“หมอทวีศิลป์” ลั่นขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด วอนอย่าโยงเข้าการเมือง ภูมิใจเป็นขรก.ของในหลวง ยันทำงานศบค.ไม่ได้รับเบี้ยประชุม
"หมอทวีศิลป์" ขอพิจารณาตัวเองในฐานะโฆษก ศบค. ปมแอพพลิเคชัน "หมอชนะ" พร้อมน้อมนำคำสอนสมเด็จพระสังฆราชในการดำเนินชีวิต ลั่นขอหน้าที่วันนี้ให้ดีที่สุด วอนอย่าโยงเข้าการเมือง ภูมิใจตัวเองเป็นข้าราชการของในหลวง
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ต้องขออภัย และขอโทษในเรื่องที่ได้สื่อสารออกไปหลายเรื่องช่วงของภาวะวิกฤติที่มีชุดข้อมูลข่าวสาร ซึ่งในเจตนาที่จะได้พูดคุยออกไปนั้น โดยเฉพาะเรื่องแอพพลิเคชัน “หมอชนะ” เป็นเรื่องที่ต้องการความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนมากๆ เพื่อให้ใช้แอพพลิเคชันในการปกป้องตัวท่าน และปกป้องสังคมไทย คนไทยทั้งหมด รวมถึงแรงงานต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย ด้วยข้อมูลที่มีขึ้นมาที่ต้องการให้ทราบก็คือ คนที่ป่วย คนที่ปิดข้อมูลแล้วก็ไปตรวจพบแล้วว่าไม่มีแอพพลิเคชัน “ไทยชนะ” คนเหล่านี้ต้องได้รับเรื่องของการกำหนดโทษ ซึ่งจริงๆ แล้วมันต้องมีเชื่อมประโยคกัน 2-3 ช่วงไม่ใช่เป็นแค่ว่าคนไทยต้องมี แอพพลิเคชัน “ไทยชนะ” ไม่มีผิด คือถ้าป่วยแล้วปกปิดข้อมูล และพบว่าไม่มีแอพพลิเคชัน เท่ากับว่าเราจะต้องใช้เวลาในการสอบสวนมากมายฉะนั้นการมีกฎหมายตรงนี้ขึ้นมาเพื่อคุ้มครองคนส่วนใหญ่
“ต้องเรียนให้พี่น้องประชาชนเพื่อทราบว่า สิ่งต่างๆไม่ต้องการให้ทางด้านของการให้ข่าวนี้สร้างความตระหนกตกใจหรือความรู้สึกที่จะต้องมาบีบบังคับทุกครั้ง ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ และก็ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ผ่านการสื่อสารนี้ รวมทั้งได้รับความร่วมมือกันมาตลอด ศึกหนักปีที่แล้ว 188 ราย ที่เราผ่านมาได้ตัวเลขสูงสุดอยู่ที่ตรงนั้น แล้วก็ลดลงมา แต่ครั้งนี้วันหนึ่งหลายร้อยหลาย ยิ่งกว่านั้นผมก็ยังต้องพิจารณาตัวเองในหลายๆ เรื่อง”โฆษก ศบค. กล่าว
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งนี้ ขอพิจารณาตัวเอง ในฐานะที่มาเป็นโฆษก เป็นคนที่สื่อสารกับประชาชน ตำแหน่งปัจจุบัน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข แต่ตำแหน่งโฆษก ศบค. เป็นตำแหน่งทีเพิ่มขึ้น มีคนไปค้นข้อมูลและเรื่องเงินเดือน และให้ตนไม่ต้องรับเงินเดือน ตนอยู่ตรงนี้ ไม่ได้มีเบี้ยประชุมกับทาง ศบค.ดังนั้น ขออนุญาตชี้แจงว่า ตนทำงานด้วยใจ มีเงินเดือนของตนเองอยู่แล้วเวลาว่าง เสาร์ อาทิตย์ ก็ไปหารายได้มาจุนเจือครอบครัว พอช่วงโควิด ก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย เราเองเป็นข้าราชการ นายสั่ง ผู้บังคับบัญชาสั่ง ก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สิ่งที่กระทบมากที่สุด คือโซเชียลมีเดียโยงไปกับการเมือง ซึ่งไม่เคยคิดจะไปทางนั้นเลยอยากอยู่ในหน้าที่ของราชการและทำให้ดี ทำให้เต็มที่ ตนก็เป็นข้าราชการของในหลวงภูมิใจในความเป็นตัวเองหากมีข่าวคราวไปกระทบตนเอง และครอบครัวก็ต้องขอความเห็นใจ คิดว่าพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้เสมอขอน้อมนำคำสอน สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งคนที่เกิดมา มีแต่คนคอยช่วยเหลือถือว่าเป็นคนมีบุญแต่คนที่เกิดมา แล้วได้ช่วยเหลือผู้อื่นเป็นคนที่มีบุญมากกว่า