และวัน​ร่วมทำกิจกรรม แต่ขอให้ติดตามผ่านทางช่องทางติดต่อของกลุ่มทะลุฟ้า

โดยในหนังสือแถลงการณ์​ ระบุว่า​  "คำวินิจฉัยกรณีการดำรงตำแหน่งเป็นแปดปี ของพล. อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่เรื่องแปลกเหนือความคาดหมาย แต่อย่างใด การตีความรัฐธรรมนูญเพื่อจำกัด อำนาจของฝ่ายบริหาร แล้วเพิ่มอำนาจให้ประชาชนเป็นการกระทำที่ง่ายตายอยู่แล้วและเป็นวัตถุประสงค์ที่เราต้องมีศาลรัฐธรรมนูญ แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้กลับไม่ทำ ตรงกันข้ามกลับไปเพิ่มความซับซ้อนที่จะอธิบายให้ได้ว่าหัวหน้าคณะรัฐประหารมีเหตุผลที่เพียงพอที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปจนเกินแปดปีแล้วก็ยังคงอยู่ต่อไปได้อีก  


 
สาเหตุที่พวกเราไม่ต้องแปลกใจกับคำวินิจฉัยนี้ ไม่ใช่เพราะเหตุผลในทางกฎหมาย แต่เพราะในทางการเมืองชัดเจน แล้วว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีที่มาจากระบบของคสช. โดยชุดปัจจุบันเลือกมาโดย ส.ว. 5 คนเลือกมาโดยสนช. 2 คน ซึ่งทั้ง ส.ว. และสนช. ก็เลือกมาโดยคสช. นั่นเอง พวกเขาจึงทำหน้าที่ปกป้องคสช. อย่างไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่เคยมีคำวินิจฉัย save ประยุทธ์ มาแล้วสามครั้ง ทั้งคดีถวายสัตย์ไม่ครบ คดีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจเหนือการเลือกตั้ง คดีรับผลประโยชน์จากราชการโดยพักบ้านหลวงไม่ยอมออก 
 
ปัญหาที่ใหญ่กว่าการอยู่ยาวของคนคนนี้ในวันนี้ คือ ทางออกจากระบอบผูกขาดอำนาจ ที่องค์กรทั้งหลายมีที่มารวมศูนย์อยู่ที่คนคนเดียว ซึ่งไม่ใช่แค่ประยุทธ์ต้องออกไป แต่ต้องเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ สร้างระบบใหม่ที่องค์กรอย่างศาลรัฐธรรมนูญ จะตรวจสอบอำนาจรัฐไม่ใช่สนับสนุนอำนาจรัฐ  


 
อีกไม่เกิน  8 เดือนนับจากวันนี้ จะต้องมีการเลือกตั้งและพวกเราพร้อมที่จะไปเลือกตั้งเพื่อสั่งสอนเผด็จการว่าให้รับรู้ว่า พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากประชาชนน้อยจนน่าอายเพียงใด  แต่เราก็รู้ว่า การเลือกตั้งครั้งหน้ายังคงถูกควบคุมโดยศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ และกกต. ชุดเดิมที่มาจากระบอบคสช. เช่นเดิม การเลือกตั้งครั้งหน้าไว้ใจไม่ได้เลยว่าการออกกฎกติกา การแบ่งเขตเลือกตั้ง การสั่งลงโทษผู้สมัคร และการนับคะแนนรายงานคะแนนจะเกิดขึ้นอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ดังนั้น การรอคอยวันเลือกตั้งอย่างเดียวจึงไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะทำ แต่พวกเราจะต้องช่วยกันจับตาการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นให้โปร่งใส เปิดโปงกลโกงและกติกาที่ควบคุมโดยระบอบคสช. สร้างความตระหนักรู้และความตื่นตัวให้กระจายไปทั่วให้พี่น้องประชาชนทั่วฟ้าทั่วแผ่นดิน พร้อมใจกันเดินไปใช้สิทธิเลือกตั้งสั่งสอนเผด็จการอีกครั้งและทุกๆครั้งไปเพื่อยืนยันว่าอำนาจการตัดสินใจในประเทศนี้เป็นของประชาชนมิใช่ของคนที่เขาหลอกลวง

ด้าน​ มายด์ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ขึ้นปราศรัยบนเวที โดยระบุว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้ก่อรัฐประหาร และยังกล่าวถึงการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง ในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงข้อเรียกร้องที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยากให้มีการแก้ไขการบริหารงานในเชิงโครงสร้าง แต่กลับไม่เคยได้รับการตอบรับจากรัฐบาลชุดนี้เลย โดย 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนมีแต่ส่วนเสีย ไม่มีส่วนได้ ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่มีการร่างให้เอื้อต่อองคาพยพของพลเอกประยุทธ์ และการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวาน เป็นเหมือนแรงผลักดันความไม่พอใจของประชาชนให้ไฟจุดติดอีกครั้ง และหลังจากนี้จะออกมาชุมนุมกันอีกครั้งจนกว่าพลเอกประยุทธ์จะออกจากตำแหน่ง 
 
ต่อมา เวลา 20.15 กลุ่มผู้ชุมนุม ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ มีใจความระบุถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด พร้อมกับโจมตีการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในอดีตที่ผ่านมาว่าเป็นช่วยเหลือพลเอกประยุทธกับพวก จากนั้นได้ร่วมกันจุดเทียน โดยระบุว่าเป็นการไว้อาลัยต่อศาลรัฐธรรมนูญและระบอบการเมืองไทย และได้ประกาศยุติการชุมนุม ในเวลา 20.25 น. โดยยังไม่มีการนัดหมายชุมนุมครั้งต่อไป