“ชัชวาลล์ คงอุดม” “อย่าเลือกตั้ง โดยการเลือกข้าง ประเทศจะไปไม่รอด”
หมายเหตุ : “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “ชัชวาลล์ คงอุดม” หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. ที่เต็มไปด้วยสีสัน อันเข้มข้นจากทุกพรรคการเมือง ที่ประกาศตัวลงสนามเลือกตั้งในครั้งนี้ รวมทั้งยังเปิดใจหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทถึงเหตุผลว่าเพราะอะไรประชาชนจึงต้องตัดสินใจเลือกพลังท้องถิ่นไท เข้าไปทำหน้าที่ ในครั้งนี้
-แผนการหาเสียงของพรรคพลังท้องถิ่นไท ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 24 มี.ค.เป็นอย่างไร
หมัดเด็ดของเรา คือการที่ผู้สมัครของพรรคใช้วิธีหาเสียงเข้าไปเคาะถึงประตูบ้าน พี่น้องประชาชน ผู้สมัครต้องขยันเดินหาเสียง โดยเฉพาะในพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ นั้นพบว่าแต่ละเขตเลือกตั้งมีพื้นที่ที่ห่างไกลกันมาก บางจังหวัด บางอำเภอ ห่างกันถึง100 กิโลเมตร อย่างล่าสุดที่เราได้ลงไปหาเสียงที่จ.อุดรธานี ที่หนองวัวซอ ผู้สมัครของพรรคเรา มีพื้นที่ห่างกันกว่า 100 กิโลเมตร ผู้สมัครก็เหนื่อยหน่อย แต่เราต้องขยัน เพราะพรรคเราตั้งใจเอาไว้แล้วว่า เราต้องการที่จะทำการเมืองสะอาด ไม่ต้องการให้มีการใช้เงินใช้ทองเพื่อซื้อเสียง
แต่เท่าที่เราได้รับฟังมา ก็พบว่าไม่ใช่ เพราะหลายพรรคมีการใช้เงินกันแล้ว อย่างน้อยๆหัวคะแนนระดับที่มีพลังในพื้นที่ ก็รับเงินคนละหมื่นบาทแล้ว ไหนจะต้องหาหัวคะแนนมาช่วยอีก ซึ่งได้ข่าวว่าหมดเงินไปกันจำนวนมาก
- แม้เราจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉบับปราบโกง มีกฏกติกามากมาย แต่เรื่องของ “คืนหมาหอน” ก็ยังแก้ไขกันไม่ได้
ไม่มีทางเลย เพราะเหตุการณ์คืนหมาหอน มีมาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการเก็บบัตรประชาชน ตามที่เป็นข่าว ทำให้การเมืองก็อยู่แบบเดิม ดังนั้นพรรคเราจึงพยายามจะชี้ให้ประชาชนได้เห็นว่าถ้าเลือกพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมในลักษณะเช่นนั้นแล้ว คุณคิดว่าพรรคนั้นจะสามารถไปบริหารประเทศได้หรือไม่ แม้จะเสียงข้างมากก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้
เวลานี้เราชี้ให้ประชาชนเห็นว่า มีการบอกว่าตัวเองเป็นกลุ่มฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนอีกกลุ่มเป็นเผด็จการ เราจึงอยากเตือนประชาชนว่า อย่าเลือกเพราะเป็นการเลือกข้าง เพราะหากตัดสินใจเลือกตั้ง ด้วยการเลือกข้าง ในที่สุดแล้วเมื่อฝ่ายหนึ่งได้เสียงส.ส.เข้ามามาก แต่ก็จะตั้งรัฐบาลไม่ได้ สมมติว่าพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยได้ส.ส.270 กว่าที่นั่งขึ้นไป แต่ก็ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะฝ่ายที่เรียกว่าเป็นเผด็จการยังมีเสียงอยู่ในมือจาก 250 สว. รอตุนอยู่แล้วในวุฒิสภาสูง
กับในอีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นพรรคการเมืองหนึ่ง ที่อาจจะได้ที่นั่งส.ส.น้อยกว่า แต่สามารถตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากมี 250 สว.เป็นทุนอยู่ในมือเอาไว้แล้ว แต่ปัญหาจะไปอยู่ที่เมื่อไหร่ที่ถึงปีงบประมาณ จะต้องมีการของบประมาณเพื่อนำไปใช้จ่ายให้กับประเทศชาติ ก็จะไม่ผ่านความเห็นชอบจากอีกฝ่าย ซึ่งจะต้องมาเลือกตั้งกันใหม่
“ผมพยายามชี้ให้เห็นว่า ถ้าเลือกตั้งแล้ว พรรคพลังท้องถิ่นไท เรารู้จักกับทุกคน ทุกพรรค ทุกฝ่าย รู้จักกับหัวหน้าพรรคหลายท่าน บางคนก็คุ้นเคยกันมานาน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน เราก็สามารถพูดคุยได้กับทุกฝ่าย และหากเราเป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนเรื่องของการปรองดอง เราจะใช้ งาน ใช้ภารกิจ ต่างๆ โดยจะมีงบประมาณ ลงไปให้แต่ละท้องถิ่น แต่ละตำบลๆละ 60ล้านบาทเพื่อใช้สำหรับโครงการต่างๆ ที่จะช่วยพี่น้องประชาชน
หรือกรณีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ก็จะมีเงินงบประมาณก้อนหนึ่ง ประมาณ20 ล้านบาทเพื่อที่จะไปดูแลเรื่องของการสร้างงาน โดยอาจจะไปจ้างงานผู้ที่อยู่ในตำบลนั้นๆ ในหมู่บ้านนั้นๆเพื่อให้ไปดูแลผู้สูงอายุ โดยมีค่าจ้างเป็นรายวันให้ ถือเป็นการสร้างงาน เป็นการหมุนเงินออกมาใช้ได้
กรณีที่ทำนาแล้ว มีผลผลิตออกมา เมื่อมีเงินหมุน ก็จะสามารถมาซื้อข้าวได้ ไม่ต้องไปง้อใครเพื่อที่จะให้มากดราคาชาวนา นอกจากนี้พรรคเรายังมีนโยบายที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยจะรวมไปถึงการดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เช่นบ้านพัง ก็ใช้งบจุดนี้ไปช่วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือนายกอบจ. นายกเทศมนตรี ก็จะรู้ว่าบ้านไหน ยากจนจริง ก็จะทำให้การช่วยเหลือดำเนินไปอย่างตรงเป้าหมาย และทำได้จริง เงินงบประมาณก็จะไม่มีรั่วไหลออกไปไหน ซึ่งการทุจริตคดโกงก็คงจะทำได้ยาก เนื่องจากมีคณะกรรมการจากกำนัน -ผู้ใหญ่บ้าน , อบจ. จากเทศบาล และจากอสม.มาช่วยกัน เพื่อที่จะทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและตรงจุด
- การลงพื้นที่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ได้มองเห็นถึงความตื่นตัวของประชาชนต่อการเลือกตั้งรอบนี้มากน้อยแค่ไหน
พบว่าประชาชนทางภาคใต้มีความตื่นตัวชัดเจนมากกว่าภาคอื่น ๆ เวลาเราไปปราศรัย ประชาชนจะกระตือรือล้นมาฟังกัน โดยที่เราไม่ต้องไปจัดฉากอะไรเลย ส่วนทางภาคอีสาน เราไปเปิดเวทีปราศรัยกลางแจ้ง ก็มีประชาชนให้การต้อนรับ มาฟังกันมากพอสมควร
คนส่วนใหญ่ก็จะรู้ว่าเราได้ทำอะไรให้กับสังคมบ้าง ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผมเอง ผมช่วยคนมาขนาดไหน เราก็คิดว่าคะแนนที่พรรคเราจะได้นั้น คือคะแนนที่มีความบริสุทธิ์ จริงๆ
การหาเสียงครั้งนี้ ผมคิดว่าเราต้องใช้สิ่งที่เราทำมา เพื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่าเราทำอะไรไปบ้าง เงินส่วนของเรา เรายังกล้านำไปช่วยเหลือผู้คน ส่งเสริมสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ ซึ่งผมส่งเรียนจบการศึกษามาแล้ว 190 คน ซึ่งคนเหล่านั้นก็เป็นทั้งแพทย์ วิศวะ อาจารย์มหาวิทยาลัย และถ้าเราได้มีโอกาสเข้าไปทำงานบริหารประเทศให้กับพี่น้องประชาชน ก็ยืนยันได้ว่าเราไม่มีทางที่จะเข้าไปเอาเงินรัฐไปทำอะไรที่เสียหาย เพราะขนาดเงินของเราเอง เรายังกล้านำไปช่วยเหลือคนอื่นมาตลอดชีวิตของเราได้ เราไม่คิดว่า เมื่อเข้าไปแล้วจะต้องไปเรียกคืนหรือจะไปเอาเงินใต้โต๊ะ
-น่าจะพูดได้ว่านี่คือจุดแข็งของพรรคพลังท้องถิ่นไท ในแง่ที่นำเสนอ ผลงานจากสิ่งที่หัวหน้าพรรคได้ทำมาตลอด
เราสร้างคนมาจริงๆ เราได้ช่วยเหลือคนจนมาโดยตลอด เราเห็นใครเดือดร้อนเราก็ช่วยเหลือ ใครไม่มีเงินเรียนหนังสือ เราก็ส่งเสริมให้ทุนการศึกษา เราถือว่าเราสร้างคน รวมทั้งยังได้ปลูกบ้านให้คนอยู่โดยไม่คิดค่าเช่ามานานกว่า 40ปีแล้ว
ดังนั้นเราตั้งใจเอาไว้แล้วว่า ถ้าได้มีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ หากประชาชนเลือกพรรคเรา เราจะจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณลงไปยังท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ตามนโยบายที่พรรคได้หาเสียงเอาไว้คือการจัดสรรเงินให้ตำบลละ 60 ล้านบาท ก็สามารถทำได้ กรณีที่ท้องถิ่นจะต้องได้งบประมาณประมาณ35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากได้งบประมาณอย่างเต็มที่
- ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าชื่อและภาพจำของพรรคพลังท้องถิ่นไท สามารถเป็นที่รู้จัก อย่างกว้างขวาง ทั้งที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องยอมรับว่ามีพรรคการเมืองลงสนามมากที่สุด เราคิดว่ามาจากอะไร
พรรคเราเป็นพรรคการเมืองที่สมาคมอบต.แห่งประเทศไทย , กำนันผู้ใหญ่บ้าน , กลุ่มชนชาติพันธุ์และมีเทศบาลมาร่วม ซึ่งจุดนี้ทำให้มีการกระจายกันออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนรู้ดีว่าต้องช่วยกัน เพราะผมเข้ามาทำเพื่อประเทศ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง และหากสนับสนุนให้ผม คือหัวหน้าพรรคได้เข้าไปบริหารประเทศแล้ว ในส่วนของท้องถิ่นเองก็จะผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ ส่วน อะไรที่เป็นปัญหา อะไรที่ติดขัด ก็จะเร่งแก้ไข
-การหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย พบว่าหลายพรรคประกาศเลือกข้างชัดเจน ประกาศท่าทีว่าใครจะหนุนหรือไม่หนุนใคร เรามองว่าจากบรรยากาศและสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่ความขัดแย้งถึงหลังการเลือกตั้งได้ด้วยหรือไม่
ประเด็นเหล่านี้ จึงทำให้เราต้องบอกกับประชาชนว่าอย่าเลือกตั้ง โดยการเลือกข้าง เพราะถ้าเมื่อไหร่เลือกข้างประเทศจะไปไม่รอดแน่นอน เมื่อเลือกอีกฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายก็ไม่ยอมอยู่ดี พอถึงเวลาในการพิจารณางบประมาณเพื่อลงมาพัฒนาประเทศ งบประมาณก็ไม่ผ่านอีกฝ่าย
ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ว่า แม้ท่านจะตั้งรัฐบาลได้ แต่เมื่อไปถึงการพิจารณางบประมาณ แล้วไม่ผ่านขึ้นมาก็จะต้องมีปัญหาตามมาอีก ผมถึงบอกว่า เราอยู่ตรงนี้ เรารู้จักหมด แม้แต่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เองผมก็รู้จัก ท่านทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯผมก็รู้จัก ตอนที่ท่านทักษิณ ตั้งพรรคการเมืองใหม่ๆก็ได้โทรมาหาผม นัดทานข้าวด้วยกัน ผมก็เคยช่วยเหลือเพราะเห็นว่าเขาเป็นคนเก่ง คิดว่าในตอนนั้นจะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ เราไม่เคยคิดเอาผลประโยชน์
