กลุ่มพันธมิตร "Fire & Ice" ร้องรบ.เยียวยาเงินทดแทน-งดเก็บภาษี หลังธุรกิจโดนล็อคดาวน์ช่วงโควิด
ตัวแทนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร-เครื่องดื่ม ยื่นหนังสือเรียกร้องรบ.เยียวยาเงินทดแทน-งดเก็บภาษี หลังธุรกิจโดนล็อคดาวน์ช่วงโควิด
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายเรวัต วิศรุตเวช ส.ส. พรรคเสรีรวมไทย พล.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส. พรรคประชาชาติ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. พรรคก้าวไกล รับยื่นหนังสือจาก น.ส.ชลธนัตถ์กัญจน์ ธัญอติรุจ ตัวแทนกลุ่มพันธมิตร "Fire & Ice" ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย และคณะ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มรายย่อยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของธุรกิจรายย่อยเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการโรงแรม เกษตรกรรม และประชาชนผู้หาเช้ากินค่ำอื่น ๆ อีกมากมายด้วย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่มที่ถูกล็อคดาวน์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลายแห่งจำเป็นต้องลดขนาดธุรกิจลงร้อยละ 80 เนื่องจากไม่สามารถจ่ายค่าแรงพนักงาน และจำเป็นต้องให้พนักงานส่วนใหญ่ลาออกไป หรือไม่สามารถจ่ายค่าเช่าสถานประกอบการธุรกิจจนทำให้ต้องปิดกิจการลง ดังนั้น ทางกลุ่มจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ ดังนี้
1. เยียวยาด้านการเงิน โดยจัดสรรเงินมาทดแทนรายได้ที่สูญเสียไป มาตรการให้กู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือไม่มีดอกเบี้ย ภายในระยะเวลากู้ 5 ปี เจ้าของธุรกิจร้านอาหารและบาร์ ต้องสามารถกู้เงินจากรัฐบาลในอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะเวลา 30 ปี และช่วยเหลือในเรื่องค่าเช่าสถานประกอบการ
2. การช่วยเหลือด้านกฎหมายเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยการออกมาตรการให้แอปพลิเคชันรับ-ส่งอาหาร สามารถเก็บค่าบริการร้อยละ 15 ภายใน 2 ปี อนุญาตให้ร้านอาหารขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ และอนุญาตให้บาร์เปิดให้บริการได้ภายใต้มาตรการจำกัดจำนวนลูกค้า ตรวจวัดอุณหภูมิ และนั่งเว้นระยะห่าง รวมทั้งอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถขายและโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์ ซื้อกลับบ้าน หรือส่งไปให้ลูกค้าได้
3. การเยียวยาเรื่องภาษี โดยหากร้านอาหารหรือบาร์ถูกสั่งปิดหรือไม่อนุญาตให้เปิดบริการได้มากกว่าร้อยละ 50 รัฐบาลต้องพิจารณาการงดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทนำเข้าอาหารและเครื่องดื่ม รัฐบาลต้องอนุญาตให้มีการผ่อนผัน หรือแยกการจ่ายภาษีออกเป็นงวด ๆ เพื่อเป็นการลดภาระรายจ่ายของภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ นายเรวัต วิศรุตเวช และคณะ จะนำเรื่องดังกล่าวไปอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และส่งต่อไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป