"วิชา" เผย "บิ๊กตู่" รับปรับโครงร่างกระบวนการยุติธรรมไทย จากระบบกล่าวหาเป็นระบบไต่สวน
“วิชา” แนะ "นายกฯ" แก้พ.ร.บ.นิติวิทยาศาสตร์ หวังนิติวิทยาศาสตร์ ตร.-ก.ยุติธรรม คานกันได้เหมือนเดิม เผย ”บิ๊กตู่” รับปรับโครงร่างกระบวนการยุติธรรมไทย จากระบบกล่าวหาเป็นระบบไต่สวน
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบเพื่อรายงานสรุปแนวทางการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ว่า นอกจากร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ....แล้ว ได้พูดคุยถึงแนวทางการแก้ไขพ.ร.บ.สอบสวนคดีอาญาและข้อเสนอแนะปรับปรุงกฎหมาย ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งนายกฯได้รับเรื่องไว้ทั้งหมดว่าจะไปดูเพื่อแก้ไขให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการเสนอ โดยเฉพาะการแก้ไขร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยคณะกรรมการขอให้แก้ไขด่วน ในมาตรา 145/1 ที่ทางคสช.แก้ไขอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยได้ตัดอำนาจของผู้ว่าฯ ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งกันกับตำรวจ ซึ่งกลายเป็นว่าตำรวจมีอำนาจครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ขอให้กลับไปเหมือนเดิม คือให้ทางผู้ว่าฯ สามารถโต้แย้งทางตำรวจได้ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเป็นเรื่องที่ฝ่ายปกครองมีความไม่พอใจมาโดยตลอด และเขาเห็นว่าเป็นอำนาจเพียงน้อยนิดเท่านั้น ที่เขาจะท้วงติงแทนราษฎร ซึ่งในประเด็นดังกล่าวได้มีการยกตัวอย่างคดีในอดีตหลายคดี แต่ตอนนี้ ไม่มีอำนาจที่จะไปโต้แย้งอะไรได้แล้ว
นายวิชา กล่าวว่า ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนิติวิทยาศาสตร์นั้น การแก้ไขร่างพ.ร.บ.นิติวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ที่ทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเสนอมา ทางคณะกรรมการฯได้สนับสนุนประเด็นนี้ให้รีบออกมาโดยเร็ว และให้แก้ไขพ.ร.บ.บริการนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้สามารถใช้งานได้แม้ว่าทางฝ่ายตำรวจตรวจสอบและมีความเห็นแล้วยุติแล้วโดยตำรวจ แต่ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความฝ่ายอื่นเขาไม่พอใจก็สามารถจะใช้บริการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรมได้ เพื่อให้อำนาจคานกัน ดังนั้นต่อไปนี้สามารถใช้บริการได้ทั้งนิติวิทยาศาสตร์ของตำรวจ และนิติวิทยาศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรม
“ที่สำคัญไปกว่านั้น นายกฯเห็นด้วยที่คณะกรรมการฯเสนอว่าสมควรเปลี่ยนระบบกระบวนการยุติธรรม จากระบบกล่าวหา เป็นระบบไต่สวนหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้จะนำไปสู่การค้นคว้าและการที่จะถกเถียงกันต่อไป เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะเปลี่ยนโครงร่างของกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเลยทีเดียว ซึ่งคณะกรรมการฯได้เสนอไป และนายกฯก็ได้รับแล้ว” นายวิชา กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ คณะกรรมการฯ ถือว่าได้ยุติบทบาทลงแล้ว เพราะได้ส่งงานกันเรียบร้อยแล้ว