“จุติ” รับ มีญาตินามสกุลเดียวกันรับสิทธิบ้านมั่นคง จริง แต่เป็นผู้มีรายได้น้อย ชี้ เป็นเรื่องก่อนเข้ารับตำแหน่ง ยัน ทำตามกฎหมาย

การเมือง16 ก.พ. 2566 • 09:38 น.
“จุติ” รับ มีญาตินามสกุลเดียวกันรับสิทธิบ้านมั่นคง จริง แต่เป็นผู้มีรายได้น้อย ชี้ เป็นเรื่องก่อนเข้ารับตำแหน่ง ยัน ทำตามกฎหมาย

 

วันที่ 16 ก.พ. 66 ที่รัฐสภา นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (ผอ.พอช.) และผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันฯ แถลงชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยนายจุติ ระบุว่า หนึ่งในข้อสงสัยของ ส.ส. ผู้อภิปรายมีอยู่ว่า มีผู้ที่จะได้รับสิทธิอาศัยในโครงการบ้านมั่นคง มีนามสกุล ไกรฤกษ์ ซึ่งได้ทำการตรวจสอบ และพบว่าเป็นเรื่องจริง เพิ่งพบว่าเป็นญาติของตนเองชื่อ ป้าอ้วน แต่เป็นผู้มีรายได้น้อย ซึ่งป้าอ้วนได้ทำการขอรับสิทธิ ในเดือนมิ.ย. 2562 ก่อนที่ตัวเองจะมารับตำแหน่งเป็น รมว.พม. ในปลายเดือน ก.ค. ปี 62 จึงชี้แจงให้ทราบว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนไม่มีอะไรพิเศษและไม่มีอะไรแอบแฝง ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ ไม่ผิดกฎหมาย 

ด้าน นายกฤษดา กล่าวถึงประเด็นโครงการบ้านมั่นคงคลองเปรมประชากร ที่มีข้อสังเกตว่า เอื้อประโยชน์ต่อผู้ที่ผิดกฎหมาย โดยชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นนโยบายให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ได้มีโอกาสในการพัฒนาที่อยู่อาศัย คือการให้ประชาชนที่อยู่ในที่รุกล้ำลำคลองขึ้นมาอาศัยอยู่ข้างบนอย่างถูกกฎหมาย และมีความมั่นคงในชีวิต 

ในส่วนของประเด็นที่ว่าไม่มีการสำรวจความคิดเห็นของชุมชนในการทำโครงการนั้น นายกฤษฎา กล่าวว่า ในกระบวนการดำเนินการโครงการบ้านมั่นคง มีทั้งหมด 10 ขั้นตอน และขั้นตอนที่สำคัญคือ การประชุมร่วมกับประชาชนเพื่อทำความเข้าใจและออกแบบการอยู่อาศัยร่วมกัน รวมถึงข้อครหาโครงการบ้านมั่นคง ทำให้ทัศนียภาพของคลองเสียไป ว่าแม่น้ำลำคลองมีการสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำโดยเฉลี่ย 18-20 เมตร แต่หลังจากทำโครงการไปแล้วพบว่าลำคลองมีความกว้างไม่น้อยกว่า 25 เมตร ซึ่งทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยทัศนียภาพของคลองดีขึ้น

นายกฤษฎา ยังกล่าวถึงข้อสงสัยในการตรวจสอบสิทธิ อีกว่า มีการสร้างบ้านเกินกว่าจำนวนที่เป็นจริง จาก 42 ครัวเรือน เป็น 101 ครัวเรือน ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ มีจำนวน 88 ครัวเรือน และได้ให้สิทธิในการก่อสร้าง 97 ครัวเรือน เพราะเป็นการให้โอกาสกับประชาชน ซึ่งเดิมอยู่กันอย่างแออัด รวมถึงในส่วนของการกล่าวว่ามีการหาประโยชน์ในที่ดิน ขอชี้แจงว่าเป็นที่ที่ใช้พัฒนาเศรษฐกิจ พื้นที่นี้เป็นของกรมธนารักษ์ ที่ให้ประชาชนเช่าในราคาถูก ราคาตารางวาละ 6 บาทต่อปี ซึ่งทำให้ประชาชนลดรายจ่ายและมีรายได้มากขึ้น 

และในกรณีที่มีการกล่าวว่า บ้านมั่นคงทำให้น้ำท่วม นายกฤษฎา ชี้แจงว่า บ้านมั่นคงบริเวณวัดรังสิต เป็นที่ดินราชพัสดุที่ได้รับการเช่าจากกรมธนารักษ์ เมื่อมีการจัดระเบียบและเตรียมการก่อสร้างพื้นที่บ้านมั่นคง จะทำให้พื้นที่ของคลองนั้นมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 25 เมตรซึ่งจะทำให้คลองไหลสะดวกมากขึ้น