สภาฯ ถกญัตติปลาหมอคางดำ “ก้าวไกล” สับแหลกจี้รัฐเร่งหาต้นตอ แฉลามรุนแรง 17 จ. ทำเกษตรกรพัง

การเมือง25 ก.ค. 2567 • 12:04 น.
สภาฯ ถกญัตติปลาหมอคางดำ “ก้าวไกล” สับแหลกจี้รัฐเร่งหาต้นตอ แฉลามรุนแรง 17 จ. ทำเกษตรกรพัง

วันที่ 25 ก.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายประดิพัทธ์ สันติภาดา  รองประธานสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำและการจัดการสายพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานเพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป โดยเป็นญัตติของ นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส. สมุทรสาคร  พรรคก้าวไกล นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และนายณัฐชา บุญอินไชยสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล
      
โดยนายณัฐพงษ์ เสนอญัตติว่า  ตนขอเตือนรัฐบาล ที่พูดมาเสมอว่าเรื่องนี้ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ไม่แน่ใจว่า วาระแห่งชาติ สรุปแล้วจะเป็นชาตินี้หรือชาติหน้า เป็นสิ่งที่ชาวประมงสงสัย มีการไปให้คำสัญญาว่าจะใช้งบกลาง เพิ่มงบประมาณ จนทำให้พี่น้องชาวประมงเฮ แต่วันนี้ยังไม่เห็น ถ้าเป็นเช่นนี้ ขอเสียงเฮพี่น้องชาวประมงคืนได้หรือไม่ และญัตตินี้ก็สำคัญ การแก้ปัญหาก็จำเป็น แต่การหาคนรับผิดชอบก็จำเป็นไม่แพ้กัน เราอย่าไปดูเบาความโกรธ ความไม่พอใจของประชาชน เดี๋ยวจะหาว่าตนไม่เตือน วันนี้ กฎหมายอาจยังไปไม่ถึง  ยังเอาผิดไม่ได้ แต่บริบทแวดล้อม สังคมก็พอเห็นว่าเกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่ ที่ทำให้การระบาดของปลาหมอคางดำเป็นความรู้สึกร่วมของประชาชน ทุกวันนี้ระบาดไปถึง 17 จังหวัดแล้ว ถ้าปล่อยต่อไป ไม่แน่ใจว่าจะถึง 70 จังหวัดหรือไม่ เพราะปลาหมอคางดำ กัดกินโอกาสทางการศึกษาของลูกหลาน พี่น้องเกษตรกร กัดกินปลาพื้นถิ่น รวมถึงกัดกินโฉนดชาวบ้านไปจำนวนมาก


      

ขณะที่นายพิทักษ์เดช เสนอญัตติ ว่า ปัญหานี้เกิดจากการลักลอบนำเข้า หรือการขออนุญาตนำเข้าเพื่อการทดลอง ซึ่งอาจหลุดลอดเข้าสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ทำลายระบบนิเวศ สร้างความเสียหายให้กับผลผลิตของเกษตรกร วันนี้เป็นวาระแห่งชาติ ที่รัฐบาลต้องสืบเสาะหาความเป็นจริง ว่า ปลาหมอคางดำ เข้ามาได้อย่างไร เพราะอะไร ใครเป็นผู้นำเข้า และแพร่กระจายได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตนต้องพูด เดี๋ยวประชาชน จะหาว่าสส. พิทักษ์เดชโดนซาลาเปา ใบละ 28 บาท มาปิดปากไว้ ยืนยันว่า ใครปิดตนไม่ได้ และรัฐบาลต้องรับฟังเรื่องนี้เพื่อแก้ไข เพราะมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในจังหวัดข้างเคียง



ด้านนายณัฐชา กล่าวว่า ในช่วงเดือนก.ย.ปี2566 ตนลงพื้นที่ไปพบกับเกษตรกรบ่อเลี้ยงกุ้งในพื้นที่แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. และได้ไปแซวเกษตรกรบ่อเลี้ยงกุ้งว่าในบ่อปลาเต็มเลย อุดมสมบูรณ์มากแต่เกษตรกรต่อว่าตนกลับมาอย่างรุนแรงว่า กำลังถูกปลาหมอคางดำรุกรานในบ่อกุ้ง จะมาบอกว่าอุดมสมบูรณ์ไม่ได้หากปลาเต็มบ่อแสดงว่ากุ้งไม่เหลือแล้ว ตนจึงศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังมาโดยตลอด ล่าสุดปลาหมอคางดำระบาดไปแล้ว17จังหวัด ตนอยากให้เรื่องนี้ได้รับการแก้ปัญหาโดยเร็ว ตนได้รับเสียงแว่วๆมาว่าไม่อยากให้มีการเสนอญัตติ ตนบอกว่าไม่ได้ เพราะปลาหมอคางดำระบาดทุกวินาที ถ้าไม่เสนอวันนี้รัฐบาลคางเหลืองแน่นอน ตนจึงไม่ยอม และได้มีการนำเสนอญัตติ

