เปิดตัวมิ่งขวัญคุมเศรษฐกิจ

การเมือง5 ธ.ค. 2565 • 17:16 น.
 เปิดตัวมิ่งขวัญคุมเศรษฐกิจ

แรมโบ้ ย้ำ บิ๊กตู่ อยู่ครบเทอม ไล่ สุทิน กลับไปดูพรรคเพื่อไทยแห่ย้ายออก ด้าน พปชร. เดินหน้าเตรียมลุยศึกเลือกตั้งเตรียมเปิดตัว มิ่งขวัญ วันนี้ พร้อมตั้งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ส่วน นพ.ระวี เปิดดีลรวม 20 พรรคเล็ก สร้างพรรคแนวร่วม ดิ้นหนีตายสูตรหาร 100
         
 เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.65 นายเสกสกล อัตถาวงศ์  หัวหน้าพรรคเทิดไท และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายสุทิน คลังแสง ส.ส. พรรคเพื่อไทย วิจารณ์สถานการณ์การเมืองชีกรัฐบาลแตกแยก ส.ส.แห่ลาออก และจับตาเดทไลน์การเมืองช่วง 24 ธ.ค. อาจเปิดช่องยุบสภาฯ ว่า ขณะนี้นายกฯและรัฐบาลอยู่ระหว่างทำงานเพื่อแก้ไขให้กับประชาชนในช่วงปลายสมัย  ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมืองหรือยุบสภาฯ ซึ่งตนเองก็เชื่อมั่นว่านายกฯจะอยู่จนครบเทอมรัฐบาล ส่วนที่นายสุทิน มองว่าขณะนี้ซีกของรัฐบาลส่งสัญญาณความแตกแยกนั้น เป็นการคิดไปเองหรือไม่ เพราะขณะนี้พรรคร่วมรัฐบาลยังคงทำงาน ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี รวมถึงความสัมพันธ์ ของนายกฯและพลเอกประวิตรยังเหมือนเดิม ซึ่งที่ผ่านมาพลเอกประวิตร ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าเป็นพี่น้องกัน ขณะที่ สส ย้ายพรรคตอนนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา
  
     "ผมเองขอยืนยันอีกครั้งว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังสามารถทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนได้ดี ยังไม่มีการส่งสัญญาณยุบสภาฯ  นายสุทิน เป็นถึงนักการเมืองเก่าแก่ เป็นประธานวิปรัฐบาลน่าจะทราบดี และไม่ควรเอามาเป็นประเด็นทางการเมือง และก่อนที่จะวิจารณ์การเมืองพรรคการเมืองอื่น หรือฝั่งซีกรัฐบาล ตนเองขอให้ไปดูคนในพรรคเพื่อไทยหรือพรรคร่วมรัฐบาลก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะได้ข่าวมาว่าจะมี ส.ส.ฝีมือดีหลายคนไหลออกไปอยู่กับพรรคอื่นเป็นจำนวนมาก หรืออาจเป็นเพราะว่าไม่สามารถทนอยู่ในพรรคเพื่อไทยได้แล้ว
  
       ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรมว.พาณิชย์ และอดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงานกับพรรค โดยแหล่งข่าวระดับสูงภายในพรรคพลังประชารัฐยืนยัน ว่า นายมิ่งขวัญ พร้อมทีมงาน จะย้ายเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ แบบยกทีม โดยประสานมาทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และเตรียมแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 6 ธ.ค.จากนั้นพล.อ.ประวิตร เตรียมตั้งให้ นายมิ่งขวัญ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐด้วย
         
ทั้งนี้นายมิ่งขวัญ เคยเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และมีจุดยืนไม่เข้าร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถูก ส.ส.ของพรรคอีก 5 คนจาก 6 คน ยกเว้นตัวนายมิ่งขวัญ แหกจุดยืนหันไปสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้นายมิ่งขวัญตัดสินใจลาออก และก่อนหน้านี้ ไม่นานมีข่าวเตรียมตั้งพรรคการเมืองใหม่ ชื่อพรรคโอกาสไทย
     
    ส่วน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางของพรรค หลังจากที่กติกาเลือกตั้ง และสูตรคำนวณส.ส.มีความชัดเจน ว่า ทิศทางของพรรคพลังธรรมใหม่ จะเดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้ง แต่จะปรับยุทธวิธีไปตามกติกาที่เหมาะสม โดยล่าสุดตนได้พูดคุยกับพรรคการเมือง ประมาณ 20 พรรค ทั้งที่เป็นพรรคที่มีส.ส.ในสภา และไม่มีส.ส. ถึงการทำงานร่วมกัน หลังจากที่สูตรคำนวณ ส.ส. ชัดเจนว่าจะใช้จำนวน 100 คนหาค่าเฉลี่ยส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จะส่งผลให้พรรคเล็กสูญพันธุ์เกือบหมด เพราะคะแนนที่จะได้ 3.7แสนคะแนนต่อส.ส. 1 คนนั้นได้มาไม่ง่าย อย่างไรก็ดีขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา  
       