ดังนั้นใครก็ได้ ที่จะเข้ามาทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เราสามารถไปร่วมกันทำงานได้หมด แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือหากมีการเลือกข้างกันแล้ว แต่ไปไม่รอด ก็ขอให้เลือกเรา เพราะถ้าเลือกเราแล้ว เราสามารถไปเชิญทุกคน ทุกพรรคมาร่วมกันทำงานบริหารประเทศได้ แต่ถ้าเราได้เพียง 20-30 เสียง พรรคเราไม่สามารถเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่อะไรที่จะทำให้ประเทศชาติ เดินหน้าไปได้ เราก็จะต้องทำ ผมเอาประโยชน์ชาติเป็นหลัก ผมไม่ได้มองประโยชน์ของตัวเอง
- การหาเสียงของผู้สมัครพรรคพลังท้องถิ่นไท จะไม่เน้นการโจมตี คู่แข่ง
สิ่งที่สำคัญ คือเราต้องบอกว่าเราจะทำอะไรให้กับประเทศชาติได้บ้าง มากกว่าที่จะไปพูดถึง หรือวิพากษ์วิจารณ์ใคร เรามีเป้าหมายที่อยากจะเข้าไปทำงานให้กับประเทศชาติเท่านั้นเอง เราเป็นห่วงประเทศ ชีวิตวันนี้เราก็อายุ 70 กว่าปีแล้ว จะไปทะเลาะกับใครก็คงไม่มีประโยชน์
-ภายหลังจากที่พรรคไทยรักษาชาติ ถูกยุบพรรคไปแล้ว หลายฝ่ายจับตาว่าที่สุดแล้วคะแนนของผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ จะเทไปให้กับพรรคใด
มีผู้สมัครของพรรคไทยรักษาชาติ ที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว เมื่อโดนตัดสิทธิ์ แล้วได้มาพูดคุยกับผมว่าเขาอยากมาช่วย เพราะรู้ว่าหากไปช่วยอีกพรรคหนึ่ง การเมืองก็จะไปไหนไม่ได้ เขามาบอกกับเราว่าเสนอตัวมาช่วยเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ อย่างในพื้นที่ภาคอีสาน คนที่เรารู้จักบางคนก็เป็นคนเสื้อแดงเต็มตัวก็มาบอกเลยว่าอยากช่วยพรรคเรา
แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้สมัครของพรรคไทยรักษาชาติ ที่ถูกตัดสิทธิ์ บางคน ก็ขอที่จะเอาเงินมาให้ทางเรา และบอกว่าถ้าพรรคพลังท้องถิ่นไท เข้าไปในสภาฯได้แล้วก็ขอให้ยกมือกับฝ่ายนี้ แต่ขออาศัยพรรคเรา ผมว่าเรื่องแบบนี้มันน่ากลัว ผมก็บอกตรงๆว่า ถ้าคุณมาขอสตางค์ผม แล้วไปทำการเมือง แล้วเมื่อคุณเข้าไปในสภาฯได้ คุณไปยกมือให้ฝ่ายอื่นล่ะ แต่มาอาศัยพรรคผม แบบนี้ก็คงไม่ได้ ผมก็ปฏิเสธไป ก็ถือว่าคุยกันเฉยๆ รู้จักกันเอาไว้ แค่นั้นพอ แต่เราไม่รับเงื่อนไข เรารับไม่ได้
- การหาเสียงของนักการเมือง วันนี้มีการไปดึงกองทัพลงมาเกี่ยวข้องกับการเมือง มองว่าจะทำให้บานปลาย ไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ได้หรือไม่
คิดว่าเป็นไปได้ เป็นสิ่งที่ผมกลัวมาก ผมขอบอกตรงๆผมไม่ได้พูดเพื่อให้เห็นว่าผมเป็นคนรักประเทศ แต่การที่ผมกระโดดลงมาครั้งนี้ ทั้งที่ตามปกติแล้วหากไม่เล่นการเมือง ชีวิตเราก็สบายดีอยู่แล้ว ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร เราปลูกข้าวในที่นาของเราเอง ขายข้าวก็ได้กำไรในแต่ละปี แต่การที่เราได้เห็นคนออกมายิงกันกลางถนน มันน่าเศร้าใจ เราเป็นคนไทยด้วยกัน เราไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เราอยากให้ประเทศเดินหน้าไปได้
