ผนึก ผบ.เหล่าทัพ ต้าน “บิ๊กตู่” ล้วงลูก จับตา ตท.21 “บิ๊กโต้ง” แม่ทัพเรือ “บิ๊กป้อง” แม่ทัพฟ้า
ลุ้นกันมาต่อเนื่องยาวนาน หลายเดือน ถึงเวลาที่โผโยกย้ายทหารชั้นนายพล ปีนี้ จะจบลงเสียที
เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นัดประชุม คณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร ของกลาโหม หรือ ที่เรียกว่า บอร์ด 7 เสือกลาโหม ในวันที่ 30 ส.ค.นี้
หลังจากที่นัดหมาย ในวันที่ 25 ส.ค. ต้องเลื่อนออกไป มีแค่การประชุม สภากลาโหม ผ่านระบบ VTC จากทำเนียบรัฐบาล ไปยัง กลาโหม และเหล่าทัพ เท่านั้น จึงไม่เหมาะที่จะหารือ เรื่องโผทหาร
สาเหตุที่ต้องเลื่อนการประชุม 7 เสือกลาโหม ออกไป เนื่องจาก “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ยังแก้ไขโผของทบ. ไม่เรียบร้อย
หลังจากที่มีการคัดเลือกนายทหาร ระดับนายพล จากทบ. ไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ ทม.รอ. และ ย้ายโอนเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ และ มีการขยับตำแหน่ง นายทหารในกองทัพภาค 1 และ นายทหารคอแดงใหม่ จึงต้องใช้เวลา และ ต้องผ่านขั้นตอน การพิจารณาของ หน่วย “พระราม5 ข.” ก่อนด้วย
เพราะยังมีเวลา ถึงปลาย ส.ค. และคาดว่า ต้นเดือน ก.ย. บัญชีรายชื่อ จะเสร็จสิ้น และส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ
โดยในวันที่ 30 ส.ค. นี้ จะนัดหมายทั้ง “บิ๊กช้าง” พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม “บิ๊กแก้ว” พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร. และ “บิ๊กแอร์” พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ. หารือแบบพบหน้ากัน อย่างพร้อมเพรียง
โดยในการประชุมสภากลาโหมครั้งนี้ แม้ไม่ได้หารือโผทหาร แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ให้นโยบาย และ สั่งการในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหาร
โดยขอให้ทุกเหล่าทัพให้ความสำคัญในการพิจารณาคัดเลือก และปรับย้ายกำลังพลคนที่มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งเป็นคนเก่ง คนดี ที่ได้รับการยอมรับ เข้ามาทำหน้าที่ในการเป็นผู้บริหาร หรือผู้นำหน่วยหน่วยงานในทุกระดับ เพื่อร่วมกันยกระดับหน่วยงานและขับเคลื่อนกองทัพไปสู่ความทันสมัย โปร่งใส ไม่สร้างปัญหา และได้รับการยอมรับ ทั้งภายนอกและภายในกองทัพ และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน
การเน้นย้ำ คุณสมบัติ ผบ.เหล่าทัพ คนใหม่ว่า ต้องเป็น คนเก่ง คนดี และได้รับการยอมรับ ส่งผลให้มีการตีความกันอย่างกว้างขวาง ในกองทัพ
บางเสียง ระบุว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำหนดสเปกแบบนี้ จะทำให้แคนดิเดต ที่พลาดตำแหน่ง เสียหาย กลายเป็น ไม่ใช่ คนเก่ง คนดี ไม่เป็นที่ยอมรับ
แต่ถ้าอ่านใจ พล.อ.ประยุทธ์ ก็แค่จะทำให้ฟังดูสวยงาม มีหลักการ ส่งเสริมภาพลักษณ์ การเป็นคนดี และเพื่อเป็นข้ออ้างในการ ล้วงลูก ก็เป็นได้
คนเก่ง คนดี เป็นที่ยอมรับ เป็นสเปกที่ ตรงกับ ภาพลักษณ์ของ “บิ๊กเฒ่า” พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย รองปลัดกลาโหม ที่มีข่าวว่า ทางกลาโหม จะหนุนให้ข้ามกลับทัพเรือ มาเป็น ผบ.ทร.คนใหม่
แต่คาดกันว่า “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ.ชาติชาย ผบ.ทร. จะยืนยัน ในความเป็น คนเก่ง คนดี เป็นที่ยอมรับ ของ กองทัพเรือ ของ พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ เสธ.ทร. เช่นกัน และยืนยัน ในรายชื่อที่เสนอ
สเปกคนเก่ง คนดี เป็นที่ยอมรับ เป็นสเปก ของนายกฯ ก็ยัง ตรงกับ ภาพลักษณ์ของ “บิ๊กต่วย” พล.อ.อ.สุทธิพันธ์ ต่ายทอง รองผบ.ทหารสูงสุด ที่ บิ๊กตู่ สนับสนุนให้เป็น ผบ.ทอ.