  นพ.ระวี กล่าวด้วยว่า ในเบื้องต้นหากมีพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน 4-5 พรรค ผนึกกำลังในรูปแบบที่เหมาะสม อาจให้พรรคใดพรรคหนึ่งเป็นแกนหลัก แล้วย้ายสมาชิกพรรคไปรวมกัน จากนั้นจะใช้การปรับโครงสร้าง เปลี่ยนชื่อพรรคเป็นแนวร่วม  เบื้องต้นตนคาดว่าเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจน ใน 7 วัน แต่หากแนวทางดังกล่าวไม่มีพรรคคใดที่พร้อมจะควบรวม  ตนจะเดินหน้าทำพรรคพลังธรรมใหม่ต่อไป
       
  "ตอนนี้อยู่ระหว่างการคุยกัน และพรรคต่างๆ ต้องไปปรึกษากันในพรรคและหาข้อสรุปแต่ละพรรค เบื้องต้นในรายละเอียด คือ หากมีพรรคการเมืองร่วมกันได้ 5 พรรค ข้อแรก ต้องเลือกพรรคที่จะใช้เป็นพรรคที่รวมกัน ผมไม่ได้ผูกว่าต้องเป็นพรรคพลังธรรมใหม่ สำหรับชื่อพรรคอาจตั้งชื่อใหม่ เช่น พรรคแนวร่วม จากนั้นเปลี่ยนโครงสร้าง ส่วนอีก 4 พรรคจะยุบหรือคงไว้ก็แล้วแต่การหารือในแต่ละพรรค แต่พรรคพลังธรรมใหม่จะไม่ยุบ"นพ.ระวี กล่าว
       
  นพ.ระวี กล่าวด้วยว่า นอกนี้ พรรคพลังธรรมใหม่ อยู่ระหว่างการยกร่างนโยบายที่จะกำหนดเป็นนโยบายสำคัญ 2-3 ข้อ หากมีพรรคใหญ่พร้อมรับนโยบายของพลังธรรมใหม่  พรรคพร้อมเข้าร่วม  โดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองใดๆ ยกเว้นการรับนโยบายหลักของพรรคพลังธรรมใหม่ แต่แนวทางดังกล่าวจะเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่หากไม่รับ พรรคพร้อมเดินหน้าสู้เลือกตั้ง 
       
  "ผมประเมินว่าเลือกตั้งครั้งหน้า อาจะได้ส.ส.เข้าสภา 1-2 คน ซึ่งเป็นเรื่องยากต่อการทำงานทั้งเสนอร่างกฎหมายและกรรมาธิการ ที่ต้องไปขอเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่นๆ ส่วนเหตุผลที่ผมไม่ยุบพรรคพลังธรมใหม่ เพราะประเมินว่าการเมืองสมัยหน้าจะมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อร่างรับธรรมนูญใหม่ หากเอื้อให้พรรคเล็กทำงาน เราจะอยู่พรรคนั้นสมัยเดียว แล้วจะกลับมาทำพรรคพลังธรรมใหม่ต่อ ทั้งนี้ต้องดูทิศทางและการปรับตัวการทำงานให้คล่องขึ้น"นพ.ระวี กล่าว 
       
  นพ.ระวี กล่าวด้วยว่า ตอนตั้งพรรคพรรคพลังใหม่ ในปี 2560 กำหนดว่าต้องการสร้างพรรคแบบพรรคอัมโน ของมาเลเซีย  แต่ของเราคือการทำให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ จากนั้นในปี 2562 ที่มีการเลือกตั้ง กติกาเลือกตั้งและสูตรหาร500 พรรคเล็กนั้นสู้ได้ จึงไม่ควบรวมกันตามกฎหมาย หลังจากนั้นมีแนวคิดที่ได้คุยกับแต่ละพรรค เมื่อมีประเด็นการแก้ไขสูตรคำนวณส.ส. และตนต่อสู้เรื่องสูตรหาร 500  แต่สุดท้ายสูตรคำนวณ เป็นหาร 100 ดังนั้นต้องแสวงหาการทำงานร่วมกันของพรรคการเมืองในระบบ