นายกฯ ย้ำรบ.ตระหนักสิทธิมนุษยชน ลั่นวิกฤตินี้ไทยต้องรอด ยึดหลักการทำงานแบบ win-win

การเมือง31 ส.ค. 2563 • 14:13 น.
นายกฯ ย้ำรบ.ตระหนักสิทธิมนุษยชน ลั่นวิกฤตินี้ไทยต้องรอด ยึดหลักการทำงานแบบ win-win
เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ห้องเอสแคป ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา Global Compact Network Thailand และกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “วิถีคิดผู้นำในสถานการณ์วิกฤติ ประสบการณ์จากสถานการณ์ โควิด-19”ในงานสัมมนา “วิถีคิดผู้นำสู่ความยั่งยืนภายใต้ชีวิตวิถีใหม่”ในโอกาสการฉลองครบรอบ 20 ปีการจัดตั้งโกลบอลคอมแพ็กภายใต้สหประชาชาติว่า ตนตระหนักดีว่า“สิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของสังคมและธุรกิจ”การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นหลักการที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญและปฏิบัติ รัฐบาลของตนจึงสนับสนุนให้ภาคเอกชนประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมุ่งหวังแต่ผลกำไรเพียงอย่างเดียวและภูมิใจที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติ
ว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (National Action Plan: NAP) เมื่อปี 2562 บน 3 เสาหลัก คือ คุ้มครอง เคารพ และเยียวยา ตนหวังอย่างยิ่งว่า ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าวให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนและสังคมไทยลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นายกฯกล่าวว่า วิกฤติโควิด-19 เป็นวิกฤติระดับโลก เราไม่เคยประสบวิกฤติการณ์ที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง เราต้องปรับตัวทั้งในการใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจให้เป็นไปในรูปแบบ “New Normal” หรือ “วิถีปกติใหม่” ต้องผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมวางอนาคตประเทศ เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลจัดตั้ง“คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” เพื่อทำหน้าที่ติดตาม เร่งรัด ช่วยเหลือเยียวยา และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาประชาชนระดับพื้นที่ และจะเปิดให้มีประเมินผลงานภาครัฐ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตัวจริง เพื่อกำจัดสิ่งที่ทำแล้วไม่มีประโยชน์ต่อประชาชนออกไปให้ได้มากที่สุด และจะกำหนดนโยบายสำคัญเร่งด่วน ตน ทุกคนในรัฐบาล และทีมงานข้าราชการทุกกระทรวงฯ จึงพยายามทำงานอย่างสุดความสามารถเพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนให้ดีที่สุด และวิกฤตการณ์โควิด-19 ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งประเทศไทยโชคดีที่มี “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวทางการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้าง
ความเข้มแข็งจากภายในและฐานราก ทุกภาคส่วนจะต้องรวมพลังกันเพื่อ “รวมไทยสร้างชาติ” ท่ามกลางวิกฤตินี้ “เราจะต้องรอด และวันหน้า เราต้องเข็มแข็งกว่าเดิม”พวกเราคนไทยจะฝ่าฟันไปด้วยกัน"รวมถึงได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากมิตรประเทศ ตนขอใช้โอกาสนี้ยืนยันว่า ไทยยึดมั่นในระบบพหุภาคี หลักค่านิยมสากล และการส่งเสริมความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศ สิ่งที่พูดมาวันนี้ ทุกอย่างก็ครอบคลุมนโยบายรัฐบาลในการฟื้นฟูประเทศให้กลับมาดีกว่าเดิม ประเด็นสำคัญหลัก ๆ ที่เน้นย้ำ มี 2 อย่างที่กล่าวไป คือ “การพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และ “การระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนประเทศ”การพัฒนาของเราจะครอบคลุม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทำงานแบบ win-win ยึดมั่นในระบอบพหุภาคี และความร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ นายกฯกล่าวว่า เมื่อเราเริ่มทำงานในแบบใหม่ๆอาจจะมีเสียงคัดค้าน หรือมีการวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้น ตนพร้อมจะรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกคน โดยเฉพาะเยาวชน เพราะตนเชื่อมั่นว่า เราต่างมีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยไปในทางที่ดีขึ้น ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนร่วมภารกิจ “รวมไทยสร้างชาติ” ไปพร้อม ๆ กัน ผมมั่นใจว่า วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้จะช่วยให้ประเทศไทยของเรายิ่งแข็งแกร่ง มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้นกว่าเดิม และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนประชาคมโลกเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราทุกคน ทั้งคนไทย ประเทศไทย และทุกประเทศทั่วโลก จะต้องร่วมแรงร่วมใจกัน คิดใหม่ ทำใหม่ สร้างสรรค์วิธีการทำงาน และวิถีชีวิตแบบใหม่ เพื่อที่เราจะสามารถก้าวข้ามวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน