“ก้าวไกล” ย้ำ 3 เหตุผล ควรเร่งถกวาระการจัดทำประชามติเพื่อร่างรธน.ฉบับใหม่ก่อน ฝาก 2 คำถามถึงนายกฯ ยังรักษาคำพูดหรือไม่

การเมือง30 ส.ค. 2566 • 06:02 น.
“ก้าวไกล” ย้ำ 3 เหตุผล ควรเร่งถกวาระการจัดทำประชามติเพื่อร่างรธน.ฉบับใหม่ก่อน ฝาก 2 คำถามถึงนายกฯ ยังรักษาคำพูดหรือไม่

 

เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 30 ส.ค. 66 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล แถลงภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นชอบให้มีการเลื่อนระเบียบวาระการประชุมอื่นออกไป เพื่อยกวาระการเสนอญัตติเพื่อจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ  (ส.ส.ร.) ขึ้นมาพิจารณาก่อน ว่า ข้อเสนอที่พรรคก้าวไกลได้ยื่นต่อสภา ส่งผลทำให้เรื่องดังกล่าวข้างต้นยังไม่ถูกพิจารณา ตนจึงอยากย้ำถึง 3 เหตุผลที่พรรคก้าวไกลได้มีการเสนอเรื่องนี้ในวันนี้ ว่า 1.เราควรจะมีความชัดเจนโดยเร็วในทิศทางการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เนื่องจากประชาชนหลายภาคส่วนให้ความสนใจ รวมถึงกรณีที่มีประชาชนเห็นด้วย โดยได้มีการเข้าชื่อเป็นจำนวนกว่า 200,000 รายชื่อแล้วนั้น ในเมื่อประชาชนมีความตื่นตัวสูงขนาดนี้ และรู้ว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจจะต้องใช้ระยะเวลากว่า 2 ปี จึงคิดว่าถ้ายิ่งมีความชัดเจนโดยเร็วก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

2.แม้สส.บางคน จะทักท้วงว่าเดี๋ยวคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้แล้วนั้น แต่พรรคก้าวไกลขอยืนยันว่าความชัดเจนจากการรอทางครม.อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เพราะไม่ว่าครม.จะดำเนินการช้าหรือเร็วเพียงใดการนำเรื่องนี้เข้ามาถกในสภาก็ยังมีความหมาย การพูดคุยถึงข้อดีข้อเสีย รวมถึงประเด็นคำถามที่จะถูกใช้ในการทำประชามติ  เนื่องจากยังมีอีกหลายช่องทางที่สามารถเดินหน้าอย่างคู่ขนานไปพร้อมๆ กันได้ อีกทั้งยังจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ และการทำความเข้าใจความคิดเห็นของประชาชนต่อครม.เองด้วย

3.ในส่วนความกังวลที่สภาอาจจะมีการใช้เวลาพิจารณาในเรื่องนี้มากเกินไปนั้น ตนขอยืนยันว่าโดยเจตนาเราไม่คิดว่าการพิจารณาญัตตินี้จะใช้เวลานาน เนื่องจากญัตตินี้มีเนื้อหาสาระเดียวกันกับที่สภาเคยพิจารณาและให้ความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ไปแล้ว เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 65 เป็นเพียงการให้พรรคการเมืองยืนยันจุดยืนเดิมที่ได้เคยลงมติไว้

นายพริษฐ์ กล่าวย้ำในส่วนของวาระอื่นที่ประธานรัฐสภาได้จัดเตรียมไว้ในการประชุมวันนี้ว่า สามารถเดินต่อได้ สภาไม่ได้สูญเสียโอกาสในการพิจารณาวาระอื่นเลย อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลน้อมรับมติจากเสียงข้างมากในสภา

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า แต่เมื่อสูญเสียโอกาสนี้ไป จึงมีความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่และรัฐบาลใหม่ ต้องให้ความชัดเจนในเรื่องนี้ ตนจึงอยากฝาก 2 คำถามถึงนายกรัฐมนตรี คือ1.ยังยืนยันคำเดิมหรือไม่ว่า ในการประชุมครม.นัดแรก จะมีการออกมติครม.เพื่อให้มีการจัดทำประชามติเพื่อเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2.คำถามในการทำประชามตินั้นจะเป็นอย่างไร เพราะพรรคก้าวไกลเห็นว่านอกจากคำถามจะต้องกระชับ เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมาแล้ว จะต้องยืนอยู่ในกรอบของหลักการสำคัญสองข้อ คือการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และการถูกร่างโดยส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100%

เมื่อถามว่าในกรณีที่ ครม. สร้างคำถามประชามติที่ไม่ครอบคลุมหลักการจะดำเนินการอย่างใดหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ต้องใช้กลไกของสภาและประชาชนให้เต็มที่

เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 เพื่อปิดสวิซต์สว.ต่อหรือไม่ นายพริษฐ์ ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ และไม่ถอนวาระดังกล่าวออกจากที่ประชุมรัฐสภา แม้ขั้นตอนดังกล่าวจะเลยช่วงโหวตนายกฯ ไปแล้วก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อยืนยันในหลักการว่า สว.ไม่ควรมีอำนาจร่วมเลือกนายกฯ

เมื่อถามถึงกรณีที่สว.มีแนวคิดแก้รัฐธรรมนูญ ในส่วนของคุณสมบัติสว.เพื่อปลดล็อกห้ามสว.ชุดปัจจุบันดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือลงเลือกตั้ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าการร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ควรต้องมาจาก ส.ส.ร.