“บิ๊กตู่” ปราศรัยปักธงชัยโคราช เปิดแคมเปญ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ลั่น 16 เขตเหมาหมด

การเมือง25 ก.พ. 2566 • 19:46 น.
“บิ๊กตู่” ปราศรัยปักธงชัยโคราช เปิดแคมเปญ “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ลั่น 16 เขตเหมาหมด

 

เมื่อเวลา 18.25 น. วันที่ 25 ก.พ. 2566 ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ และว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ของพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อเปิดตัวแคมเปญหาเสียง “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” 

โดยมีผู้บริหารของพรรค นำโดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค    รวมทั้ง แกนนำพรรค ประกอบด้วย นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี  นายชัชวาลล์ คงอุดม นายสุชาติ ชมกลิ่น นายธนกร วังบุญคงชนะ นายอนุชา นาคาศัย นายเสกสกล อัตถาวงศ์ รวมถึงว่าที่ผู้สมัครส.ส.ภาคอีสานของพรรคร่วมเวทีอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ก่อนหน้าจะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมทำพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ที่ลานย่าโมเพื่อความเป็นศิริมงคล

 

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนดีใจที่วันนี้ได้มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวโคราช อย่าทอดทิ้งตนนะ เพราะโคราชซึ่งเป็นบ้านเกิด ตนเกิดที่นี่ที่ค่ายสุรนารี เพราะว่าพ่อเป็นทหาร แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนความเป็นลูกอีสาน เป็นลูกหลานย่าโมยังอยู่ในสายเลือด เป็นสิ่งที่ตนภาคภูมิใจเพราะคนอีสานเป็นนักสู้สู้ชีวิตไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมาเป็นประตูสู่ภาคอีสาน จะไปขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย หรือสุรินทร์ ก็ต้องผ่านโคราช แต่ถนนที่พาทุกคนเข้าประตู่สู่ภาคอีสานมีอยู่สายเดียวคือ ถนนมิตรภาพซึ่งใช้กันมากว่า 60 ปี อีกทั้งทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-โคราช เป็นรถไฟสายแรกของประเทศไทย อายุ 122 ปีแล้ว ไม่มีการปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่มีใครสนใจ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นถนน รถไฟ สนามบิน ท่าเรือซึ่งเก่าทรุดโทรมไป ไม่สะดวกสบาย เป็นอุปสรรคในการเดินทางของประชาชน การขนส่งสินค้าก็ไม่ตรงเวลา ใช้เวลานานแถมเป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นให้กับประชาชน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การลุงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นงานใหญ่งานยากใช้เงินจำนวนมากหลายหมื่นล้าน ต้องเวนคืนที่ดิน มีปัญหาร้องเรียน ขัดแย้งกับประชาชนมากมายและใช้เวลานานหลายปี จึงไม่มีใครทำ เพราะกว่าถนนจะเสร็จใช้งานได้ คนก็ลืมไปแล้วว่าใครสร้าง ใครเป็นคนเริ่มทั้งๆ ที่มันต้องทำ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในวันนี้ และวันข้างหน้า ดังนั้นตนต้องทำ ต้องวางแผน ต้องเริ่มให้ เพราะว่ามันคืออนาคตของชาติ คือสิ่งที่คนรุ่นเราจะสร้างและส่งต่อให้ลูกหลานของเราได้ใช้ประโยชน์

“ผมเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีวันแรก ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่า เรื่องหนึ่งที่ต้องทำให้ได้ทำให้เสร็จคือ การลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศขึ้นมาใหม่และสร้างใหม่ ไม่ใช่ซ่อมหรือปรับปรุงของเก่า และไม่ใช่ทำทีละสาย แต่ทำทั่วประเทศพร้อมกันไปเลย ต้องเริ่มนับหนึ่งได้ก่อนแล้วสิ่งดีๆ ก็จะตามมา ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก ใช้เงินมาก ใช้เวลานาน ไม่มีใครเชื่อว่าจะทำได้ แต่ผมจะทำเพราะถ้าไม่มีใครทำ ที่ผ่านมา 30-40 ปีไม่มีใครทำอะไรเลย การลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตเพื่อลูกหลาน คนไททยรุ่นต่อ ๆ ไป ลงทุนทีเดียวอยู่ได้ถึง 100 ปี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำแล้วทำอยู่ทุกคนรู้อยู่แล้ว มอเตอร์เวย์ บางปะอิน-โคราช รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ ที่โคราช มอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช ตนทำแล้ว เพื่อแบ่งเบาการจราจรบนถนนมิตรภาพ  ไม่ต้องไปนั่งรถติดหลายๆ ชั่วโมง สร้างมาหลายปีแล้ว บางคนถามว่าใกล้เสร็จสมบูรณ์หรือยังเนื่องจากเป็นโครงการใหญ่ ระยะทางเกือบ 200 กิโลเมตร บางช่วงติดขัด มีเรื่องการร้องเรียนของประชาชน การเวนคืนที่ดินต้องใช้เวลา คุยกันให้ลงตัว ต้องขอขอบคุณที่เห็นประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งทุกอย่างต้องทำให้ถูกต้อง ไม่ละเมิดกฎหมาย เคารพสิทธิของประชาชนด้วย บางช่วงก็ต้องออกแบบใหม่เพราะสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง เมื่อทำแล้ว ก็ต้องทำให้ดี ให้ปลอดภัย ซึ่งมีข่าวดีคือ กรมทางหลวงบอกว่าอีก  2 ปีเสร็จทั้งสายแน่ และจะทยอยเปิดให้ใช้ได้บางส่วนก่อนในปีนี้

สำหรับ โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช ระยะทาง 250 กิโลเมตร วิ่งได้เร็วถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นรถไฟความเร็วสูงสายแรกของประเทศไทยทำแล้ว กำลังทำอยู่ จะเสร็จปี 2570 และจะทำต่อไปอีก โดยมีแผนจะขยายต่อไปให้ถึงหนองคาย และเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน รถไฟทางคู่ทำแล้ว และกำลังทำอยู่จากแก่งคอย มาถึงขอนแก่นและจะทำต่อไปให้ถึงหนองคาย ภาคอีสานมีรถไฟสายหลัก 2 สาย ไปหนองคาย ไปอุบลราชธานี ตนให้ทำสายที่ 3 ขึ้นมาใหม่จากบ้านไผ่ไปถึงนครพนมระยะทาง 354 กิโลเมตร ผ่าน 6 จังหวัดที่ไม่เคยมีรถไฟผ่าน ประมูลและได้ผู้ก่อสร้างแล้วอีก 6 ปีแล้วเสร็จมีถนนที่ไหนมีรถไฟที่ไหนเจริญแน่นอน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า อีก 5 ปีโคราชจะเจริญมากมีทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ มีมอเตอร์เวย์โคราชจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคม เป็นจุดเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ภาคกลาง กับภาคอีสาน และเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านไปจนถึงประเทศจีน ซึ่งโคราชจะเป็นแกนกลางร่วมกับ 3 จังหวัดภาคอีสานคือหนองคาย อุดรธานี และขอนแก่น เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ภาคอีสานเชื่อมต่อ EEC สร้างเมืองน่าอยู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ และจะผลักดันให้โคราชเป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลกในปี 2572 ให้คนไทย คนต่างประเทศได้มาท่องเที่ยว สัมผัสโคราช เสน่ห์แห่งอีสานเป็นล้านคน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนยังเป็นห่วงเรื่องปากท้องเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนโดยพาะเกษตรกรชาวไร่ชาวนา ที่มีปัญหาเรื่องรายได้ เรื่องราคาข้าว ราคามันสำปะหลัง ที่มีต้นทุนสูง แต่ราคาขายต่ำ ขายแล้วขาดทุน เป็นหนี้เป็นสิน ตนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และได้ทำโครงการสนับสนุนต้นทุนปลูกข้าวมาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ค่าสนับสนุนต้นทุนการผลิต ค่าปุ๋ย ค่าเกี่ยวข้าว ไร่ละ 700 บาท ไม่เกิน 5 ไร่ต่อครอบครัวซึ่งอันนี้ “ทำไปแล้ว” ตอนนี้ก็ทำอยู่ สำหรับสิ่งที่จะทำต่อไปคือเพิ่มให้มากขึ้นเพราะโลกมันเปลี่ยนแปลง โลกเกิดวิกฤตกระทบไทยด้วย ต้นทุนก็สูงขึ้น ตนคิดไว้คร่าวๆ ที่เคยได้ไร่ละ 700 บาทจะเพิ่มเป็น ไร่ละ 2,000 ครอบครัวละ 5 ไร่ เคยได้กันปีละ 3,500 บาทก็เพิ่มเป็น 10,000 บาท ตนอยากจะเพิ่มให้จะได้ทันกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

นอกจากนั้น อีกเรื่องที่อยากจะทำคือ การตั้งกองทุนพยุงราคาสินค้าเกษตร ราคาข้าว ราคายาง ในโคราชและจังหวัดอื่นๆ เรามีเกษตรกรประมาณ 10 ล้านคนจริงๆ แล้ว น่าจะมากกว่านี้ เป็นคนกลุ่มใหญ่เกษตรกร เป็นกลไกสำคัญ ในระดับเศรษฐกิจฐานราก ปีไหนข้าวราคาดี ยางราคาดี มันราคาดี เก็บเกี่ยวขายผลผลิตแล้ว ก็จะใช้จ่าย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องการท่องเที่ยว วันนี้ก็ดีขึ้นในหลายพื้นที่เราต้องเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากเมืองหลักไปเมืองรองสำหรับโครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่าย โดยรัฐจ่ายเงินให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งได้ผลดีในการกระตุ้นให้เศรษฐกิจหมุนเวียน กองทุนพยุงราคาสินค้าเกษตร ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ ขายข้าวได้ราคา ได้เงินมาไปจับจ่ายใช้สอย ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานราก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่ดินทำกิน เป็นปัญหาใหญ่ของเกษตรกร เช่น วังน้ำเขียว ครบุรี เสิงสางมีประชาชน 400 กว่าราย ถูกดำเนินคดี ด้วยเรื่องที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ และไปอยู่ในแนวเขตอุทยานทับลาน ล่าสุดมีข้อเสนอที่จะเป็นทางออก โดยจะนำข้อสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ จากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อเห็นชอบช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างยั่งยืน หลังจากที่ยืดเยื้อมานานหลายปี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องที่ดินเป็นปัญหาซับซ้อน ยืดเยื้อ เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาก เมื่อปี2565 รัฐบาลอนุมัติผลปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการ หรือที่เรียกว่า “One map” จำนวน 11 จังหวัดในภาคกลางและให้ไปดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 ปี  จะเอามาใช้แก้ปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อนที่โคราชนี้ด้วย นี่คือสิ่งที่ทำไปแล้ว

สำหรับ เรื่องบัตรสวัสดิการพลัส โดยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะทำต่อ คือ ให้มีเพิ่มสิทธิเป็น 1,000 บาทต่อเดือน จะเริ่มจากกลุ่มที่มีรายได้น้อยก่อน แล้วเมื่อเราจัดเก็บรายได้ได้สูงขึ้น ก็จะขยายกลุ่มเพิ่มเงินให้ตามลำดับต่อไป ตนจะไม่ขายฝัน ที่ทำไม่ได้เราตั้งใจ และศึกษาแนวทางให้ทุนเรียนวิชาชีพ อำเภอละ 100 ทุน

นอกจากนั้น ยังมีเรื่องระบบหมอ 24 ชั่วโมง ปรึกษาหมอผ่านระบบแพทย์ทางไกล การดูแลผู้สูงอายุ ให้เบี้ยยังชีพ ซึ่งทำแล้ว ทำอยู่ คือ ให้เป็นขั้นบันได  อายุ 60 ได้เดือนละ 600 บาทอายุ 70 ได้ 700  อายุ 80 ได้ 800  สิ่งที่จะทำต่อ คือ ให้เท่ากันทุกช่วงอายุ คนละ 1,000 บาทต่อเดือน เรื่องนี้ก็ใช้เงินมากเช่นกันนอกจากนั้น มีศูนย์สันทนาการ จะได้มีสังคม ไม่เหงา หรือลดภาษีให้ผู้ประกอบการที่จ้างผู้สูงวัยทำงานที่จ่ายค่าตอบแทนสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ  

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การเอาต่างชาติมาลงทุนมาอยู่อาศัยในประเทศ ไม่ต้องกลัวว่าเขาเอาที่ดินไปไม่ได้แน่นอนเพราะมันมีกฎกติกามีกฎหมายอยู่ เกิดผลกระทบ ต้องขอบคุณพี่น้องชาวโคราช หัวใจของตนอยู่กับทุกคนที่ ส่วนปัญหาเรื่องน้ำรับประกันว่าจะทำให้ต่อเนื่องถ้าตนยังอยู่ โคราชสู้ต่อไปสู้ไปด้วยกัน อย่าลืมพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ให้ทุกอย่างดีขึ้นไปเรื่อยๆ อย่าลืม อย่าทิ้งพรรครวมไทยสร้างชาติ 16 เขตเหมาหมด