“สมพงษ์” ขอปชช. ตัดสินใจคะแนนนายกฯ ด้าน “ประเสริฐ” เตรียมยื่นศาลเอาผิดรมว.พาณิชย์
“สมพงษ์” ขอปชช. ตัดสินใจคะแนนนายกฯ ด้าน “ประเสริฐ” เตรียมยื่นศาลเอาผิดรมว.พาณิชย์ ขณะที่ “เสรีพิศุทธ์” ตะเพิด "บิ๊กตู่" กลับไปพิจารณาตัวเอง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมแถลงข่าวภายหลังลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยนายสมพงษ์ กล่าวว่า ผลการอภิปรายทำให้เห็นชัดว่ารัฐมนตรีคนใดควรหรือไม่ควรอย่างไร แต่คะแนนเสียงเขาก็ท่วมท้น แต่ที่น่าสังเกตคะแนนเสียงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม น้อยไปหน่อย ก็อยากให้ประชาชนตัดสินใจ และการอภิปรายครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หาข้อมูลต่างๆ มาอภิปราย ประชาชนและสื่อมวลชนต้องตัดสินใจว่าสิ่งที่ผ่านมา 4 วันเป็นอย่างไร และตัวเลขที่ออกมาซึ่งไม่เท่ากัน ก็หวังว่าสิ่งที่เราทำมาจะเป็นผลงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน
ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้คะแนนเสียงในสภาฯ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะแพ้รัฐบาล แต่เชื่อมั่นว่าชนะใจประชาชนที่ติดตามการอภิปราย ด้วยข้อมูล และเหตุผลที่ได้อภิปรายมา และหลังจากการอภิปรายพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีงานทำต่ออีกหลายอย่าง บางประเด็นที่มีการทุจริตชัดเจนก็จะดำเนินการต่อไป เมื่อถามว่า สิ่งที่จะดำเนินการต่อนั้นจะนำไปฟ้องร้องต่อศาลอย่างไรหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า มีรัฐมนตรีบางคนที่มีความผิดชัดเจนตามที่ได้อภิปราย คือ นายจุรินทร์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ดำเนินการไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา และป.ป.ช. ส่วนคนอื่นๆ กำลังรวบรวมรายละเอียด
ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวเสริมว่า เหมือนเป็นการกรีดแผลในสภาฯ และจะมีการโรยเกลือต่อไป จะตามสิ่งที่เราได้อภิปรายไปแล้ว เพราะ 4 วันที่ผ่านมาเป็นโอกาสใช้อำนาจอธิปไตยที่ประชาชนมอบให้มาตรวจสอบการบริหารราชการของรัฐบาล ยืนยันเราทำอย่างสุดความสามารถ ผลที่ออกมาประชาชนเห็นอยู่ว่าแตกต่างกันอย่างไร สะท้อนปัญหาของประเทศจริงหรือไม่ เช่น เรื่องการศึกษาที่มีปัญหา ปัญหาเกี่ยวกับแรงงานที่มีปัญหาอยู่ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่จะเป็นวันแรกของการทำงาน รักษาผลประโยชน์ของประชาชน ส่วนตัวมองว่าอย่างน้อยคงมีการปรับครม. รัฐบาลตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน พรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หลังจากนี้จะทำงานให้มากขึ้นกว่า 4 วันที่ผ่านมา
ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ตนคิดว่าสื่อ และประชาชน ไม่ต้องสนใจคะแนนที่ออกมา เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นอย่างนี้ มันเป็นเพียงพิธีกรรมที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คะแนนของฝั่งรัฐบาลก็มากกว่าเราตั้ง 50-60 เสียง ซึ่งวันนี้เรามาด้วยสปิริตทั้งที่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างนี้ แต่เชื่อว่าประชาชนที่ติดตามฟังการอภิปรายของฝ่ายค้าน จงเข้าใจ และเห็นด้วยกับพยานหลักฐานที่เราแสดงให้เห็น แต่หลายครั้งก็มีการพยายามขัดขวางเพื่อไม่ให้ผู้อภิปรายได้อภิปรายข้อเท็จจริง โดยเฉพาะตนมีหลักฐานแน่นหนาชัดเจน ว่านายกฯ และพรรคพวกทำผิดกฎหมายอย่างไรบ้าง แต่ก็โดนขัดขวางมาตลอด อย่างไรก็ตาม เมื่อผลออกมาเป็นอย่างนี้ รัฐบาลเป็นฝ่ายชนะ แต่นายกฯ ต้องคิดให้หนักกว่า เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อครั้งที่ผ่านมา นายกฯ ก็ไม่ได้คะแนนอันดับ 1 ครั้งนี้ก็เช่นกัน ควรจะต้องพิจารณาตัวเอง
"ถ้าอย่างนายสมพงษ์ เป็นนายกฯ ยังไงก็ต้องได้ลำดับ 1 แน่ ประชาชนก็ต้องไว้วางใจ แต่คนเป็นผู้นำประเทศ อะไรก็ไม่รู้ให้คนที่ตอบคำถามเพียงว่า ที่ผู้อภิปรายมาไม่เป็นความจริง จบ ได้คะแนนมากกว่า เป็นเรื่องตลก ฝากนายกฯ หัดมีสปิริตบ้าง อย่าหลงมัวเมาอำนาจ เป็นนายกฯ มาแล้ว 7 ปี ประชาชนไม่ได้อยู่ดีกินดีขึ้นเลย เขาอยากไล่คุณเต็มที่แล้ว แต่เขาก็ไม่ใช่เผด็จการ เขายังรักประชาธิปไตย ยังดำเนินการตามระบบสภา โดยมีพวกเราเป็นผู้แทน เราก็ทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ถึงแม้คะแนนเป็นอย่างนี้ อย่างที่บอกว่ามันเป็นเพียงพิธีกรรม จากพิธีกรรม ก็สะท้อนกลับไปที่ตัวนายกฯ ไม่ได้คะแนนสุงสุด ก็ควรกลับไปบ้านไปพิจารณาตัวเอง" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว