พปชร.ย้ำไม่เอาพรรคชังชาติ
บิ๊กตู่นำทัพ รทสช.หาเสียงพิษณุโลก ประชาชนแห่ให้กำลังใจแน่น "ลุงป้อม" เปิดใจกลุ่มเยาวชนชอบทำมากกว่าพูด-ลั่นพร้อมทำงานตอบแทนแผ่นดิน ชวนก้าวข้ามความขัดแย้ง ทำเอาแฟนคลับปลื้ม ประทับจับลุงป้อมใจดี "วิรัช"เมินผลโพล โว"พปชร."ของจริง หักปากกาเซียนมาทุกรอบ "สกลธี" ย้ำจุดยืน "พปชร." ไม่ร่วมงาน "พรรคชังชาตินโยบายทำลายศก.
เมื่อวันที่ 23 เม.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามบินดอนเมือง ว่า เมื่อเวลา 08.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ซึ่งจะเดินทางไปยัง จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยสมาชิกพรรคหาเสียง
ในขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางมาเพื่อขึ้นเครื่องไป จ.เชียงราย เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียงเช่นกัน ได้พบปะทักทายกันบริเวณประตูทางออกที่ต่างคนต่างจะไปขึ้นเครื่อง พร้อมกับได้เจอ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ด้วย อย่างไรก็ตามมีประชาชนทั่วไปให้ความสนใจ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์และนายวราวุธขอถ่ายภาพรวมไว้เป็นที่ระลึก โดยนายกฯได้อวยพรนายวราวุธว่าขอให้โชคดี
เวลา 10.15 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค, นายธนกร วังบุญคงชนะ, นายจุติ ไกรฤกษ์, นายอนุชา บูรพชัยศรี รองหัวหน้าพรรค และคณะเดินทางมาถึง จ.พิษณุโลก โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางเข้าไปสักการะพระพุทธชินราชวัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลปรากฏว่ามีแฟนคลับลุงตู่มารอ ถ่ายรูปด้วยจำนวนมากภายในพระอุโบสถ รวมถึง นาคนิรันดร์ น้อยป้อม ที่กำลังจะอุปสมบท ขณะที่ด้านนอกพระอุโบสถก็มีผู้สนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติมายืนถือป้ายเชียร์และตะโกน "ลุงตู่สู้ๆ" "ลุงตู่อยู่ต่อ" เป็นระยะๆ พร้อมกับรอถ่ายรูปด้วยจำนวนมากด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสแม้อากาศร้อนอบอ้าว
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์นำนายพีระพันธุ์พร้อมแกนนำพรรคและผู้สมัครส.ส.พิษณุโลกสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรรมหาราช โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้ถวายเครื่องไหว้สักการะและดาบคู่ พร้อมทั้งบอกให้ประชาชนช่วยกันรักษาสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้อยู่คู่กับบ้านเมืองตลอดไป
สำหรับ จ.พิษณุโลก มีผู้สมัคร ส.ส.จำนวน 5 คน 5 เขต ได้แก่ เขต 1 นายธนิท กิตติจารุรักษ์ เบอร์ 6, เขต 2 นายพัฒณปกรณ์ ดอนตุ้มไพร เบอร์ 5,เขต 3 นายพงษ์มนู ทองหนัก เบอร์ 5,เขต 4 นางสาวณัฏฐปีญา แครบทรี เบอร์4 และเขต 5 พ.ต.อ.ธรธวัช แจ่มอุดมโชตเบอร์ 3
ด้าน นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)กล่าวถึงนโยบายแจก 3 หมื่นบาท ให้เกษตรกร 8 ล้านราย ว่า ไม่ใช่นโยบายใหม่ แต่เป็นเพียงการเพิ่มวงเงินให้กับเกษตรกร เป็นทุนในการทำนา ทำไร่ เมื่อถามว่า การออกมาในช่วงนี้มันคล้ายกับต้องการมาตัดหน้านโยบาย 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย นายวิรัช กล่าวว่า การจะออกก่อนหรือออกหลัง ไม่สำคัญ แต่ถ้าไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน ไม่มีรายละเอียดมันก็ใช้ไม่ได้หรอก พร้อมตั้งคำถามถึงธนาคารแห่งประเทศไทยว่าทำอะไรอยู่เพราะนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทออกมา 3 อาทิตย์แล้ว แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวว่าเรื่องนี้สามารถทำได้หรือไม่ขอให้ออกมาตอบให้สังคมว่าสามารถใช้ได้หรือไม่ได้ เพราะหากไปถามเพื่อไทยเดี๋ยวก็จะมีเงินสกุลใหม่ออกมาอีก แต่ขอไม่ประเมินว่านโยบายนี้จะไปรอดหรือไม่รอด
นายวิรัช กล่าวว่า ตนไม่กังวลที่โพลบางสำนัก ประเมินว่า พรรคพลังประชารัฐจะได้เก้าอี้ส.ส.แค่ 35 ที่นั่ง ไม่ขอพูดอะไรมาก เพราะเรามาจากของจริง และทำโพลของตัวเองมาตลอด โคราช อย่างน้อยก็ 12 คนแล้ว เมื่อถามว่า ในโพลระบุพลังประชารัฐจะได้อีสานแค่ 2 เก้าอี้นายวิรัช ตอบว่า ส่วนตัวตอนนี้เฉยๆ แล้วรอวันที่ 14 พ.ค.ดีกว่า เพราะหักปากกาเซียนมาทุกรอบอยู่แล้ว
นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหาร และหัวหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดเช้าศิริเกษม หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแคกทม.ร่วมกับนายเอกชัย ผ่องจิตร์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 29 (บางแค-หนองแขม)หมายเลข 7 เพื่อพบปะประชาชน พร้อมชูนโยบายพัฒนาพื้นที่และแก้ไขการจราจร
นายสกลธี กล่าวว่า บริเวณจุดนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ในเขตบางแค เป็นหมู่บ้านยุคเก่าที่ปัญหาส่วนใหญ่คือบางจุดยังเป็นที่ของเอกชน ไม่ได้ยกให้เป็นที่สาธารณะ ทำให้ทาง กทม.ไม่สามารถเข้ามาพัฒนาดูแลในส่วนนี้ได้อย่างเต็มที่อีกทั้งท่อระบายน้ำยังมีขนาดเล็ก ซึ่งในส่วนนี้ทางพรรคจะใช้งบประมาณส่วนกลางเข้ามาดูแลในจุดนี้ อีกปัญหาคือการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางไปสถานีรถไฟฟ้า ปัจจุบันส่วนใหญ่ยังใช้รถส่วนตัวกันอยู่ ทำให้การจราจรติดขัด ในส่วนนี้ต้องมีขนส่งสายรอง (Feeder) ที่สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ เพื่อรับส่งประชาชนในอยู่บ้านย่านนี้กว่าหมื่นครัวเรือน เชื่อมระบบขนส่งสาธารณะ ไปยังสถานีรถไฟฟ้า ในส่วนของสาธารณสุขในพื้นที่นี้มีโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ของกทม.อยู่ แต่ไม่มีรถเมล์รถสาธารณะผ่านทั้งที่เป็นโรงพยาบาลใหญ่รับผิดชอบดูแลพี่น้องถึง 5 เขต จึงจำเป็นต้องปรับเส้นทางรถ ขสมก.ให้สอดคล้องกับความจำเป็นของประชาชนมากขึ้น
"การลงพื้นที่วันนี้ได้รับการตอบรับของประชาชนเป็นอย่างดี เพราะคุณเอกชัยผู้สมัครของเราลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาโดยมาตลอด ทั้งนี้ทางพรรคมั่นใจในคุณสมบัติของผู้สมัครทุกคนที่พรรคเลือกมาว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีทุกคน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกลุ่มคนมาป่วนเวทีปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐและไปช่วยพรรคก้าวไกลหาเสียงนั้นนายสกลธี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ย้อนแย้งเพราะคนบางกลุ่มอยากให้มีประชาธิปไตยแต่ไปรบกวนการหาเสียงของพรรคการเมืองอื่น ตนมองมองว่าวันนี้ประเทศเข้าสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเต็มที่ ทุกคนลงเลือกตั้งด้วยกติกาเดียวกันก็ควรแข่งกันตามกติกาหมดเวลาปั่นวาทกรรมพรรคทหาร ฝ่ายเผด็จการแล้ว ให้ประชาชนตัดสินใจดีกว่าว่าอยากให้ใครเข้ามาดูแลมากกว่ากัน
"จุดยืนของพรรคพลังประชารัฐคืออยากก้าวข้ามความขัดแย้ง เราอยากเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่าย อยากให้การหาเสียงของแต่ละพรรคเป็นไปด้วยดี ไม่มีการปะทะกันระหว่างพี่น้องประชาชน ให้ทุกคนรักกันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไปรวมกับใครก็ได้ เราก็มีจุดยืนเรื่องชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าพรรคไหนแนวทางไม่ตรงกัน ก็รวมกันไม่ได้ และพรรคที่มีนโยบายทำลายเศรษฐกิจ เราก็รวมด้วยไม่ได้เช่นกัน" นายสกลธี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก FC ลุงป้อม โพสต์คลิปตัวแทนเยาวชนจากสภาพัฒนาเยาวชนกรุงเทพฯ และเยาวชนกลุ่มสิทธิพลเมืองและสิทธิประชาธิปไตย พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ผ่านวิดีโอคอล เนื่องจาก พล.อ.ประวิตรเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีบางซื่อ-นครราชสีมาเพื่อไปปราศรัยหาเสียงให้พรรคพลังประชารัฐที่ จ.นครราชสีมา
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรใช้เวลาช่วงที่เตรียมตัวก่อนขึ้นปราศรัยวิดีโอคอลกับตัวแทนเยาวชนทั้งสองกลุ่ม โดยตัวแทนเยาวชนแจ้งกับ พล.อ.ประวิตร ว่าวันนี้คนรุ่นใหม่สนใจการบริหารจัดการน้ำรวมทั้งมอตโต้ "มีลุง ไม่มีแล้ง" ของ พล.อ.ประวิตร รวมถึงนโยบายการส่งเสริมซอฟต์เพาเวอร์ของประเทศในมุมมองของ พล.อ.ประวิตร รวมทั้งติดตามการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตรในช่วงนี้ว่า ไม่มีครอบครัวและพร้อมทำงานให้บ้านเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรีที่ต้องดูแลคนไทยทั้งประเทศ ขอถามว่า พล.อ.ประวิตรจะทำได้หรือไม่
ทำให้ พล.อ.ประวิตรกล่าวแบบยิ้มๆว่า "โอ้โห การที่ผมไม่มีภรรยาและครอบครัวนั้น ผมไม่ได้นำภรรยามาช่วยบริหารประเทศ ตรงนี้ผมตัวเบาเพราะสามารถบริหารระบบภาพรวมของประเทศได้โดยไม่จำเป็นต้องมีภรรยามาช่วย เห็นได้จากในการบริหารจัดการในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. และคนที่จะเป็นนายกฯนั้น ต้องมองว่าคนไทยเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว การก้าวข้ามความขัดแย้งนั้นผมต้องการให้คนไทยรักเป็นหนึ่งเดียวและสามัคคีกันในความคิดทางการเมืองของแต่ละคนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งและมีวาระอะไรก็ไปคุยกันในรัฐสภา"
นอกจากนี้ ตัวแทนเยาวชนถามว่าพล.อ.ประวิตรรับราชการทหารมาทั้งชีวิตแล้วมาทำงานการเมืองในตำแหน่งรองนายกฯ, รมว.กลาโหม และรักษาการนายกฯ รวมทั้งจะเป็นแคนดิเดตนายกฯด้วย มีความแตกต่างอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "จะได้เป็นนายกฯหรือไม่ อยู่ที่พวกน้องๆว่าเลือกหรือไม่
หากไม่เลือกก็ไม่ได้เป็น แต่มั่นใจว่าหากจะให้ลุงเป็นนายกฯ ก็มั่นใจว่าจะบริหารประเทศให้คนไทยมีความสุขและเจริญได้ในอนาคต"
ตัวแทนเยาวชน ถามว่า ปฏิเสธการดีเบตและไม่ค่อยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว เพราะชอบทำมากกว่าพูด หรือชอบพูดมากกว่าทำ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า "ผมชอบทำมากกว่าพูด" ตัวแทนเยาวชน ถามว่า การทำงานในวันนี้ทำไปเพราะอยากทำหรือทำด้วยเหตุผลอื่นพล.อ.ประวิตร ตอบว่า "ผมทำงานเพราะเป็นคนไทยคนหนึ่ง เกิดมาเพื่อแผ่นดินของบรรพบุรุษและรักษาแผ่นดินที่ต้องตอบแทนบุญคุณ ผมทำงานวันนี้เพื่อสถาบันและประชาชน ผมพร้อมและจะทำงานได้ เพราะมีใจบันดาลแรง"
ทั้งนี้เยาวชนแจ้งกับตัวแทนเฟซบุ๊กFC ลุงป้อม ว่า ติดตามเพจการเมืองอื่นๆและติดตามเพจเฟซบุ๊ก FC ลุงป้อมมาระยะหนึ่งเพื่อติดตามข่าวสารและกิจกรรมของ พล.อ.ประวิตร จนได้เห็น พล.อ.ประวิตรในอีกมุมมองหนึ่ง เพราะเพจนี้ได้รายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร ไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และมีการพูดคุยกับประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งๆ ที่ช่วงเวลาเดียวกันนั้นพล.อ.ประวิตรมีภารกิจในพื้นที่หนึ่ง แต่กลับวิดีโอคอลไปยังอีกพื้นที่ได้ในเวลาเดียวกัน และ พล.อ.ประวิตรยังพูดคุยกับประชาชนได้ทันที
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเยาวชนยอมรับว่าก่อนหน้านี้พวกตนบูลลี่ภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประวิตร แต่เมื่อได้ติดตามเพจและได้พูดคุยกับเฟซบุ๊ก FC ลุงป้อมเพื่อขอพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรทำให้ประทับใจเพราะไม่คิดว่าจะได้นัดคุยจริงๆ ที่สำคัญ พล.อ.ประวิตรใจดีอบอุ่น ทำให้พวกตนยิ้มและหัวเราะได้
