3 ป. ใน พปชร. “บิ๊กป้อม” เสริมทีมทหาร-ตร. เต็มอัตราศึก ยึดพรรค สู้ศึกการเมือง

การเมือง17 ธ.ค. 2564 • 16:00 น.
3 ป. ใน พปชร. “บิ๊กป้อม” เสริมทีมทหาร-ตร. เต็มอัตราศึก ยึดพรรค สู้ศึกการเมือง
“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ 3 ป. ส่งสัญญาณชัดเจน ยึดพรรคพลังประชารัฐ สู้ศึกเลือกตั้ง หมายกำชัยชนะ จัดตั้งรัฐบาลและ ยึดเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แต่จะเลือก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น้องเล็ก 3 ป. เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ให้รอดูเกมในสภา เมื่อถึงเวลานั้น นอกจากมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค แบบเหนียวแน่น ไม่ยอมให้เปลี่ยน แม้ที่ผ่านมาจะมีปฎิบัติการเลื่อยขาเก้าอี้ ร.อ.ธรรมนัส มาหลายครั้งก็ตาม ร.อ. ธรรมนัสมก็ถือว่าเป็นสายเลือดเตรียมทหาร เป็นรุ่นน้องเตรียมทหาร 25 และทำงานได้ดังใจสั่งทุกเรื่องทำได้สำเร็จ และรวดเร็ว รวมทั้งยังมี น้องเลิฟ “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รุ่นน้องเตรียมทหาร 11 ที่ดึงมาเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ แล้วก่อนหน้านี้ จนทำให้ถูกจับตามองว่าจะเป็น ทายาททางการเมืองของ พล.อ.ประวิตร ทีนี่ก็ถือว่าเป็นทีมเวิร์กเดียวกันกับ ร.อ.ธรรมนัส เพราะมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมายาวนาน โดย 3 คนพี่น้องนี้ มีสัญญาใจกันว่า ถ้าพล.อ.ประวิตร ยังอยู่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นทั้ง ร.อ.ธรรมนัส และ พล.อ.วิชญ์ ก็จะไม่ไปไหน จะเคียงข้าง ช่วยงานการเมือง และพรรคพลังประชารัฐต่อไป แต่หาก พล.อ.ประวิตร ถอย ก็จะถอยกันหมด เรียกได้ว่าทั้ง ร.อ.ธรรมนัส และพล.อ.วิชญ์ เป็นคนที่พล.อ.ประวิตรไว้วางใจมากที่สุดในพรรคพลังประชารัฐเวลานี้ หลังเกิดปัญหาความขัดแย้งกับ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันเนื่องมาจากการปลด ร.อ.ธรรมนัส พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ก็เคลื่อนไหวชัดเจนในการวางแม่ทัพในกองฝ่ายตนเอง มายึดพรรคพลังประชารัฐ ทั้งการให้มาช่วยงานในทีมรองนายกรัฐมนตรี และในพรรคพลังประชารัฐ ทั้งการดึง “บิ๊กณัฐ” พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ที่เรียกได้ว่าเป็นลูกเลิฟ มาช่วยงานทั้งที่ทำเนียบฯ และในพรรคพลังประชารัฐ เปรียบเสมือนเป็นเลขานุการส่วนตัว เพราะทำงานและเติบโต กับพล.อ.ประวิตร มาตั้งแต่อยู่ชายแดน พล.ร.2 รอ. และไม่เคยห่างกายพล.อ.ประวิตร เลยในช่วงกว่า 30 ปีของการรับราชการทหารของ พล.อ.ณัฐ พล.อ.ประวิตรมอบหมายให้ พล.อ.ณัฐ มาดูแลการแก้ปัญหาที่ดินให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศแทน ร.อ. ธรรมนัส หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร มีข้อตกลงกันว่า เรื่องในพรรคให้เป็นอำนาจหน้าที่ของพล.อ.ประวิตรส่วนเรื่องในรัฐบาลและการบริหารประเทศ ในฝ่ายบริหาร เป็นอำนาจหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ก้าวก่ายกัน ดังนั้นจึงไม่ให้ ร.อ.ธรรมนัส เข้ามาเกี่ยวข้องกับงานบริหาร และยกเลิกคณะทำงานทุกชุดที่มี ร.อ.ธรรมนัส เป็นประธาน หรือเป็นคณะกรรมการ เช่นที่นายกฯ เคยออกคำสั่งให้พล.อ.ประวิตรมาดูแล 4 กรมในกระทรวงเกษตรฯ ที่ ร.อ.ธรรมนัส เคยคุมตอนเป็นรัฐมนตรีช่วยฯ แต่ที่สุดก็ยกเลิกคำสั่งนั้นแล้วยกให้ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ ดูแลเองตามเดิม เพราะเกรงว่าร.อ. ธรรมนัส จะเข้ามายุ่มย่ามก้าวก่ายอยู่เบื้องหลัง พล.อ.ประวิตร รวมถึงปัญหาโครงการจะนะ ที่ร.อ.ธรรมนัส เคยไปทำข้อตกลงกับกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น จนเกิดปัญหา ม็อบบุกทำเนียบฯทวงสัญญา ในห้วงที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ก็แต่งตั้ง สุพัฒนพงษ์ พันธุมีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี มาดูแลโครงการนี้ แทน อีกทั้งยังสั่งชะลอโครงการ แล้วมอบให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาดูแลเรื่องนี้แทน ศอ.บต.ที่อยู่ในอำนาจของ พล.อ.ประวิตร ที่เสมือนเป็นการกันพล.อ.ประวิตร และป้องกันไม่ให้ ร.อ.