"กนก" ยกปม สธ.ทวงงบ 6.8 พันล.สะท้อน "สำนักงบฯ" ทำงาน ไม่ตอบโจทย์ภาวะวิกฤต
"กนก" ยกปม สธ.ทวงงบ 6.8 พันล้าน สะท้อน การทำงาน สำนักงบฯ ไม่ตอบโจทย์ภาวะวิกฤต ชี้ อนุมัติงบล่าช้าในยุคโรคระบาด เดินพันถึงชีวิต ปชช.แนะ ครม.ออกกติกายกเว้นระเบียบที่เป็นอุปสรรค หวังขรก.ยึด ปชช.เป็นที่ตั้ง พาชาติพ้นภัย
วันที่ 28 ก.ค.64 ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาความล่าช้าในการเบิกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 6.8 พันล้านบาท จนมีการทำหนังสือทวงถามไปยังสำนักงบประมาณ และเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะว่า เป็นเรื่องที่สะท้อนปัญหาระบบราชการและการปฏิบัติงานของข้าราชการที่รัฐบาลต้องนำมาทบทวน เพื่อปรับปรุงให้การอนุมัติงบประมาณในยามวิกฤต ให้สอดรับกับสถานการณ์ ไม่ใช่ยึดติดอยู่กับระเบียบราชการ จนลืมนึกถึงชีวิตประชาชน จากคำชี้แจงของผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ที่ระบุว่า “…เราไม่สามารถอนุมัติงบประมาณสำหรับการดูแลคนไข้ที่มากขึ้นได้ เพราะในระเบียบกำหนดว่าหมอหรือบุคลากรทางการแพทย์จำนวน 1 คน ทำงานกี่ชั่วโมงต่อวัน ก็จะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายหรือค่าล่วงเวลาให้ตามจำนวนเวลาที่ทำงาน แต่ไม่สามารถเบิกได้เพิ่มขึ้นหากหมอต้องดูแลคนไข้มากขึ้น” ยิ่งสะท้อนว่า สำนักงบประมาณยึดระเบียบราชการเป็นสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือสำนักงบประมาณคิดถึงความปลอดภัยของประชาชนบ้างหรือไม่ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณยืนยันชัดเจนว่าสำนักงบประมาณถือความถูกต้องของกระบวนการปฏิบัติงานตามระเบียบราชการมาก่อนผลลัพธ์ที่จะเกิดกับประชาชน
ศ.ดร.กนก กล่าวด้วยว่า การตอบโต้ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงบประมาณในเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความไว้วางใจระหว่างส่วนราชการมีน้อย กรณีนี้คือสำนักงบประมาณไม่เชื่อเรื่องความถูกต้องของการขอเบิกงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข ถ้าเอกสารชี้แจงไม่ถูกต้องและครบถ้วนสำนักงบประมาณไม่สามารถที่จะอนุมัติการเบิกจ่ายนั้นได้ คำถามของประชาชนต่อเรื่องนี้คือ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนไม่ได้อยู่ในความคิดวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหาของสำนักงบประมาณเลยหรือ ระเบียบราชการและกฎเกณฑ์ของการบริหารราชการเป็นเรื่องจำเป็น และถ้าออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานการณ์ปกติทั่วไปที่เวลาหรือความรวดเร็วไม่ส่งผลต่อการแก้ปัญหา แต่ในสถานการณ์วิกฤตโควิด 19 ความเร็วของการแก้ปัญหาสำคัญมากเพราะภายในระยะเวลาเพียง 15 วัน ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษา อย่างถูกต้อง ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตได้มาก คำถามคือสำนักงบประมาณคิดถึงเรื่องความเร่งด่วนของการอนุมัติงบประมาณแค่ไหน ถ้ากฎระเบียบปัจจุบันเป็นอุปสรรคทำให้สำนักงบประมาณทำงานได้ล่าช้า ไม่ทันสถานการณ์ ทำไมสำนักงบประมาณไม่หารือรัฐบาล เพื่อขอมติครม.ยกเว้นการใช้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคนั้น
“ตัวอย่างกฎระเบียบการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายหรือค่าล่วงเวลาของแพทย์กำหนดตามชั่วโมงการทำงานในสถานการณ์ปกติกฎระเบียบนี้ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ในสถานการณ์วิกฤติขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยมากมหาศาลความเร็วของการตรวจผู้ป่วยสร้างแรงกดดันต่อแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อย่างมาก สำนักงบประมาณไม่คิดที่จะปรับกฎระเบียบว่าด้วยเรื่องค่าใช้จ่ายและค่าล่วงเวลาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์วิกฤตนี้บ้างเลยหรือผมนำเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาอธิบาย เพื่อตั้งประเด็นเกี่ยวกับระบบราชการและการปฏิบัติราชการของข้าราชการที่ตามไม่ทันสถานการณ์วิกฤตโควิด 19 เหมือนเช่นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครที่ทนไม่ไหวกับระเบียบราชการ จึงออกมาพูดว่า“ถ้าระเบียบทำให้ประชาชนต้องตายโปรดจงก้าวข้ามระเบียบนั้น
ผมมั่นใจว่าสำนักงบประมาณมีคนเก่งจำนวนมากที่จะเสนอแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค และสร้างปัญหาความล่าช้าได้ในเวลาอันสั้น ผมเชื่อว่าถ้าข้าราชการประจำ มีใจอยู่กับประชาชนและยึดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนเป็นสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ ประเทศไทยไม่เพียงแต่จะผ่านวิกฤตโควิด 19 ไปได้ แต่ยังจะเจริญก้าวหน้าอีกมาก” ศ.ดร.กนก ล่าว