“ชูศักดิ์” กางแผนทำประชามติแก้รธน.ฉบับใหม่ ชี้ ต้องฟังความเห็นทุกพรรค ก่อนนำเข้าครม.นัดแรก

การเมือง31 ส.ค. 2566 • 13:02 น.
“ชูศักดิ์” กางแผนทำประชามติแก้รธน.ฉบับใหม่ ชี้ ต้องฟังความเห็นทุกพรรค ก่อนนำเข้าครม.นัดแรก

 

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 31 ส.ค. 66 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะบรรจุวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก และจะมีการให้ประชาชนทราบคำถามที่ใช้ในการทำประชามติก่อนเพื่อพิจารณา หรือ ครม.จะใช้ดุลยพินิจในการดำเนินการ ว่า แน่นอนว่าถ้าจะทำประชามติต้องมีคำถาม เป็นเรื่องที่ ครม.ต้องพิจารณา แต่พรรค เพื่อไทยเสนอไปว่า ให้มีการทำประชามติด้วยคำถามว่า เห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกระบวนการจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งเราก็จะส่งเรื่องนี้ให้ ครม.พิจารณา แต่จะปรับแก้อย่างไรก็เป็นเรื่องของ ครม. ซึ่ง ครม.อาจจะดูตามความเหมาะสม แต่สาระสำคัญที่เราเสนอไป คือให้มีการเขียนฉบับใหม่ 

เมื่อถามว่า จะใช้เวลาดำเนินการประมาณเท่าไหร่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ถ้า ครม.มีมติ ให้ผู้ที่รับผิดชอบการทำประชามติ คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามกฎหมายการทำประชามติกำหนดว่า ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน และถ้าทำประชามติผ่าน ครม. หรือพรรคการเมืองก็ต้องนำเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมโดยมีสาระคือกาาแก้ไข มาตรา 256 ว่าด้วยวิธีแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มหมวดการจัดทำรัฐธรรมนูฐฉบับใหม่ โดยกระบวนการ ส.ส.ร. ซึ่งส่วนนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา

นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อกฎหมายนี้ออกมาเสร็จ ก็จะมีการเลือก ส.ส.ร. และเมื่อได้ ส.ส.ร.แล้ว ส.ส.ร.ก็จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้าว่า กว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ น่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปี 

เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังจากพรรคเพื่อไทย โหวตไม่เห็นชอบ กรณีที่พรรคก้าวไกลเสนอให้มีการเลื่อนญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแก้ไขในสภาก่อน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวตนเข้าใจ แต่ข้อเสนอของพรรคก้าวไกล ถ้าสภามีมติให้ผ่าน มันก็ยังไม่จบ เพราะตามกฎหมายประชามติ คนที่จะเสนอ ครม.ให้ทำประชามติได้ คือรัฐสภาต่อให้ข้อเสนอของพรรคก้าวไกลผ่านการโหวต ก็ต้องดูอีกว่าวุฒิสภาจะให้ผ่านหรือไม่ ตนจึงคิดว่าการที่ ครม.มีมติเลยจะเป็นการร่นระยะเวลา ไม่ต้องผ่านด่านต่างๆ 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อกังวลจาก สว.ว่าการมี ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะกระทบกับหมวด 1 และ 2 ต้องมีการจำกัดเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับร่างแก้ไขเพิ่มเติม และร่างที่เสนอเข้าไป อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าโดยทั่วไปคงไม่มีใครแก้หมวด 1 และ 2 เพราะมีมาตรา 255 กำกับไว้ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไรก็ตามห้ามกระทบต่อรูปแบบการปกครองของรัฐ คือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยจะมีการรีโนเวทร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องมีการรับฟังความเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า หากเป็นร่างของ ครม.ก็ต้องรับฟัง แต่ตนเข้าใจว่า ครม.คงเปิดโอกาสให้พรรคทุกพรรคที่มีเสียงเพียงพอสามารถเสนอร่างได้ ทั้งพรรคที่ร่วมและไม่ร่วมรัฐบาล คราวที่แล้วก็มีร่างจากหลายพรรคการเมือง แต่กลับไม่มีร่างของ ครม. ก็สุดแล้วแต่

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ มีจุดยืนในการไม่แก้ไข จะมีการเจรจากันอย่างไรบ้าง นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องคุย คราวที่แล้วพรรคพลังประชารัฐก็แก้โดยมี ส.ส.ร. ซึ่งเมื่อเปลี่ยนกรรมการแล้วก็ต้องว่ากันไป แต่นโยบายของพรรค พท.ซึ่งเป็นพรรคแกนนำ เรามีชัดเจน 

เมื่อถามว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นการยอมรับร่วมกันใช่หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าจะต้องเป็นนโยบายรัฐบาลที่จะนำเสนอต่อสภา อาจจะเร่งด่วนหรือไม่ก็ได้ แต่ในท้ายที่สุด ทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องรัฐธรรมนูญ ควรจะต้องเป็นนโยบายของรัฐบาล