เปิดสภาวิสามัญ26-27ตค.
มติครม.ไฟเขียวเปิดประชุมรัฐสภา 26-27ตค. แก้วิกฤติประเทศ "ศาลอาญา"สั่งปิด "ทุกแพลตฟอร์ม" ออนไลน์"วอยซ์ทีวี"ฐานผิด "พ.ร.บ.คอมฯ-ผ่าฝืน พ.ร.ก ฉุกเฉิน" ส่วน 4 สำนักข่าว ต้องลุ้นถูกเชือด ด้าน"บิ๊กตู่"แจงปิดสื่อฯจำเป็น เหตุกระทบมั่นคง ลั่นรัฐบาล "จะอยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี" ต้องกำจัดผู้มีเจตนาร้ายต่อชาติ ขณะที่"วอยซ์ทีวี" ออกแถลงการณ์โต้ไม่เคยบิดเบือนข้อมูล ยันทำตามหน้าที่สื่อฯ "เพื่อไทย"ร้องศาลแพ่งขอไต่สวนฉุกเฉิน-ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเยาวชนชุมนุม "ก้าวไกล"แถลงการณ์ 4 ข้อ จี้"บิ๊กตู่"ลาออก-ยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน-พรรคร่วมฯถอนตัว-เปิดประชุมวิสามัญ "กอร.ฉ." จัดชุดเคลื่อนที่เร็วกว่า 2พันนาย รับม็อบดาวกระจาย
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 ต.ค.63 รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ได้รายงานให้ที่ประชุมถึงการไปร่วมประชุมกับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ตัวแทนฝ่ายค้าน ตัวแทนรัฐบาล ตัวแทนจากพรรคการเมือง เรื่องการพิจารณาสมควรเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ซึ่งที่ประชุมมีมติให้มารายงาน ครม.ในกรณีที่เห็นชอบให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2563 เพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสอภิปรายแสดงความคิดเห็นและชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน และลดปัญหาข้อขัดแย้ง รวมถึงประเด็นที่ ครม.ควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา โดยขอให้เปิดอภิปรายทั่วไป ในที่ประชุมร่วมรัฐสภาตามมาตรา165ซึ่งครม.ได้หารือกำหนดวัน และมีมติให้กำหนดขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ในวันที่ 26 - 27 ต.ค.นี้ ทั้งนี้ให้เลื่อนการประชุมครม.ไปเป็นวันที่ 28 ต.ค.63
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดเรื่องวันแต่อยากให้เปิดเร็วที่สุด
เมื่อถามว่า มีรายงานข่าวจะเปิดวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ นายวิษณุ กล่าวว่า เพราะว่าเร็วที่สุดแล้ว เนื่องจากวันที่ 21-22 ต.ค.เป็นวันเปิดทำการ ส่วน 23-25 ต.ค.เป็นหวัดหยุดราชการ วันที่ 26 ต.ค.จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้จะพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมประเด็นเดียวหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะขอเรื่องอะไรไปบ้าง แต่ตอนนี้ขอตามมาตรา 165 ซึ่งเป็นอำนาจของครม. ไม่ใช่แค่ของนายกฯ
เมื่อถามว่า จะมีการคุยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตนก็ไม่รู้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญฉบับของไอลอว์นั้นไปถึงไหนแล้ว เมื่อถามย้ำว่า อย่างไรก็ต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญก่อนวันที่ 31 ต.ค.ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วเปิดหลัง 31 ต.ค. เปิดหาอะไร เพราะวันที่ 1 พ.ย.นี้ เขาก็ต้องเปิดของเขาอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.10 น. ภายหลังพักการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสร็จสิ้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้มีการประชุมครม.รอบที่สอง โดยก่อนการประชุมนายกฯได้เปิดเพลงอยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี คำร้อง/ทำนอง โดยนายเทพพนม สุวรรณะบุณย์และเมื่อจบเพลงนายกฯ ได้พูดกับที่ประชุม ครม.ว่า เพลงที่ทุกท่านได้ฟังเหมือนเป็นเพลงที่สะท้อนบทบาทของรัฐบาล
ที่ศาลแพ่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พร้อมด้วย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย และนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เข้ายื่นคำฟ้องขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุก เฉิน และขอให้ไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อการชุมนุมของเยาวชน เนื่องจากเห็นว่า การออกคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
"หากนายกฯ ไม่ตัดสินใจลาออก หรือทำการยกเลิก ทางพรรคฝ่ายค้านจะเตรียมยื่นเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ซึ่งขณะนี้พรรคฝ่ายค้านได้มีการเตรียมเนื้อหาเช่น การปฎิบัติหน้าที่ของนายกฯเกี่ยวกับการชุมนุม"
นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะคน 14 ตุลาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางคลี่คลายวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ในฐานะที่เคยผ่านสถานการณ์ในลักษณะเช่นนี้มา ว่า การชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นจากปัญหา และความไม่สบายใจที่มีความเห็นแตกต่าง การชุมนุมจึงวิถีทางการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยที่จะทำให้ปัญหา และความคับข้องใจของตน หรือผู้ชุมนุมได้รับการพิจารณา เราในสังคมประชาธิปไตยผู้มีอำนาจจะต้องเปิดช่องทางให้ความคับข้องใจเรานั้นได้รับการแสดงออก ดังนั้น หนทางที่ดีที่สุดที่จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ผู้มีอำนาจควรจะต้องเจรจา หรือหยิบเอาข้อเรียกร้องมาดูว่าความคับข้องใจ หรือเหตุของปัญหาที่เขานำเสนอเกิดจากสาเหตุอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาหลายอย่างมักเกิดขึ้นจากผู้มีอำนาจเองโดยตรง หรือจากรัฐบาล
นายภูมิธรรม กล่าวว่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรทำหรือเริ่มต้น คือเริ่มต้นจากความคิดที่ว่าอย่ามองผู้เห็นต่างเป็นศัตรู อย่ามองว่าผู้ชุมนุมคือผู้สร้างปัญหา แต่ต้องมองด้วยความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจว่าเขากำลังมีปัญหา การรับฟังเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาได้ครึ่งหนึ่ง เริ่มรับฟังเขาแล้วเอาปัญหามาพิจารณาอย่างเหมาะสม แล้วดูว่าปัญหาเหล่านั้นจะหาวิธีทางแก้ไขปัญหาอย่างไรก็จะทำให้ปัญหาคลี่คลายได้มากขึ้น ไม่มีใครได้อะไร 100% ในทุกปัญหา ย่อมมีผู้ได้และผู้เสียประโยชน์ แต่สิ่งที่สำคัญคือในสังคมที่จะอยู่ร่วมกันในความคิดเห็นที่แตกต่างการรับฟังคือทางออกที่ดีที่สุด
นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า เมื่อฟังแล้วความเห็นยังแตกต่างกันอยู่และเกิดเป็นความไม่มั่นใจ การแสวงหาคนที่ดูมีประโยชน์ หรือมีความเกี่ยวพันน้อยที่สุดมาร่วมในการพิจารณาร่วมกันก็จะเป็นทางออก เพื่อให้มองเห็นทางแก้ไขได้กว้างขึ้น
เมื่อถามว่า วันนี้หนึ่งในข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมคือการให้นายกรัฐมนตรีลาออก คิดว่าการลาออกของนายกฯ จะสามารถทำให้ปัญหายุติลงได้หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้ทุกปัญหารวมศูนย์กันอยู่ที่ตัวนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำหนด ท่าที และเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบในปัญหาที่เกิดขึ้นโดยตรงในฐานะนายกฯ แต่มีการรับฟังน้อย และผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐบาลปฏิบัติการสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับเยาวชนที่มาชุมนุมอย่างบริสุทธิ์ใจ นายกฯเอง หากพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์จะบานปลาย ซึ่งตอนนี้เกิดการชุมนุมไปทั่วประเทศกว่า 20 จังหวัด นายกฯกำลังถูกมองว่าเป็นภาระของประเทศ หากนายกฯตัดสินใจลาออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นซึ่งไม่ได้มีปัญหาโดยตรงเข้ามาแก้ไขน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด นายกฯต้องไม่ทำตัวเป็นภาระของประเทศ
ขณะที่ พรรคก้าวไกล นำโดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคและส.ส.ของพรรค ร่วมกันแถลงการณ์ของพรรคก้าวไกล ถึงข้อเรียกร้องต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อสถานการณ์การชุมนุมประท้วงโดยเรียกร้องให้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และปล่อยประชาชนผู้บริสุทธิ์ โดยทันที 2.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หลังยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 3.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ต้องถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล และเลือกนายกฯคนใหม่ โดยไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของวุฒิสภา และ 4.ต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีสาระสำคัญคือ การตั้ง ส.ส.ร. ที่มาจากประชาชน ยุติอำนาจของวุฒิสภา ในการเลือกนายกฯ และลงมติกฎหมายปฏิรูปประเทศ รวมถึงการออกแบบระบบการเลือกตั้งที่สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
ด้าน นายวิโรจน์ กล่าวว่า "ผมอยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปี 2557 นั่งไทม์แมชชีน มาเตือนพล.อ.ประยุทธ์ ปี 2563 ด้วย และอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในปี 2557 มาเข้าฝัน พล.อ.ประยุทธ์ ในปี 2563 เพื่อเตือนสติ ให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสำนึกในโทษานุโทษของตัวเอง ลาออก และคืนสังคม เศรษฐกิจที่เป็นความหวังให้กับประชาชนได้แล้ว"
