กมธ.ติดตามเงินกู้สู้โควิด จี้รัฐเร่งช่วยเกษตรกรโคนมด่วน ก่อนร่วมม็อบปิดถนน-เทนมทิ้ง
เมื่อเวลา 11.40 น. ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามการตรวจสอบการใช้เงินตามปพ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโวรัสโควิด-19 แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาคำร้องเรียนของกลุ่มเกษตรกรโคนมที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการนมโรงเรียนที่กำลังจะหมดอายุลง โดยกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมควรจะต้องใช้เงินงบประมาณจากพรก.เงินกู้ฯเพราะเข้าหลักเกณฑ์ที่จะต้องใช้เงินตรงนี้ เนื่องจากในช่วงโควิดมีน้ำนมล้นตลาด ทำให้สหกรณ์ทั่วประเทศทั้งหมด 220 กว่าศูนย์ และมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ2 หมื่นกว่าครัวเรือน โดยมีการแก้ปัญหาโดยการแปรรูปน้ำนมส่วนเกินเป็นนมกล่อง UHT และเสนอให้เป็นโครงการนมโรงเรียน เพราะปัจจุบันให้เด็กกินนม 260 วัน จึงขอให้รัฐบาลใช้งบพ.ร.ก.นี้ซื้อน้ำนมมอบให้นักเรียนอีก 104 วัน โดยรวมวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย เพื่อเป็นการระบายนมโรงเรียนที่ค้างสต๊อก 2 ,421 ล้านบาท แต่ทางคณะกรรมการกลั่นกรองในส่วนสำนักงบประมาณบอกว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ เพราะรัฐบาลต้องการให้เงินเยียวยากับผู้ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง ไม่ใช่ผ่านในลักษณะโครงการเช่นนี้ ซึ่งจะทำให้นมดังกล่าวหมดอายุลง
นายอัครเดช กล่าวว่า ทางกมธ.ไม่สบายใจเพราะไม่อยากเห็นภาพที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมออกมาชุมนุมบนถนน เพราะ จึงขอให้กลุ่มเกษตรกรยื่นเรื่องไปที่กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสกรณ์ ซึ่งกมธ.อยากให้สำนักงบฯทบทวนอีกครั้งโดยใช้เงินจากพรก.เยียวยาที่ตั้งวงเงินไว้ 1.5 แสนล้านบาท ยังเหลือเงินอีก 3 หมื่นล้านบาท จึงควรนำเงินที่เหลือมาช่วยเหลือเกษตรกรที่ต้องการแค่ 2 พันกว่าล้านบาท อีกทั้งยังมอบหมายให้ตัวแทนสำนักงบประมาณไปพิจารณาใช้งบกลาง เนื่องจากมีหนังสือจากทางสภาพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ เคยเสนอโครงการไปยังครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และครม.มีมติให้ใช้งบกลาง หรืองบอื่นๆโดยให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้ประสานต่อ ถือเป็นการช่วยเหลือได้อีกทางหนึ่ง
“เราอยากให้เร่งช่วยเหลือเพราะไม่อยากเห็นภาพพี่น้องเกษตรกรออกมาเทนมทิ้ง หรือปิดถนน เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน เพราะพวกเขาได้ยื่นร้องเรียนตามกระบวนการแล้ว ทั้งกรมปศุสัตว์ และกมธ.วิสามัญ เพื่อให้ช่วยเหลือ จึงขอส่งเสียงไปถึงรัฐบาลลงมาดูแลด้วย” นายอัครเดชกล่าว