"พรเพชร"จ่อหารือ "รองปธ.ฯวุฒิ" หักเงินเดือนส.ว. ช่วยรับมือโควิด เผยเบื้องต้นให้สมัครใจ
"พรเพชร"จ่อหารือ "รองปธฯวุฒิ" หักเงินเดือนส.ว. ระบุเบื้องต้นให้สมัครใจ พร้อมมอบ "เลขาฯวุฒิ" คืนงบ 20 % ด้าน "ครูหยุย"เชื่อหัก 50,000 คงไม่ขัดข้อง
วันที่ 7 เม.ย.ที่อาคารสุขประพฤติ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย ส.ว.ส่วนหนึ่งอาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ รับมอบชุดกันฝนและหน้ากาก Face Shield จากบริษัท พี.อาร์.เอ็ม กรุ๊ป (ไทย) จำกัด เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลสำหรับป้องกันการติดเชื้อ COVID-19
นายพรเพชร เปิดเผยว่า หลังจากรับมอบแล้วจะพิจารณา กระจาย ของที่ได้รับบริจาคส่งมอบให้กับ บุคลากรทางการแพทย์เพื่อใช้ในการดูแลผู้ป่วย จากไวรัสโคโรน่า หรือโควิด 19 และที่ผ่านมา สว.ต่างให้การสนับสนุน รัฐบาลในการดูแลประชาชน ทั้งทำหน้ากากไปบริจาค และ ลงพื้นที่ดูแลประชาชนรวมทั้งในวันนี้จะร่วมทำหน้ากาก Face Shield จำนวน 10,000 ชิ้น เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลระดับอำเภอในจังหวัดต่าง ๆ ในการป้องกันการติดเชื้อ และยังกำชับเลขาธิการวุฒิสภาให้ตัดงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในส่วนที่ไม่ได้ใช้ หรือไม่จำเป็นร้อยละ 20 เช่นงบประมาณในการดูงานต่างประเทศ งบประมาณในการอบรมสัมมนา รวมทั้งค่าอาหาร ส่งกลับ ไปให้สำนักงบประมาณเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาโควิด 19 และพร้อมสนับสนุนนโยบาย ของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง
เมื่อถามว่าส่วนกรณีที่มีการเสนอให้หักเงินเดือน ส.ว. ไปช่วยเหลือประชาชน ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ส.ว.ก็ได้มีการคุยกัน ซึ่งตนจะหารือกับรองประธานวุฒิสภา ถึงแนวทาง ในการดำเนินการ โดยในเบื้องต้นจะใช้วิธีสมัครใจโดยขอรับบริจาคก่อน เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภา ก็ทำงานในพื้นที่อยู่แล้ว ประกอบกับยังไม่เปิดสมัยประชุมจึงยังไม่ได้มีการหารือกันอยางเป็นทางการ แต่เชื่อว่าสว.ไม่ขัดข้อง
ประธานวุฒิสภา ยังกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาล เตรียมออกพรก.3 ฉบับเพื่อใช้ในการ ช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหาโควิด 19 ว่า ได้ติดตามอยู่แต่ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ในเบื้องต้นเห็นด้วยกับการกู้เงินในประเทศ ไม่ได้กู้จากต่างประเทศ และกำลังศึกษาเพื่อเตรียมเสนอแนะ ไปยังรัฐบาลต่อไป
ด้านนายวัลลภ เปิดเผยว่า ส.ว.ส่วนหนึ่งได้มีการพูดคุยกันในระดับหนึ่ง และเห็นว่าวุฒิสภาซึ่งเป็นเสาหลักของสังคมควรมีส่วนในการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งมีการเสนอหลากหลายบางคนเสนอให้หักเงินเดือน 3 เดือนด้วยซ้ำ แต่ในเบื้องต้นเห็นว่าน่าจะหัก เงินเดือนคนละ 50,000 บาท ซึ่งจะได้ ประมาณ 12 ล้านบาท ส่งไปกระจายสนับสนุนตามโรงพยาบาลต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเชื่อว่า สมาชิกส่วนใหญ่น่าจะไม่ขัดข้อง ทั้งนี้ในส่วนของตน ได้ขอรับเงินบริจาคจากเพื่อนๆ และส.ว. ส่วนหนึ่ง ทำโครงการช่วยเหลือคนเร่ร่อน และคนไร้ที่พึ่งโดย นำหน้ากากอนามัย และทำอาหารไปแจกจ่าย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน