สำนักงานป.ป.ช.จัดพิธีเปิดโครงการการอบรมหลักสูตร นยปส.รุ่นที่ 13 ให้ความสำคัญการใช้กฎหมาย- ไม่ทนทุจริต
ผู้เข้ารับการศึกษาหลักสูตร”นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง หรือ นยปส.รุ่นที่13 ร่วมสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ สำนักงานป.ป.ช. โดยมีประธานกรรมการและกรรมการ ป.ป.ช.ร่วมในพิธี
จากนั้น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช.เปิดโครงการหลักสูตร โดยกล่าวถึงภารกิจสำคัญของป.ป.ช.คือการปราบปรามการทุจริต ซึ่งล่าสุดผลการสำรวจดัชนีชี้วัดการรับรู้การทุจริต จากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ TI ปี 2564 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 110 จาก180 ประเทศ และอยู่ในอันดับ6 ของกลุ่มประเทศอาเซี่ยน ซึ่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและมีผลต่อการชี้วัดของ TI คือปัญหาการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะในองค์กรส่วนท้องถิ่นและมีเครือญาติของผู้บริหารระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้อง ขณะที่ศูนย์พยากรทางเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานดัชนี้สถานการณ์คอรัปชั่นไทย พบว่า หากลดการเรียกรับสินบนทุกๆ1% จะส่งผลให้การคอรัปชั่นลดลงถึง 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ป.ป.ช.ยังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติ เพื่อบังคับใช้กฎหมาย แก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง และสร้างสังคมไม่ทนต่อการทุจริต
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า สำนักงานป.ป.ช.ตระหนักถึงปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีส่วนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ คือผู้บริหาร บุคลากรต้องเป็นผู้นำที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถนำความรู้และประสบการณ์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร และสังคม รวมทั้งก่อให้เกิดการประสานความร่วมมือระหว่างเครือข่ายความสัมพันธ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายตามหลักธรรมาภิบาล จึงต้องขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
นายประสาท พงษ์ศิวาภัย อดีตกรรมการป.ป.ช. และประธานกรรมการป.ป.ท. กล่าวถึงนโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศไทยในยุทธศาตร์ชาติ 20 ปี ให้ความสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายในเรื่องเกี่ยวกับภาครัฐ ที่เน้นความโปร่งใสในด้านการทุจริตประพฤติมิชอบ และพบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำความผิดมากถึง 2 ใน3 ของการกระทำการทุจริตทั้งหมด ซึ่งการป้องกันการทุจริตจะสำเร็จได้นั้น ขึ้นอยู่กับบุคคลที่เป็นผู้บริหารระดับสูงสุดของหน่วยงานนั้นๆ การทำหน้าที่ตรวจสอบจึงต้องเน้นเรื่องความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และไม่มีอคติ ซึ่งถือเป็นนโยบายการปราบปรามการทุจริตที่ทุกคนต้องไม่ทน และไม่ยอม เมื่อพบเห็นต้องแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการทันที โดยมีป.ป.ช.ทำหน้าที่ทั้งการป้องกันและปราบปรามคู่ขนานกันไป