นายกฯห่วงฉลองสงกรานต์/โควิดป่วยพุ่ง
"นายกฯ" เป็นห่วงช่วงเทศกาลสงกรานต์ ย้ำสธ.ทั่วประเทศเร่งฉีดวัคซีนป้องกันผู้สูงอายุ เหตุลูกหลานกลับบ้าน หวั่นติดเชื้อ "ศบค."พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 25,164 ราย เสียชีวิต 80 ราย
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 23 มี.ค.65 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นห่วงช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันหยุดต่อเนื่องและตรงกับช่วงเวลาพักผ่อนกับครอบครัวที่ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งใจใช้ช่วงเวลานี้เดินทางกลับบ้านเพื่อพบปะญาติพี่น้อง ร่วมทำบุญ และพักผ่อน จึงขอเน้นย้ำสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในผู้สูงอายุเพื่อต้อนรับ ลูกหลาน กลับบ้านอย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมฝากไปถึงผู้ที่วางแผนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้ปฏิบัติตนตามมาตรการ COVID Free Personal ตรวจ ATK ก่อนเดินทาง
นายธนกร กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่ผ่านมา ได้มีมาตรการช่วงเทศกาลโดยในพื้นที่จัดงานสงกรานต์ที่มีการควบคุม อนุญาตให้เล่นน้ำและจัดกิจกรรมตามประเพณีเช่น รดน้ำดำหัว สรงน้ำพระ การละเล่น การแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ขบวนแห่ การแสดงดนตรี โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และมีการกำกับอย่างเคร่งครัด แต่ห้ามปะแป้ง ปาร์ตี้โฟม จำหน่ายและบริโภคแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน ในส่วนพื้นที่สาธารณะไม่มีการควบคุมเช่น ท้องถนน หรือพื้นที่สาธารณะทั่วไป ยังไม่อนุญาตให้เล่นน้ำ ปะแป้ง และปาร์ตี้โฟม
"นายกฯ ยังให้ความสำคัญในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19 ก่อนและหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างใกล้ชิด ขอให้ทุกฝ่าย ทุกคนร่วมมือเพื่อเปลี่ยนกำลังเล็กๆ ให้เป็นพลังสำคัญที่ช่วยควบคุมโรคและทำให้โควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น เพื่อที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกับโรคด้วยความปลอดภัยได้" นายธนกร กล่าว
ด้าน ศูนย์ข้อมูลCOVID-19 รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 25,164 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 25,116 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 48 ราย ติดเชื้อในประเทศ (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพสูงถึง 24,934 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 139 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 43 ราย) รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 รวม 3,423,956 ราย อย่างไรก็ตามหากรวมยอดผู้ป่วยจากการตรวจ ATK จำนวน 26,812 ราย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะมี 48,194 ราย
ส่วนผู้เสียชีวิตรายวันอีก 80 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 24,497 ราย หายป่วย 24,770 ราย รวมยอดรักษาหาย 3,162,331 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 237,128 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.63,396 ราย ในรพ.สนาม/HI-CI 173,732 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,496 ราย (จากเมื่อวาน1,484 ราย) ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 562 ราย (จากเมื่อวาน 532 ราย)
สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต จำนวน 80 ราย พบเป็นคนไทย 78 ราย เวียดนาม 1 ราย ไม่ระบุ 1 รายเพศชาย 42 ราย เพศหญิง 38 ราย อายุ 2 เดือน-95 ปี พบทุกภาคทั่วไทยโดยเสียชีวิตมากสุดใน กทม.12 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิต 80 ราย พบ 59 รายอายุ 60 ปีขึ้นไป และอายุน้อยกว่า 60 ปี แต่มีโรคเรื้อรัง 15 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 6 ราย ส่วนผู้ป่วยติดเตียงยังมีการรายงานเสียชีวิตต่อเนื่องวันนี้พบสูงถึง 8 ราย