แต่ถ้าวันนี้เรายังตอบโต้กันไปมา จนเกิดเป็นวิวาทะ เกิดความขัดแย้ง ประเทศก็เดินต่อไม่ได้วันนี้ ผมไม่ได้พูดเพียงเพราะแค่อยากให้คนมาเลือกเราเท่านั้น แต่ผมพูดเพราะอยากให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งหากประชาชนมาเลือกเรา เราสามารถทำงานกับทุกคนได้ เราไม่ทะเลาะกับใคร เรายึดประชาชนเป็นที่ตั้ง
-อยากจะฝากอะไรในช่วงโค้งสุดท้าย
ด้วยความเป็นห่วงจริงๆ ขอให้พี่น้องประชาชนพิจารณาให้ดีว่า อย่าเลือกตั้ง เพราะใครเป็นฝ่ายไหน ขอให้เลือกฝ่ายประเทศไทยเอาไว้ก็แล้วกัน
ส่วนผู้สมัครของพรรคต่างๆ ก็ขอฝากว่าให้เห็นแก่ประเทศชาติอย่าไปพูดจาเสียดสีกัน มีนโยบายจะทำอะไรให้กับประเทศชาติบ้างก็บอกประชาชนไป ดีกว่าที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น
อยากฝากพรรคพลังท้องถิ่นไทกับประชาชนด้วย เราไม่ได้มีทุนรอนอะไรมากมาย ที่ผมตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง ก็เพราะอยากตอบแทนคุณแผ่นดิน มีความตั้งใจมีความคิดในหลายๆ เรื่องที่อยากทำให้กับบ้านเมือง โดยเฉพาะในเรื่องการเกษตรที่อยากเห็นการเลิกใช้ปุ๋ยเคมีที่สร้างปัญหามีผลกระทบอย่างมากเป็นอันตรายต่อทั้งสุขภาพคนปลูกคนกิน และสิ่งแวดล้อม ผมต้องการดูแลสนับสนุนส่งเสริมให้เค้ากลับมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ที่จะช่วยให้ทั้งสามารถลดต้นทุน และได้พืชผักที่สะอาดปลอดภัยขายได้ราคาดี และเรื่องพันธุ์ข้าวที่ต้องดูแลไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบชาวนา
อีกเรื่องที่ผมตั้งใจจะต้องทำให้ได้ถ้ามีโอกาส คือทำให้เด็กไทยทุกคนมีโอกาสได้เรียน 2 ภาษาเป็นอย่างน้อย ตรงนี้จะเป็นประโยชน์มากกับพวกเด็กๆ ในอนาคต
รวมไปถึงการปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งผมทำมาตลอดทั้งชีวิต ทำให้แถวบ้านผมไม่มีปัญหายาเสพติด ผมมีแนวทางอยู่แล้วว่าต้องทำยังไงถึงจะได้ผล ถ้ามีโอกาส ผมมั่นใจว่าสามารถแก้ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยได้แน่
จริงๆ แล้ว ตัวผมถ้าอยู่เฉยๆ ไม่คิดแบ่งปันอะไรให้ใคร ไม่ส่งเด็กที่เป็นลูกใครก็ไม่รู้เรียนหนังสือจนจบสูงๆ เกือบ 200 คน ไม่ปลูกบ้านให้คนจนอยู่ฟรีๆ 200 หลัง หากคิดค่าเช่าหลังละ 2 พัน ตรงนี้ผมมีรายได้เดือนละสี่แสน หรือปีละสี่ล้านแปด แล้วนี่ผมให้เค้าอยู่กันฟรีๆ มาแล้ว 40 ปี ลองคิดดูว่าเป็นเงินเท่าไหร่ หรืออย่างถนนหน้าบ้านผมที่เปิดให้คนใช้เป็นทางลัดผ่านได้ฟรีๆ ถ้าผมเก็บค่าผ่านทางคันละ 5 บาท วันหนึ่งๆ มีรถผ่านหมื่นคัน ผมก็มีรายได้วันละ 5 หมื่นบาท คิดแล้วเดือนๆ หนึ่งตกล้านห้าแสนบาท ผมทำนาปลูกข้าว ถ้าเอาไปขายทั้งหมด ไม่เอามาแจกให้คนยากคนจน ผมเหลือกำไรปีๆ หนึ่งอย่างน้อย 7 แสนบาท
ที่ผ่านมาผมทำอะไรให้กับสังคมเท่าที่กำลังส่วนตัวของผมทำได้มาตลอดทั้งชีวิต วันนี้ผมอายุมากแล้ว ก็อยากทำอะไรให้กับคนทั้งประเทศบ้าง ซึ่งก็คงแล้วแต่พี่น้องประชาชนว่าจะให้โอกาสกับผมกับพรรคพลังท้องถิ่นไทไหม