แต่ต้องไม่ลืมว่า “บิ๊กแอร์” พล.อ.อ.แอร์บูล เสนอชื่อ “บิ๊กป้อง” พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ประธานที่ปรึกษาทอ. เพื่อนตท.21 เป็น ผบ.ทอ.คนใหม่ และ ภาพลักษณ์ ของ “บิ๊กป้อง” ก็เป็นคนเก่ง คนดี สมาร์ท มีความเป็นผู้นำ อยู่แล้ว และ เป็นที่ยอมรับ ของกำลังพล ในทอ. อีกด้วย
หาก พล.อ.อ.แอร์บูล ยืนยันชื่อ พล.อ.อ.นภาเดช เป็น ผบ.ทอ. ก็ยากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะล้วงลูก เปลี่ยนโผได้
เพราะ บอร์ด 7 เสือกลาโหม จะไม่ต้องถึงขั้นโหวต กัน เพราะ จะไม่ได้ผลอะไร เพราะ ผบ.เหล่าทัพ รักษามารยาท ไม่ร่วมโหวตของ เหล่าทัพอื่น
และหาก นายกฯจะยืนกราน ให้โหวต หาก ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. ไม่ยอม แล้วหวังจะใช้คะแนน โหวตของ รมช.กลาโหม ปลัดกลาโหม และ ผบ.ทหารสูงสุด ก็จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะเป้าหมายของ พรบ.กลาโหม ปี 2551 นั้น ต้องการป้องกัน ไม่ให้ การเมือง แทรกโผทหาร เพราะ จะมีแค่ รมว.กลาโหม และ รมช.กลาโหม ที่เป็นการเมือง
แต่โดยสายสัมพันธ์ แล้ว พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม ก็เป็นน้องรัก พล.อ.ประยุทธ์ และ โดยเฉพาะ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พี่ใหญ่ 3 ป.
ดังนั้น “บิ๊กแก้ว” พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด จึงอาจเป็น เสียงที่ 4 ตัดสิน แต่โดยมารยาทแล้ว ผบ.ทหารสูงสุด จะให้เกียรติ และไม่แทรกแซง ผบ เหล่าทัพ อีกทั้ง พล.ร.อ.ธีรกุล เสธ.ทร. ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ทร.นั้น ก็เป็น เพิ่อน ตท.21 ของ พล.อ.เฉลิมพล ด้วย
ขณะที่ พล.อ.อ.แอร์บูล และ พล.อ.อ.นภาเดช ก็เป็นเพื่อน ตท.21 ของ พล.อ.เฉลิมพล เช่นกัน
ดังนั้นโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกล็อกอำนาจ จึงมีสูง ใช่ว่า จะล้วงลูกได้ง่ายๆ ถ้า ผบ.เหล่าทัพ ผนึกกำลังกัน ยิ่งในยามที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังอยู่ในช่วง ขาลง เช่นนี้