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า การที่พรรคร่วมรัฐบาลกล่าวหาว่าตนอยู่เบื้องหลังม็อบ มีการจัดระเบียบตั้งแถวผู้ชุมนุม จึงอยากฝากถึงพรรคร่วมรัฐบาลให้ไปดูตอนซื้อบัตรคอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง หรือซื้อบัตรจับมือ มีการเตรียมร่ม เสื้อกันฝน และเอาเก้าอี้ไปด้วย พวกคุณล้าหลัง กาละมังเต่าถุย อยากให้ไปดูคอนเสิร์ตเกาหลีบ้าง เลิกดูเถอะละ ครน้ำเน่า ตบจูบ มาดูซีรีย์เกาหลีสนุกๆ มาฟังเพลง Say Yes ดีกว่า
วันเดียวกัน นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงข่าว ร่วมกับกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.)ว่า ตามที่พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง มีคำสั่งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ดีอีเอสดำเนินการตรวจสอบและระงับการเผยแพร่ของสื่อที่เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯนั้น ทางดีอีเอสได้ส่งหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ ภาพนิ่ง ที่เป็นการนำเสนอข่าวของสำนักข่าว 5 แห่ง ประกอบด้วย voice tv, the standard, the reporters, ประชาไทและ เยาวชนปลดแอก free youth ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฏร 2563 ให้ศาลเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่า เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา14 นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และฝ่าฝืนคำสั่ง หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยศาลมีคำสั่งให้ปิดทุกแพลตเฟอร์มในสื่อออนไลน์ของสำนักข่าว vioce tv ส่วนสำนักข่าวอื่นๆ อีก 4 สำนัก ได้ส่งหลักฐานไปพร้อมกัน แต่ยังไม่มีคำสั่งออกมา
"จากนี้ จะส่งคำสั่งศาลไปให้เจ้าของแพลตฟอร์มต่างๆ พิจารณาดำเนินตามคำสั่ง ของศาล ส่วนสำนักข่าว vioce tv ยังสามารถนำเสนอข่าวได้ แต่ต้องดำเนินการเปิดแอคเคาร์ใหม่ และต้องนำเสนอข่าวหรือข้อมูลให้เป็นไปตามกฎหมายอย่าฝ่าฝืนคำสั่ง ส่วนโปรแกรมเทเลแกรม ที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ในการนัดหมายชุมนุม ทางกระทรวงได้มีคำสั่งปิดให้บริการ จำนวน 4 แอคเคาท์"
ส่วน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. กล่วว่า ทาง กอร.ฉ. ได้ประสานกับทางดีอีเอส ให้ดำเนินการเปิดแอคเคาท์ที่ผ่าฝืน จำนวน 58 แอคเคาท์ ประกอบด้วย เฟซบุ๊คก ทวิตเตอร์และเว็ปไซต์ นอกจากนี้ ยังพบการกระทำในลักษณะที่เรียกว่า looting หรือการปล้นสะดม ซึ่งเป็นการชุมนุมชักชวนให้เข้าไปทำลายทรัพย์สิน ของทางราช การหรือร้านค้า ซึ่งถือว่าเป็นการยุยงปลุกปั่นในโลกออนไลน์ จึงขอเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมอย่ากระทำดังกล่าว
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมครม.ถึงสถานการณ์การชุมนุมในประเทศว่า "รัฐบาลนี้ จะอยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องออกมาปกป้องสถาบัน ซึ่งผมก็ไปบังคับใครไม่ได้ วันนี้ ผมขอพูดผ่านสื่อทั่วประเทศ รวมไปถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ เรื่อง ระงับการออกอากาศ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ที่เสนอเนื้อหากระทบความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ความจริงสื่อสามารถสร้างสรรค์ประเทศของเราได้มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ประเทศชาติ ยกเว้นบางกรณีที่มีบางสื่อเท่านั้น ที่มีการ เผยแพร่ ปลุกปั้น ล้ำเส้น ก้าวล่วง ผมจึงได้หารือกับผบ.ตร.ให้ดำเนินการตามกฎหมาย กับบางสื่อ ที่ต้องมีคำสั่งปิด เพราะมีความพยายาม ยุยง ปลุกปั้น สร้างความแตกแยก ขอยืนยัน ผมไม่ต้องการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของใคร"
นายกฯ กล่าวต่อว่า หน้าที่ของตนและพวกเราทุกคนต้องช่วยกันป้องกัน กำจัดการกระทำที่มีเจตนาร้าย ความพยายามยุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย ความแตกแยก สับสนอลหม่านภายในประเทศ นั้นคือสิ่งที่เราต้องยอมรับไม่ให้เกิดขึ้น ต้องขอความร่วมมือจากพวกเราทุกคน จากประชาชนด้วย ตนไม่ต้องการละเมิดสิทธิของใคร แต่ท่านจะต้องระมัดระวังการละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย
ล่าสุดได้มีแถลงการณ์จากวอยซ์ทีวี แจ้งว่า ตามกระแสข่าวที่รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ระบุว่า วันนี้ศาลมีคำสั่งให้ปิดทุกแพลตฟอร์มในสื่อออนไลน์ของสำนักข่าว Vioce TV นั้น ขณะนี้บริษัท วอยซ์ที