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ในสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้โยงไปถึงกลุ่มทุนใหญ่ หรือการนำเข้ามาโดยผิดกฎหมายแล้วเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง จนไม่มีใครรับผิดชอบ ไม่มีต้นตอสาเหตุ และไม่รู้ไม่เห็นว่าเป็นไปอย่างไรถึงมาระบาดในบ่อของเกษตรกรได้ ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่ามีผู้รับอนุญาตให้นำเข้าปลาหมอคางดำเพียงรายเดียวผู้นำเข้าก็บอกว่าทำตามเงื่อนไขที่ตั้งเอาไว้ ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลก็บอกว่าไม่ได้รับตามเงื่อนไข ข้อมูลจึงไม่ตรงกัน จึงเป็นที่มาในการตั้งอนุกมธ.พิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์วนราชอาณาจักรไทย ดำเนินการทุกสรรพกำลังเพื่อแก้ไขปัญหา เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล

“วันนี้ในเมื่อหาต้นตอไม่ได้ นายกฯแถลงว่าเรื่องนี้จะต้องหาต้นตอสาเหตุให้ได้ ต้องแก้ปัญหาให้ได้ นี่ผ่านมากี่วันแล้วมาถึงวันนี้ต้นตอสาเหตุดำเนินการอย่างไร วันนี้แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปจากอนุกมธ.ฯ แต่ผมขอสรุปเลยว่า สถานการณ์วันนี้ปลาหมอคางดำคือปลาเถื่อน ดูซิว่าระหว่างหมูเถื่อนกับปลาเถื่อน อะไรรุนแรงกว่ากัน นักวิชาการหลายสำนักยืนยันแล้วว่าการระบาดของปลาสายพันธุ์นี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด แล้วเรานะปล่อยไว้อย่างนี้หรือเราจะปล่อยให้ระบบนิเวศที่ไม่สมบูรณ์ส่งต่อให้คนรุ่นลูกหลานด้วยรัฐบาลนี้หรือ การระบาด17จังหวัด ท่านนั่งฟังข่าวอย่างเดียวหรือ วันนี้ไม่คิดจะทำอะไรกันเลยใช่หรือไม่ ผมทำเต็มที่แล้วในกลไกอนุกมธ.ฯ มันไปได้แค่นี้ จึงมาเสนอในสภาฯให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไข” นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวด้วยว่า จากที่รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับลูกนายกฯ ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงภายใน7วันตนทราบมาว่าเพิ่งยกหูโทรตั้งกันเมื่อเวลา17.00น. ของวันที่19ก.ค.ที่ผ่านมา ในวันพรุ่งนี้(26ก.ค.)จะครบ1สัปดาห์แล้วตนอยากถามว่ารัฐบาลมีข้อมูลมากน้อยแค่ไหนว่าใครคือต้นตอสาเหตุกันแน่ นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการว่าใครมาทำลายอนาคตของลูกหลานเขา เรื่องจับปลา ปล่อยปลา ทำเมนูอาหาร เขารู้หมดแล้ว ดังนั้นคณะทำงานของรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาจะ7วันแล้ว ในวันพรุ่งนี้ตนจะรอดู อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณให้จังหวัดทั้ง17จังหวัดที่มีการระบาดตั้งคณะทำงานเพื่อแจ้งสถานการณ์การระบาดให้ชัดเจน โดยใช้ระบบชักธง จังหวัดใดระบาดมาก ก็ชักธงแดงจับปลาใหญ่ให้หมด เมื่อจับได้แล้ว ก็ลดธงแดง แล้วชักธงเหลืองปล่อยปลาสายพันธุ์นักล่าไปกิน หากสถานการณ์ดีขึ้นจากนั้นก็ชักธงเขียว ลดธงเหลืองลง เพื่อเฝ้าระวัง แต่ถ้าหากรัฐบาลไม่ชักธงอะไรเลย รัฐบาลชักธงขาวได้เลย ยอมแพ้ยุบสภาไป เรื่องนี้ช้าแม้แต่วินาทีเดียวไม่ได้ เพราะเกษตรกรกำลังวิกฤต และกำลังสงสัยว่าภาคเอกชนหรือไม่ที่เป็นต้นเหตุของปัญหา วันนี้สุดทางของฝ้ายนิติบัญญัติแล้ว ขอส่งต่อให้ฝ่ายบริหารที่มีสรรพกำลัง มีอำนาจ มีงบฯในการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากสส.อภิปรายเสร็จก็จะส่งให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำโดยเร่งด่วน และควรมีมาตรการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อไม่ให้ผลกระทบมีต่อประชาชนไปมากกว่านี้