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง "คนศรีสะเกษเลือกพรรคไหน" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-19 เม.ย.66 จากประชาชนที่มีอายุ18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน จ.ศรีสะเกษ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 600 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคนจังหวัดศรีสะเกษเลือกพรรคไหน
จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่คนศรีสะเกษจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯในการเลือกตั้งครั้งนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 47.67 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊ง) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย)อันดับ 2 ร้อยละ 16.50 ระบุว่าเป็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล)อันดับ 3 ร้อยละ 10.50 ระบุว่าเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน (พรรคเพื่อไทย)อันดับ 4 ร้อยละ 7.33 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 5 ร้อยละ 5.17 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 6 ร้อยละ3.17 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 7 ร้อยละ 3.00 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)อันดับ 8 ร้อยละ 2.33 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ9 ร้อยละ 1.50 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่านศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 10 ร้อยละ1.00 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) และร้อยละ1.83 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) น.ส.กัญจนาศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) และไม่ตอบ/ไม่สนใจ
สำหรับพรรคการเมืองที่คนศรีสะเกษจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขตพบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 67.17 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ 15.83 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ 3 ร้อยละ5.50 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติอันดับ 4 ร้อยละ 4.50 ระบุว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 2.00 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 6 ร้อยละ 1.67 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 1.17 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 8 ร้อยละ 1.00 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 1.16 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้าพรรคพลังประชารัฐ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี และพรรคสร้างอนาคตไทย
ส่วนพรรคการเมืองที่คนศรีสะเกษจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 64.67 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 ร้อยละ16.33 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล อันดับ3 ร้อยละ 6.17 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 3.83 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 6 ร้อยละ 2.17 ระบุว่าเป็นพรรคไทยสร้างไทย อันดับ 7 ร้อยละ1.33 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์อันดับ 8 ร้อยละ 1.00 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ และร้อยละ 2.00 ระบุอื่น ๆ