ธรรมนัส เข้ามายุ่มย่าม อีกกรณีหนึ่ง ในระหว่างนี้จะเห็นได้ว่า พล.อ.ประวิตรก็มีการปรับทัพ ของตัวเองโดยการดึงอดีตนายทหารที่เป็นทีมงาน และได้ชื่อว่าเป็นสาย “วงษ์สุวรรณ” ที่เติบโตมาจากแดนบูรพาพยัคฆ์ พล.ร.2 รอ. มาช่วยงานเพื่อเร่งรัดงานในการดูแลพี่น้องประชาชนและการแก้ไขปัญหาให้รวดเร็วขึ้น ทั้งโครงการน้ำ ที่ดิน และ ภาคใต้ จากเดิมที่มี “บิ๊กตู่” พล.อ. กู้เกียรติ ศรีนาคา อดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ. เตรียมทหาร 20 ตอนนี้ มีดึง “บิ๊กป้ำ” พล.อ. นภนต์ สร้างสมวงษ์ อดีตรองปลัดกลาโหม ตท.20 ก๊วนของ พล.อ.ณัฐ มาช่วยงานอีกคน ไม่แค่นั้น ในทางการเมือง พล.อ.ประวิตร ยังให้ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. น้องชายสุดที่รัก มาช่วยทำพื้นที่ภาคอีสาน และให้ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. เทียบ ตท.20 ที่ถอนตัวจากการสมัครชิงผู้ว่าฯกรุงเทพฯ มาเสริมทีม เพราะพล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็ถือเป็นน้องรักสายตรงของ “บิ๊กป๊อด” เลยทีเดียว พล.อ.ประวิตร จึงส่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ลุยทำพื้นที่ในภาคอีสาน ในการไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ในการทำโครงการต่างๆ และแก้ปัญหาให้เร็วขึ้นในฐานะที่เคยเป็น บิ๊กตำรวจเคยอยู่มาทั่วประเทศ และมีลูกน้องอยู่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคอีสาน แม้พล.ต.อ. จักรทิพย์ ยังคงติดเว้นวรรค ทางการเมือง 2 ปี หลังพ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ยังไม่สามารถรับตำแหน่งทางการเมืองได้ ยังเหลืออีกเวลาอีกเกือบหนึ่งปี จึงจะปลดล็อกตัวเองได้ ก็ตาม แต่พล.อ.ประวิตร ก็ตั้งเป็นทีมงานรองนายกฯ และมอบให้คุมพื้นที่ อีสานเหนือ และเสริมทีมขุนพลอีสานให้อีกทั้ง “บิ๊กอี๊ด” พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร (ตท.21) อดีตแม่ทัพภาค 2 ที่เพิ่งเกษียณเติบโตมาจากภาคอีสาน ให้มาช่วยอีกแรง และ “เสธ.ชวน” พล.อ.ธวัชชัย ชวนสมบูรณ์ (ตท.21) อดีตทหารพัฒนา ที่ทำงานในพื้นที่ภาคอีสาน มายาวนาน ในการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังดึง “เสธ.หิ” ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ซึ่งเคยเป็นทีมงานตอนจะลงสมัครชิงผู้ว่าฯกรุงเทพฯ มาช่วยอีกแรง เพราะ ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 25 ของ ร.อ.ธรรมนัส และ เป็นอดีตทหารเสือราชินีที่เติบโตมาจาก ร.21รอ. แม้จะใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตาม นอกจากนั้น พล.อ.ประวิตรยังมีทีมตำรวจและทหาร หน้าห้องที่คอยช่วยงานมายาวนานอีกหลายคน ทั้ง “บิ๊กโอ๋” พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองเลขานุการนายกฯฝ่ายการเมือง “บิ๊กอวบ” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน อดีต ผช.ผบ.ตร. “บิ๊กปู” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรองผบ.ตร. ที่มาดูแลงานการข่าวกรองให้ “บิ๊กจิ๋ม” พล.อ.สุชาติ ผ่องพุฒิ อดีตเจ้ากรมการสื่อสารทหาร “บิ๊กตุ๋ย” พล.ร.อ.พิเชฐ ตานะเศรษฐ อดีตรองปลัดกลาโหม พล.อ.อ.ธนู ปานสุวรรณ พล.อ.อำนาจ รอดสวัสดิ์ อดีต ผอ.อผศ. และ “เสธ.ต๋อง” พล.ต.วิบูลย์ ศรีเจริญสุขยิ่ง อดีต ผบ.พัน ร.มทบ.11 และมี ประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำพล.อ.ประวิตร ที่เป็นมือกฎหมายส่วนตัว ของพล.อ.ประวิตร ในฐานะรองนายกฯ และล่าสุด ดึงเข้าไปช่วยงานพรรคพลังประชารัฐเสริมทีมด้านกฎหมายอีกคน เพราะเป็นที่ไว้วางใจของพล.อ.ประวิตร เนื่องจากทำงานด้วยกันมากว่า 30 ปี แม้ จะมีทีมงานหลายคนแต่งาน ที่พล.อ.ประวิตร ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้รับมอบหมายมีมากมายและครอบคลุมหลายเรื่องเป็นคณะกรรมการเป็น 100 ชุด ทีมงานแต่ละคนจึงมีงานล้นมือ แต่ก็พร้อมช่วย พล.อ.ประวิตรในทุกด้าน ทั้ง งานในหน้าที่ การแก้ปัญหาให้ประชาชน และ ศึกการเมือง เสริมทีมมาขนาดนี้ พล.อ.ประวิตร คงไม่ยอมถอยออกจากการเมืองง่ายๆ และที่เคยคิดว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แค่ชั่วคราว ก็อาจจะไม่ใช่แล้ว ในเมื่อความสัมพันธ์ของพี่น้อง 3 ป. เปลี่ยนไป สถานการณ์เปลี่ยน กลยุทธ์ก็ต้องเปลี่ยน